นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๐๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙
ล่ารอยหมาจิ้งจอก
หนูเหิร
...เสียงลีเรียกให้ผลุดลุกจาก​​ที่นอนมาดูหมาจิ้งจอก เลย​​รีบคว้าแว่นตาโดดผลุงมา​​ที่หน้าต่างห้องกินข้าว เห็นหมาจิ้งจอกสีส้มสองตัวยืนเก้ๆ​​กังๆ​​อยู่​​หน้าบ้าน ตัวมันเล็กนิดเดียวเอง ขนาดประมาณแมวตัวใหญ่ ปากเรียวสีดำ หาง​​เป็นพู่ยาว ตรงปลายเหมือน​​ไปจุ่มสีขาวมา ขายาวเหมือนใส่ถ...
​เมื่อวานวันเสาร์มาค้าง​ที่บ้านลี หิมะตกขาวโพลนตลอดวัน ตอนเย็นออก​ไปเดินเล่นสำรวจพื้น​ที่รอบๆ​บ้าน​และ​ที่ดิน มีโรงนาอยู่​ประมาณสี่ห้าหลังโรงนาบางหลังดูเหมือนฟาร์มวัว ​เป็นแถวยาวๆ​​และมีคอกให้วัวโผล่หัวออกมากินหญ้า บางโรงก็ดูเหมือนโรงนาเกี่ยวข้าวนวดข้าว บางโรงก็​เป็น​ที่เก็บของขนาดใหญ่ เจ้าของ​ที่​เอาไว้เก็บของโละแล้ว​(เช่นเครื่องซักผ้า เปียโนเก่า หนังสือเก่า ตู้โต๊ะโบราณ) ​และรถยนต์รถแทรคเตอร์ ​ที่รอบๆ​เท่า​ที่สำรวจมาเห็นมีเคบินอยู่​ประมาณห้าหกหลัง เจ้าของ​ที่​เขาให้คนมาเช่าอยู่​ (ลี​เป็นหนึ่ง​ในผู้เช่า) เคบิน​แต่ละหลัง​เป็นเคบินไม้ทาสีเขียวแบบฟาร์มเฮาส์ทั่ว​ไป ประตู​เป็นบานไม้หนักแบบเก่า มีบานพับเหล็กชิ้นใหญ่ดีไซน์แบบสมัยร้อยปี​ที่แล้ว​ เคบินพวกนี้ไม่ค่อยกันลมเท่าไหร่ ตอนนี้ลมหิมะพัดมาก็รอดเล็ดเข้าตามซอกประตูหน้าต่าง ​ถ้าไม่มีหน้าต่างกันลมอีกชั้นก็​ต้องหาอะไร​มาอุดให้แน่นหนา ตอนนี้​ที่บ้านลีมีหน้าต่างแค่ชั้นเดียวก็หนาวนัก ​แต่​เนื่องด้วยตำแหน่งบ้านอยู่​หลังเนิน ก็เลย​ไม่แย่เท่าไหร่ ไม่เหมือน​เพื่อนบ้านคน​ที่อยู่​หน้าเนิน บ้านนั้น​​เขารับลมเต็มๆ​ ​เขาบ่นหนาวอุบ

เช้า​นี้ (วันอาทิตย์) เสียงลีเรียกให้ผลุดลุกจาก​ที่นอนมาดูหมาจิ้งจอก เลย​รีบคว้าแว่นตาโดดผลุงมา​ที่หน้าต่างห้องกินข้าว เห็นหมาจิ้งจอกสีส้มสองตัวยืนเก้ๆ​กังๆ​อยู่​หน้าบ้าน ตัวมันเล็กนิดเดียวเอง ขนาดประมาณแมวตัวใหญ่ ปากเรียวสีดำ หาง​เป็นพู่ยาว ตรงปลายเหมือน​ไปจุ่มสีขาวมา ขายาวเหมือนใส่ถุงน่องสีดำ พอคว้ากล้อง​จะถ่ายกล้องดิจิตอลเจ้ากรรมก็เดินเครื่องช้าเกินแกง กว่า​จะ​พร้อมให้ถ่ายเจ้าหมาสองตัวนั่นก็ย่องพรวดขึ้น​เนิน​ไปเสียแล้ว​

รีบขุดเสื้อผ้าออกมาสวมกันให้หนาหนัก เสื้อแจ๊คเก็ตสามชั้น กางเกงล่าสัตว์คนละสามชั้น ถุงเท้าสองชั้น เสื้อโค้ทอีกหนึ่ง​ หมวกขนสัตว์ รองเท้าลุยหิมะ ​และ​ที่ขาดไม่​ได้ กล้องถ่ายรูป!

ย่ำๆ​กัน​ไปยัง​ที่หมาสองตัวนั่นมันยืนอยู่​​เมื่อสิบนาที​ที่แล้ว​ เห็นรอยเท้าสองรอยดุ่มมาจากหลังดงต้นโอ๊คตรงข้ามบ้าน รอยเท้ายืนละล้าละลังแล้ว​ก็เลี้ยวคดขึ้น​เนิน​ไป

เดินน้ำตาไหลพรากๆ​​เพราะลมพัดเฉียบบาดเนื้อหน้า ​ต้องคอยตลบผ้าพันคอขึ้น​มาแล้ว​​เอาหน้าซุก บนเนินนี้หิมะค่อนข้างบาง รอยตีนหมาสองตัวเริ่มจางลง จางจนกระทั่งไม่เห็นอะไร​ พอรู้ตัวว่าตามมาผิดทางก็​ต้องวนกลับ ครึ่งทางหลังลีเห็นรอยตีนเล็กๆ​จางๆ​หนึ่ง​รอยเลี้ยวออกซ้าย​ไปตัวเอสคดเคี้ยว​ไปมา เราก็ดุ่มตามรอยนั่น​ไป ดูเหมือนว่าหมาสองตัวแยกทางเดินกันหากินเสียแล้ว​

ลมพัดหนาหนักทำให้รอยตีนจางลง​ได้ง่าย รอย​ที่เห็นนั้น​ผลุบๆ​โผล่ๆ​ ​ต้องคอยสังเกตุให้ดีๆ​ ลีบอกว่าให้ดูตามพุ่มไม้​และตามทางรั้วไม้ หมามันมักเดินหลบๆ​ตามกำบังพวกนี้ เดินลงเนินมาลมพัดหิมะมาแรงเลือเกิน บางที​ต้องเดิน​เอาหลัง​ไปก่อนฝุ่นหิมะปลิว​เป็นระลอกๆ​เหมือนเดินในทะเลทรายเลย​ ​แต่​เป็นทะเลทรายสีขาว ​และแทน​ที่​จะร้อนกลับหนาว

นั่นไงเจอแล้ว​ รอยยังสดๆ​อยู่​เลย​ รอยตีนหนึ่ง​รอยย่องมาตามซุ้มรั้ว มุดรั้ว​ไปอีกด้าน แล้ว​โยกย้ายเป้นตัวเอส มุ่งเข้า​ไปในพุ่มหนามข้างหน้า

เราปีนข้ามรั้วตาม​ไปไม่ลดละ ตามรอยเข้า​ไปในพุ่มหนาม สงสัยว่าเรามาเจอรังของมันเข้าให้แล้ว​ ลีบอก​ถ้านี่ใช่บ้านมัน​จะมีรูทางเข้าขนาดประมาณครึ่งศอก เห็นมีรูอยู่​รูหนึ่ง​ เล็กกว่าครึ่งศอก เล็กเกินกว่าหมาจิ้งจอก​จะเข้า​ไปอยู่​​ได้ รอบๆ​รูนั้น​มีรอยเท้าเข้าออก ​แต่ดูไม่​เป็นตัวเอส ไกลออก​ไปหน่อย​รอบๆ​พุ่มหนามนี้เอง เห็นรอยตัวเอสวนเวียนชวนให้สับสนนักว่าเจ้าของรอยมันเดินมาจากทางไหน ​และ​กำลัง​จะ​ไปไหน มีรอยเส้นเห็น​เป็นทางยาวเหมือนมี​ใครถูลากอะไร​บางอย่าง ถัดขึ้น​มาทางเหนือจากรอยสับสนอลหม่านนั้น​มีรอยเท้าหนักๆ​ เหมือนมัน​กำลังวิ่ง กระโจน ​และตะครุบ จากร่องรอยการต่อสู้นี้หน่วยสะกดรอยสรุป​ได้ว่าหมาจิ้งจอกมันมาวนเวียนล่อกระตาย​ไปกินนั่นเอง

หลังจากเห็นหลักฐานจากเหตุการณ์อันน่าตื่นเต้นนี้ การตามรอยก็ยังดำเนินต่อ​ไป ทีนี้เราข้ามเนิน​ไปอีกลูก มุ่ง​ไปดงป่าข้างหน้า บนเนินนี้มองไม่เห็นรอยตีนตามพื้นหิมะแล้ว​​เพราะลมพัดฝุ่นหิมะมาแรงมาก กลบรอย​ไปหมด เห็น​แต่หนามหญ้าสีน้ำตาลพุ่งขึ้น​​เป็นหย่อมๆ​ เราสวบๆ​กันมาวิ่งบ้างเดินบ้าง เท้าจมลง​ไปในหิมะเกือบครึ่งแข้ง ขาเริ่มชาเล็กน้อย

ดงหนามนี้มีรอยตีนใหม่ๆ​อยู่​หลายรอย รอยหนึ่ง​เดิน​เป็นเส้นตรง รอยกดของตีนมีลักษณะ​เป็นกีบเหมือนรอยกวาง นั่นไง รอยเจ้ากวางนอนพัก พื้นหิมะหลุบ​เป็นหลุมแบนกว้าง เห็นรอยพักอยู่​สองรอยแล้ว​ก็รอยกีบลุกย่ำเดินต่อ​ไป

​แต่เราอยาก​ได้รูปหมาจิ้งจอก เราเลย​เดินหารอยตัวเอส มุ่งตรงเนิน​ไปอีกหน่อย​ ข้ามรั้วซุ้มมาอีกสองรั้ว พุ่มไม้ข้างหน้ามีลำธาร คนแถวนี้​เขาเรียกลำธารนี้ว่าลำธาร" ลิตเติ้ล ริเวอร์"

ตรงขอบลำธารนี้​เป็นน้ำแข็ง​ไปแล้ว​บาง​ส่วน ​ต้องคอยดูให้ดี ​เพราะบาง​ส่วนของน้ำแข็งอ่อนมีหิมะคลุมอยู่​ ​ถ้าเผลอเหยียบบนน้ำแข็งอ่อนนี้อาจ​จะหกล้มตกลง​ไปขาแข้งหัก​ได้ น้ำ​ที่ไหลในลำธารพัด​เอาน้ำแข็งก้อนเกล็ดลอย​ไปอยู่​บนผิวหน้า น้ำแข็งก้อนบนผิวน้ำนี้ไหลแล่นแรงฉิว เดินต่อข้าม​ไปอีกฝั่งไม่​ได้แล้ว​ เราแกะช๊อคโกแลตในกระเป๋าออกมาแบ่งกันแทะ เพิ่มพลังงานน้ำตาลในเลือดเล็กน้อย แล้ว​ต่างคนต่างก็เดินสำรวจ​ไปรอบๆ​

นั่นไงไอ้หมาจิ้งจอก! ลีตะโกนเสียงหลงจากขอบซุ้มรั้ว ก้อนสีส้มน้ำตาลจ้ำพรวด ทะยานทางอีกฝั่งของลำธาร วิ่งหาย​ไปบนเนินอีกฟาก อย่าว่า​แต่คว้ากล้องเลย​ หลับตาพริบเดียวก็ไม่เห็นฝุ่นแล้ว​ อ้ายหมาจิ้งจอกนี่มันไวนัก

ถึงอย่างไรก็​ได้เห็นหมาจิ้งจอก​เป็นบุญตาหลังจากสู้อุตส่าห์สะกดรอยข้ามเนินหนาวมาหลายลูก นับว่าไม่เสียเ​ที่ยวทีเดียว ​แต่ขากลับก็เหนื่อย​เอาการ ​เพราะ​ต้องข้ามเนินหลายลูกรวดเดียว แถวนี้​เขาว่ามีหมาจิ้งจอกมาอยู่​หลายตัว มาบ่อยๆ​เดี๋ยวๆ​ก็เจออีก การ​ได้อยู่​​กับป่า​กับ​เขา​ที่นี่มีเรื่อง​สนุกให้ทำเช้า​จรดค่ำ ​ถ้าไม่มีงาน​ที่​ต้องสะสางวีคเอนด์นี้คง​ได้ออก​ไปล่ารอยสัตว์อีก

 

F a c t   C a r d
Article ID A-1352 Article's Rate 2 votes
ชื่อเรื่อง ล่ารอยหมาจิ้งจอก
ผู้แต่ง หนูเหิร
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ฉันเขียนให้เธออ่าน
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๖๒๙ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๔ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๐
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-6878 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 01 ก.พ. 2549, 09.35 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : สิเนรุ [C-6882 ], [125.24.18.133]
เมื่อวันที่ : 01 ก.พ. 2549, 13.31 น.

หวังว่าคงมีรูปตัวอะไร​มาฝากบ้างนะครับ​ ​จะติดตามครับ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : pilgrim [C-6892 ], [82.3.32.76]
เมื่อวันที่ : 02 ก.พ. 2549, 04.30 น.

บรรยายภาพ​ได้ดีมากเลย​ค่ะ​ อยากดูรูปหมาจิ้งจอกจากฝีมือของคุณหนูเหิรเช่นเดียวกันค่ะ​ ​แต่ไม่กดดันนะคะ​ อิๆ​ๆ​ๆ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : Rotjana Geneva [C-6957 ], [83.180.78.249]
เมื่อวันที่ : 06 ก.พ. 2549, 17.15 น.

อ่านแล้ว​หนาว​ไปด้วยจริง ๆ​ ค่ะ​ ตอนเดินขึ้น​ลง​เขาคงเหนื่อยมากนะคะ​ ไหน​จะใส่เสื้อผ้าหนาหนักทำให้เดินยาก ไหน​จะเดินบนหิมะ ไหน​จะเดินขึ้น​ลงเนิน แล้ว​ไหน​จะ​ต้องเดินแข่งให้ทันเห็นเจ้าตัวดี...​น่าสนุกจริง ๆ​ ค่ะ​

แหะ แหะ อยากเห็นภาพเหมือนกัน ภาพสถาน​ที่หรือภาพกระท่อมก็​ได้ ​แต่ไม่อยากกดดันอ้ะ

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น