นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๒๗ มกราคม ๒๕๔๙
แก่ฝายคนสุดท้าย
ชาร ทิคัมพร
...ผีเสื้อสีขาวตัวหนึ่ง​​บิบวนวับๆ​​เหมือนเต้นระบำอยู่​​รอบๆ​​ของเซ่น แล้ว​​ลงเกาะปุ๊บ​​ที่ข้าวเหนียว ...​​.
ผีลงกินของเซ่นแล้ว​​ !...
"​ไปกันเถอะ พ่อ​จะรออยู่​​ที่ฝายนี้แหละ​ ขากลับมาแวะรับพ่อกลับบ้านด้วยก็แล้ว​กัน "ปู่เฮือน" อดีตแก่ฝายวัยเจ็ดสิบแปดบอก​กับพวกชาวบ้านคราวลูกคราวหลาน​ที่​จะยกขบวนจากริมแม่น้ำข้างฝาย​ไปศาลากลางจังหวัด พวก​เขา​จะ​ไปคัดค้าน​ที่ทางจังหวัด​จะรื้อฝายออก

"อินตา อยู่​​เป็น​เพื่อนปู่​ที่นี่นะ ไม่​ต้อง​ไปด้วยหรอก" ลูกชายของแก ตัวตั้งตัวตีของพวก​ที่​จะ​ไปคัดค้านสั่งลูกชายวัยรุ่น

แล้ว​ขบวนรกกระบะ​ซึ่งบรรทุกชาวบ้านเกือบร้อยคนก็ยกออกจากริมฝาย​ไป

​พระกลับ​ไปวัดหมดแล้ว​​พร้อม​กับพิธีทำบุญสืบชะตาฝาย​ที่จบลง ​แต่​ที่หอผีฝาย ธูปในกระถางยังส่งควันสีเทาจางลอยเอื่อย​ไปตามลม เทียนยังมีเปลววอมแวม แกงอ่อมในถ้วยใบเล็ก​กับข้าวเหนียวกระปิมือหนึ่ง​บนใบตอง​กับถ้วยน้ำใบเล็ก วางเซ่นผีฝายอยู่​ตรงชานหน้าหอ

ผีเสื้อสีขาวตัวหนึ่ง​บิบวนวับๆ​เหมือนเต้นระบำอยู่​รอบๆ​ของเซ่น แล้ว​ลงเกาะปุ๊บ​ที่ข้าวเหนียว มันขยับปีกขาวทีมีจุดแดง​ทั้งสองข้างขึ้น​ลงช้าๆ​เนิบๆ​ แล้ว​ก็บิน​ไปเกาะ​ที่ปากถ้วยน้ำข้างๆ​ ​ใช้งวงดูดน้ำจากในถ้วยนั้น​

ผีลงกินของเซ่นแล้ว​ !

ปู่เฮือนประคองร่าง​ที่ผอมบางเดินกระย่องกระแย่งอย่างระมัดระวังลง​ไปตามทางลาดชันของตลิ่ง อินตาช่วยจูงมือปู่ อีกมือหอบ​เอาสาดผืนน้อยเดิน​ไปข้างๆ​ คอยพยุงปู่ของ​เขาจน​ไปถึงใต้ต้นหูกวางใหญ่ริมแม่น้ำ ใบ​ที่หนาทึบของมันครึ่งหนึ่ง​เริ่มเปลี่ยน​เป็นสีแดง รอเวลา​ที่​จะร่วงหล่นลงตามฤดูกาล

"​เอาตรงนี้แหละ​ลูก ปูตรงนี้เลย​" ปู่บอก​กับหลานชาย
แล้ว​สองคนปู่หลานก็นั่งลงบนสาดผืนนั้น​ แม่น้ำปิงไหลอยู่​ข้างหน้า มีฝายเก่าแก่ทอดขวางลำน้ำอยู่​ น้ำกระทบฝายแตก​เป็นฟองขาวมีเสียงดังซ่าอยู่​กลางแสงแดดยามเ​ที่ยง ลมเหนือพัดมาอ่อนๆ​ เหยี่ยวปลาร่อนวนอยู่​เหนือสันฝาย มันรอปลาสักตัว​ที่​จะว่ายทวนน้ำข้ามสันฝายขึ้น​มา น้ำ​ที่ท่วมเมือง​เมื่อสองเดือนก่อนยังทิ้งร่องรอยให้เห็นอยู่​บ้าง​ที่ข้างตลิ่ง

วันนี้ชาวบ้านหลายตำบล​ที่​ใช้น้ำจากฝายลูกนี้ มาร่วมกันทำบุญสืบชะตาฝายประจำปี พวก​เขาเซ่นไหว้ผีฝายแล้ว​บนบานขอ​ความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ธัญพืช​และการกินดีอยู่​ดี ​เขาทำอย่าง​ที่พ่อแม่ปู่ย่าตายายเคยทำกันมาแล้ว​นับร้อยๆ​ปี ​แต่ปีนี้ไม่มีคนมามาก​เป็นร้อยๆ​อย่าง​แต่ก่อน ​และเหมือนทุกปี ปู่เฮือนแก่ฝายเก่า​ต้อง​เป็นคนวางของเซ่นในงานนี้

นานมากแล้ว​ นานจริงๆ​ ! ​ที่ปู่เฮือนเคยดำน้ำ​เอาไม้รวกแดงลงปักตีฝายซ่อมมัน ก่อน​ที่ฝายไม้รวก​จะถูกดัดแปลงกลายมา​เป็นฝายหินทิ้ง สมัยนั้น​​ต้องซ่อมฝายให้เสร็จหลังจากเกี่ยวข้าวแล้ว​

ก่อน​จะเข้าหน้าแล้งชาวบ้านนับพันๆ​คนจากทุกตำบล​และทุกหมู่บ้าน พากันมาช่วยซ่อมฝ่ายตาม​ที่นายเฮือน แก่ฝายประกาศป่าวร้อง​ไป พวก​เขา​ต้อง​เอาไม้รวกแดงมาด้วยคนละห้าสิบลำ ​ใครมี​ที่นามาก​ต้องมาหลายคน​และ​ต้อง​เอาไม้มามากขึ้น​ ​เอาฟางมาด้วยสำหรับทำตะเข้ ​เขาดำ​เอามันลง​ไปอัด​ระหว่างเสาใต้น้ำ ​เอาเกวียนบรรทุกไม้​กับฟางมากองรวมไว้ริมแม่น้ำ​เป็นกองพะเนิน

​ใครมาไม่​ได้​ต้องส่งเงินมา​เพื่อซื้อไม้รวก​และจ้างคนมาทำแทนตัว ​ใครไม่มา​และไม่ส่งเงินมา​จะไม่​ได้​ใช้น้ำ นี่​คือกติกาของสังคม​และมรดกทางภูมิปัญญาท้องถิ่น​ที่​ซึ่งพวก​เขารักษาสืบทอดกันมานาน...​ตั้งแต่สมัย​ที่ยังไม่มีการเลือกตั้งผู้แทนราษฎรอย่างเดี๋ยวนี้ มันสืบทอดมาตั้งแต่สมัยพญามังราย ผู้สร้างเมืองโน่นแหละ​ !

"ปู่ ฝายลูกนี้หรือ​ที่ปู่​เป็นคนสร้างสมัยหนุ่มๆ​" หนุ่มน้อยอินตาถามปู่ของ​เขา

ปู่เฮือนมองหลานชายวัยสิบแปด มันล่ำสันทะมัดทะแมง รูปร่างหน้าตาช่างคล้าย​กับตัวแก​เมื่อหกสิบปีก่อน กล้ามของมัน​เป็นมัดๆ​จนแทบ​จะปะทุออกมาจากเสื้อยืดสีดำ​ที่ใส่อยู่​ พ่อมันว่ามัน​เป็นนักว่ายน้ำของโรงเรียน แกภูมิใจในตัวมัน

...​มองมันแล้ว​ก็เหมือน​กับมองกระจก​ที่สะท้อนกลับออกมา​เป็นเงาตัวเอง​เมื่อวัยรุ่น ไอ้นี่มันอยากรู้อยากเห็น​ไปเสียหมด !

"ปู่ไม่​ได้​เป็นคนสร้างหรอก มัน​เป็นฝายเก่าแก่สร้างกันมานับร้อยปี ปู่​เป็นคนคุม​เขาซ่อมน่ะ น้ำป่า​จะพัดมันพัง ​ต้องซ่อมทุกปี​เมื่อ​จะเข้าหน้าแล้ง"

ครั้งกระโน้นปู่เฮือนเคยดำน้ำตีฝายเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองลูกนี้มาตั้งแต่วัย สิบแปดปี ก็เท่าไอ้อินตานี่แหละ​ จน​ได้​เป็นแก่ฝายแทนพ่อของแก​เมื่ออายุ​ได้สามสิบปี มัน​เป็นหน้า​ที่ของแก่ฝาย​ที่​จะ​ต้องป่าวประกาศ​ไปให้ชาวบ้าน​ที่​ใช้น้ำจากฝายมาช่วยกันซ่อมใหญ่ ​ทั้งซ่อม​แต่งลำเหมือง​เพื่อทดน้ำเข้านาสำหรับปลูกข้าวนาปรัง ปลูกหอม ปลูกกระเทียม​กับพืชผักตามฤดูกาลต่อ​ไป

​และมันก็​เป็นหน้า​ที่ของแก่ฝายอีกเช่นกัน​ที่​จะ​ต้องจัดสรรแบ่งปันน้ำส่งให้ ลำเหมืองสาขาต่างๆ​อย่างยุติธรรม มีแก่เหมืองคนอื่นๆ​ดูแลลำเหมืองสาขา คอยไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเรื่อง​การ​ใช้น้ำ ทุกคนอยู่​กันอย่างเอื้ออาทร​และผูกพันกันต่อกันด้วยระบบเหมืองฝาย

ฝาย​คือวิถีชีวิตของชาวบ้าน​ที่นี่ ! ...​.

​เมื่อก่อน​ที่​จะมีเลือกตั้งผู้แทนราษฎร ชีวิตมันไม่ทุกข์ยากเหมือนเดี๋ยวนี้ ไม่มี​ใครคิด​จะมารื้อฝายของชาวบ้านทิ้ง เจ้าหลวงเจ้าเมืองทุกคนต่างอุดหนุนช่วยเหลือการซ่อมฝายสำคัญในลำน้ำปิง อดีตแก่ฝายชราคิดถึงวิถีชีวิต​ที่เรียบง่าย​และสันติสุขสมัยยังหนุ่ม

ปู่เฮือนมองออก​ไป​ที่สันฝาย น้ำแตกซ่า​เป็นฟองขาว แล้ว​แกก็มองย้อนขึ้น​​ไปทางต้นน้ำ มีตึกสูงของโรงแรมหลายแห่งตั้งตระหง่านง้ำอยู่​สองฝั่งน้ำ ​ที่ดินบาง​ส่วนของมันรุกล้ำออกมาในน้ำปิง​ที่เคยกว้าง จนเดี๋ยวบางตอนนี้คอดกิ่วลงเหลือเพียงครึ่งเดียว ...​อย่างนี้น้ำมัน​จะไม่ท่วม​ได้อย่างไร !ปู่เฮือนคิด

ปู่เฮือนมองดูสายน้ำปิง​ที่ไหลเอื่อย เอนกายลงนอนหนุนแขนตัวเองบนสาดผืนน้อย แก​กำลังคิดถึง​ความยิ่งใหญ่แห่งสายน้ำ...​

...​.นานมาแล้ว​นับพันนับหมื่นปีหรือว่ากว่านั้น​ หน้ามรสุมฝน​จะตกเกือบทุกวันบนเทือกดอยสูงทางต้นน้ำ น้ำฝน​ที่ตกลงบนใบไม้ใบหญ้า​จะถูกผืนดินซึมซับไว้​ส่วนหนึ่ง​ อีก​ส่วนไหล​ไปตามลาดดอย ค่อยรวมตัวกันเข้าแล้ว​ไหลลงสู่​ที่ต่ำ กลาย​เป็นขุนน้ำเล็กๆ​

มีขุนน้ำเล็กๆ​ มารวมกันอีกหลายสาย ​และสายน้ำก็ค่อยๆ​ใหญ่ขึ้น​ๆ​จนกลาย​เป็นแม่น้ำสายใหญ่​ที่ชื่อว่าแม่ระมิงค์ ไหลผ่าน​ที่ราบลุ่มเชิงดอยสุเทพอันสูงตระหง่าน ​ซึ่งท่านวาสุเทพฤๅษีผู้พิทักษ์เมืองเฝ้าดูอยู่​ แล้ว​ก็ไหลลงสู่​ที่ต่ำทางใต้ต่อ​ไป
แม่ระมิงค์​จะไหลอยู่​อย่างนี้ชั่วนาตาปี ไม่มี​ใคร​จะหยุดเธอ​ได้ ตราบเท่า​ที่ยังมีฝนตกลงมาสู่พื้นพิภพ...​

​ความลาดเทของแผ่นดินเพิ่ม​ความเร็วให้สายแม่ระมิงค์ เธอ​จะไหลรี่ลง​ไปสู่​ที่​ซึ่งต่ำกว่า ​ถ้าท้องน้ำแคบเธอ​จะยกตัวสูง ​ถ้าท้องน้ำกว้างเธอ​จะแผ่ตัวราบ​และไหลเร็ว ตรงไหน​ที่ท้องน้ำกว้าง​และลึก​ซึ่งเรียกว่าวัง เธอ​จะผ่อนกระแสช้าจนดูราว​กับ​จะหยุดนิ่ง

​ถ้ามีอะไร​มาขวางกั้นกระแส เธอ​จะยกตัวขึ้น​แล้ว​โจนข้าม​ไป หากพื้นดิน​ที่ตรงไหน​เป็นทรายอ่อน เธอก็​จะกัดเซาะ​และสร้างธารสายใหม่ขึ้น​ ​และบางทีก็ทิ้งร้างสาย

เธอสร้าง​ที่งอกริมตลิ่ง​และกัดเซาะแผ่นดินฝั่งตรงข้าม เธอสร้างเนินทราย​และเกาะกลางน้ำ ตรง​ที่​เป็นโตรกผาเธอ​จะถาโถมเข้ากัดเซาะทะลุ​ไป จนเกิด​เป็นแก่งหิน

เธอสร้าง​ความกว้าง​และ​ความแคบให้ฝั่งน้ำ สร้าง​ความตื้น​และ​ความลึกให้แก่ลำน้ำ ปรับเปลี่ยนสภาพท้องน้ำให้มันเหมาะสม​กับกระแสแห่งตัวเธอตลอด​ทั้งสายน้ำ จากขุนน้ำเล็กบนดงดอยถึงปากแม่น้ำ เธอไม่เคยกลัว​ใครในปฐพี ! ...​

ลมพัดมาวูบหนึ่ง​ ใบหูกวางหลายใบ​ที่เปลี่ยน​เป็นสีแดงแล้ว​หลุดจากขั้ว หมุนคว้างลงเกลื่อนพื้นใต้ต้นของมัน บางใบพลิกร่อนลงบนสาดผืนน้อย ปู่เฮือนเคลิ้ม​ไป​กับสายลมเย็นของฤดูหนาว แกรู้สึกภูมิใจในภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ

ลำพังไม้รวกลำเดียวมัน​จะยกสายน้ำขึ้น​​ได้อย่างไร ​แต่ด้วยไม้รวกนับ​เป็นหลายพันหลายหมื่นลำหรืออาจ​จะ​เป็นแสนลำ รวม​กับพลังกายพลังใจของคน มันยก​เอา ลำน้ำ​ทั้งสายให้สูงขึ้น​ ให้​เขาก็ชักน้ำเข้าลำเหมือง​ไป​ใช้ทำไร่นา​ได้

เสียงซ่าของสายน้ำปิง​ที่โจนข้ามสันฝายดังเหมือนเพลง​ที่เคยกล่อมให้แกงีบพัก​เมื่อครั้งกระโน้น หลังกินข้าวกลางวัน เก็บเรี่ยวแรงไว้ดำน้ำตีฝายในรอบบ่าย...​

การดำน้ำตีฝายกลางลำน้ำปิงตอน​ที่ลึกสุด​ซึ่งลึกกว่าสมัยนี้ ลึกจนเย็น ยะเยือก​แม้​จะอยู่​กลางแดด ​เป็นเครื่องวัด​ความกล้า​และ​ความแกร่งของหนุ่มๆ​รุ่นปู่เฮือน หลายคนไม่อาจดำลง​ไปจนถึงก้นแม่น้ำ​ได้ ปอด​เขาอาจเล็กเกิน​ไปหรือใจ​ที่ยังไม่สู้พอ จึง​ต้องทะลึ่งขึ้น​มาก่อน​และกลาย​เป็นคนมัดตะเข้อยู่​ริมหาด คอยส่งไม้ส่งของอยู่​บนสะพาน​ที่ผิวน้ำ

หกสิบปีก่อนโน้น หนุ่มเฮือนผู้ล่ำสัน อก​เป็นแผง​และกล้าม​เป็นมัดๆ​ ไม่เคยกลัวแดด ไม่กลัวน้ำลึก​และดำน้ำ​ได้อึดจน​ใครๆ​ก็เรียกแกว่า "อ้ายเฮือนปอดเหล็ก" หนุ่มเฮือน​จะโผล่ขึ้น​จากน้ำหลัง​ใครๆ​เสมอ​ถ้าลงดำ​พร้อมกัน แกทำงาน​ได้มากกว่าคนอื่นเกือบเท่าตัว​ทั้งๆ​​ที่ตัวก็ไม่​ได้โตกว่า​ใคร

​เมื่อลงดำน้ำครั้งแรกตอนอายุสิบแปดเท่า​กับไอ้อินตาตอนนี้ ปู่เฮือนเองเคยตกใจ​เมื่อพบปลาเค้าตัวยาวตั้งเกือบวาแอบนิ่งอยู่​ข้างเสาฝายก้นแม่น้ำ หลายคนเคยพบปลาใหญ่อย่าง​ที่แกพบ​และคิดว่า​เป็นผี ​เขาทะลึ่งขึ้น​เหนือน้ำอย่างเร็วจนตาเหลือกถลน เลือดออกมาทางปาก​และจมูก ขวัญเสีย​และเพ้อจับไข้​ไปในคืนนั้น​ ​เขาไม่ยอมมา​ที่ฝายอีกเลย​ บางคนเสียสติ​ไปหลายวัน ​ต้อง​ไปพึ่งพ่อมดพ่อหมอให้รดน้ำมนต์

มีเรื่อง​เล่าไม่จบสิ้นสำหรับหนุ่มนักดำน้ำซ่อมฝายในลำน้ำปิงสมัยกระโน้น เช่นเรื่อง​​ที่มีพญานาคร้องกลางลำน้ำในคืนวันศีลขึ้น​สิบห้าค่ำ บ้างก็ว่าในคืนแรมพวก​ที่มาตกปลาเคยเห็นพราย​ที่รักษาฝาย ...​

"ปู่ ! เดี๋ยวนี้ไม่เห็น​เขาซ่อมฝายกันอีกเลย​ แก่ฝายผมก็ไม่เห็นมีแล้ว​นะปู่" หนุ่มน้อยอินตาถามปู่ของ​เขา มันช่างซักช่างถามช่างรู้​ไปเสียหมด พ่อมันบอกว่ามันเรียนหนังสือดี มันชอบกีฬา​เป็นชีวิต​และ​จะเข้าเรียนวิชาพละในมหาวิทยาลัยปีหน้านี้แล้ว​

"ตอนหลังนี่​เขา​ใช้หินก้อนใหญ่ๆ​แบก​เอา​ไปทิ้งลงตามแนวฝายเดิม กลาย​เป็นฝายหินทิ้ง มันทนทานไม่​ต้องซ่อมทุกปีอย่าง​แต่ก่อน" แกเล่า​ความ​เป็นมาของฝายหินทิ้ง มรดกทางภูมิปัญญา​ที่สืบ​ต่อมาจากฝายไม้รวก

"แล้ว​มันดีกว่าเขื่อนปูนของหลวงอย่างไรละปู่ ?" อินตาซักต่อ​ไปอีก

"ดีซิลูก! ฝายไม้​กับฝายหินทิ้งปูปลามันลอดขึ้น​​ไปวางไข่​ได้ ทรายก็ก็ลอดลง​ไป​ได้ ไม่ตกหน้าเขื่อนจนตื้นเขิน" แกสนอง​ความอยากรู้ของมัน

" แล้ว​แก่ฝายละปู่ ! ไม่เห็นมีแล้ว​ ?" อินตาหนุ่มยังไม่ลืมคำถามของ​เขา

"งานของแก่ฝาย​เขาโอน​ไปให้อ.บ.ต.ทำแล้ว​ แล้ว​เห็นไหมละ ! หน้าแล้งน้ำไม่ค่อยเข้าเหมืองแล้ว​ ​เขาไม่อยากลอกลำเหมือง ชอบ​แต่ขยายถนน​เพราะงบมันเยอะ!" ปู่เฮือนบอกหลานชาย

หลายปี​ที่ผ่านมาเรือกสวนไร่นาแถวนี้แห้งแล้งลงเรื่อยๆ​ ​เพราะไม่มีน้ำเข้า​ไปหล่อเลี้ยงผืนดินให้ชุ่มชื้นอย่างพอเพียง ชาวบ้านแก้ปัญหาด้วยการขุดน้ำบาดาล​ใช้กัน น้ำหน้าดินก็ยิ่งลดต่ำลง​ไปอีก คง​จะ​ต้อง​ไปร้องผู้แทนให้มีการลอกเหมือง...​ปู่เฮือนคิด !

มีเสียงบีบแตรรถอยู่​​ที่ริมถนน เสียงคนตะโกนเรียกแก​กับเจ้าอินตา คง​จะ​เป็นพวก​ที่​ไปศาลากลางจังหวัด ทำไมจึงกลับมาเร็วนัก ! คนหลายคนเดินลงมาหาปู่ปัน​ที่ใต้ต้นหูกวางใหญ่ริมน้ำ

"ไม่สำเร็จพ่อ" ลูกชายของแกส่ายหน้าแล้ว​รายงานผลการ​ไปคัดค้าน สีหน้า​เขาแสดง​ความผิดหวัง อีกคนหนึ่ง​เล่าต่อ

"ผู้ว่าบอกว่า​เป็นคำสั่งจากข้างบน ​เขา​ต้องทำ​และ​จะ​เอารถขุดมารื้อฝายออกอาทิตย์หน้านี่แล้ว​ ​เขาอ้างว่าฝายทำให้น้ำท่วมเมือง ​แต่เรารู้ว่า​เขา​จะรื้อออก​เพราะมันขวางทางเรือสำราญ​ที่โรงแรมสร้างใหม่​จะ​เอามาแล่นให้นักท่องเ​ที่ยวชมสองฝั่ง น้ำปิงช่วงนี้"

"รื้อฝายออกแล้ว​พวกเรา​จะ​ใช้น้ำทำนาทำสวนอย่างไร ?" อดีตแก่ฝายถาม แกวิตก​ที่​ได้ยินอย่างนี้

"​เขาว่า​เขา​จะทำเขื่อนให้ใหม่ ใต้ฝายเก่านี้ลง​ไปสามกิโล เราถามว่า​เมื่อไร ​เขาก็บอกว่าไม่รู้ ​แต่ว่าฝายเก่า​ต้องรื้อออกก่อน มันขวางทางเม็กกะโปรเจ็คของรัฐบาล"

"​เป็นยังไงวะ ไอ้เม็กกะโปรเจ็คนี่ ?" ปู่เฮือนไม่เคย​ได้ยินคำนี้

"ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน"

"เฮ้อ ! เรา​ไปร้องผู้แทนดีไหม​ถ้ามันไม่ฟังเสียงพวกเราอย่างนี้" แกคิดหาทางออก​ที่คิดว่าดี​ที่สุด

"​เมื่อกี้นี้ผู้แทนก็มา​ที่ศาลากลาง ผู้ว่ายังไหว้มันจนแทบ​จะติดดิน มันอยู่​ข้างเดียวกันหมด มันว่า​จะพัฒนาให้เมืองเรา​เป็นศูนย์กลางการท่องเ​ที่ยว" แล้ว​อีกคนก็ช่วยเล่าเสริม

"มันบอกว่าพวกเราก็​ต้องเสียสละบ้าง ​เพื่อ​ความเจริญของบ้านเมือง"

"ไอ้ฮ่า ! " ปู่เฮือนอุทานอย่างเหลืออด

"กู​เป็นคนเลือกมันเอง มันพูดอย่างนี้​ได้ยังไง !"

"พวกเราก็บอกมันอย่าง​ที่พ่อว่าเหมือนกัน ​แต่มันว่ามัน​เป็นผู้แทนของคน​ทั้งจังหวัด ​ถ้าไม่ชอบมันอีกสามปีก็ไม่​ต้องเลือก มัน​จะทำให้คนจนหมด​ไปจากประเทศไทยให้​ได้ในสามปีนี้"

"ไอ้ฮ่า เอ๋ย ! " ปู่เฮือนอุทานขึ้น​อีกครั้ง

...​. มีเสียงสอดขึ้น​เบาๆ​ ของหนุ่มน้อยอินตา

"ปู่! ปู่​จะ​ไปด่า​เขาทำไม ก็​เขาให้เงินปู่​กับพ่อมาสามร้อยบาท​​เมื่อตอนเลือกตั้งแล้ว​ไง?" เสียงของอินตาหนุ่มน้อยทำให้ทุกคนนิ่ง​ไปทันที

ปู่เฮือนเองก็นิ่งงัน แกหัน​ไปดูเจ้าหลานชายวัยสิบแปด หน้าของแกสลด​และดูแก่ลงราว​กับคนอายุสักร้อยปี ปู่เฮือนรู้สึกแน่นขึ้น​มาในหน้าอก...​ เสียงของไอ้อินตาก้องกลับ​ไปกลับมาอยู่​ในหูของอดีตแก่ฝายชรา

"พากูกลับบ้าน !" แก่ฝายคนสุดท้ายบอก​กับลูกชายด้วยเสียงแหบพร่า !

แล้ว​​ทั้งหมดก็เดินตรง​ไป​ที่ถนน อินตาหนีบสาดไว้ด้วยแขนข้างหนึ่ง​ มืออีกข้างจูงแขนปู่ของ​เขา ​เมื่อเดินผ่านหอผีฝาย ปู่เฮือนดึงแขนออกจากมือของอ้ายอินตา ยกมือ​ทั้งสองขึ้น​พนม แกบนบานอีกครั้งหนึ่ง​ คราวนี้ขอให้ตัวเองมีอายุยืนยาว​ไปให้ถึงอีกสามปีให้​ได้...​ กู​จะ​ได้ไม่เลือกไอ้ผู้แทนคนนี้อีก ! นี่​คือสิ่งเดียว​ที่แกคิดออกตอนนี้

...​.ธูป​กับเทียน​ที่หอผีฝายดับสนิท​และผีเสื้อขาวตัวนั้น​ก็หาย​ไป ผีคง​จะกินของเซ่นหมดแล้ว​ หมาแม่ลูกอ่อน​ที่มาอาศัยออกลูกอยู่​ใต้หอ ​กำลังตะกายขึ้น​​ไปกินแกงอ่อม​กับข้าว​ที่เหลือ...​...​O

 

F a c t   C a r d
Article ID A-1345 Article's Rate 4 votes
ชื่อเรื่อง แก่ฝายคนสุดท้าย
ผู้แต่ง ชาร ทิคัมพร
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๗ มกราคม ๒๕๔๙
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๘๖๕ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๘
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-6820 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 27 ม.ค. 2549, 15.02 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น