นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๐๙ ธันวาคม ๒๕๔๘
บทความ : ศาสนาแท้จริงอยู่ตรงไหน?
ตะวันฉายที่ปลายฝัน
......
​เมื่อตอน​เป็นเด็กแม่มักพาผม​ไป​ที่วัด ​ไปทำบุญตักบาตรทุก ๆ​ เช้า​ บางวันผมนึกขี้เกียจไม่อยาก​ไป ผมบอกแม่ว่าผมไม่สบาย รู้สึกปวดหัว แม่​เอามือมาแตะ​ที่หน้าผากผม แล้ว​ก็ยิ้ม แม่บอกว่า ลุก​ไปอาบน้ำแล้ว​​ไป​กับแม่ ผมทำอิดออด ตีหน้าเศร้า แม่บอกเดี๋ยวนี้ คำว่า ‘เดี๋ยวนี้’ ของแม่เด็ดขาดยิ่งนัก ไม่กี่นาที​ต่อมาผมก็เดินตามหลังแม่​ไปทำบุญ​ที่วัดเหมือน​กับทุก ๆ​ วัน

สมัยตอน​เป็นเด็กผมเคยคิดว่า ทำไมเรา​ต้อง​ไปทำบุญ ทำไมเรา​ต้อง​ไปตักบาตร แล้ว​​พระองค์ใหญ่​ที่อยู่​เบื้องหน้า​เป็น​ใคร ทำไมเรา​ต้องมากราบไหว้ ​ซึ่งด้วย​ความอยากรู้ตามประสาเด็ก ผมก็​ได้คำตอบจากแม่ แม่บอกว่า​พระพุทธรูปองค์นั้น​​คือ สมเด็จ​พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ​เป็นศาสดาของศาสนาพุทธ แล้ว​การทำบุญก็​เพื่อว่าเวลาเราตาย​ไปแล้ว​​จะ​ได้ไม่​ต้องตกนรก เรา​จะ​ได้​ไปอยู่​สวรรค์ เมืองนรกมีไว้สำหรับคนบาป เมืองสวรรค์มีไว้สำหรับคนทำ​ความดี ผมจำไม่​ได้ว่าแม่พูดอะไร​ต่อ​ไปอีก ​แต่นานจนผมไม่อยากฟัง ​เพราะ​ที่แม่พูดมา​ทั้งหมดผมฟังไม่รู้เรื่อง​เลย​!

ผมเคยคิดว่า​ถ้าผมเกิดอยู่​อีกดินแดนหนึ่ง​ผม​จะ​ต้องมากราบไว้​พระองค์นี้ไหม แล้ว​​ถ้าบังเอิญเกิดมาในแถบยุโรปผมก็คง​ต้องกราบไหว้อีกอย่างหนึ่ง​หรือไม่ มิพักเอ่ยถึง​ถ้าผม​ไปเกิดอยู่​ในป่า ​เป็นชาว​เขา ผม​จะกราบไหว้อะไร​? ใช่หรือไม่ว่า​ถ้าเราเกิดอยู่​ในสังคมหนึ่ง​ เราก็​ต้องนับถือหรือมี​ความเชื่อตามสังคมนั้น​ ๆ​ ​เป็น​ความเชื่อ​ที่ถูกสอนมาจากรุ่นหนึ่ง​สู่รุ่นหนึ่ง​ ​ถ้าใช่..อย่างนั้น​ก็แสดงว่าเราไม่​ได้มีสิทธิเลือกศาสนาในตอนนั้น​ใช่ไหม?

เรื่อง​ศาสนา​เป็นเรื่อง​​ที่ละเอียดอ่อนมาก ไม่มี​ใครอยากพูดถึงมากนัก ​แต่การมีศาสนา​และเรียนรู้อย่างมี​ที่มา​ที่​ไปมันก็ไม่ใช่เรื่อง​เลวร้ายอะไร​ อย่างเบาสุด อาจ​จะถูกตราหน้าว่า​เป็นคน ‘นอกศาสนา’ อย่างหนักสุดอาจ​จะถูกดักตีหัวแตกก็เท่านั้น​เอง

คงไม่มี​ใครปฏิเสธ​ได้ว่าสมัยตอน​เป็นเด็กเรากราบไหว้​พระ​เพราะกลัวในอิทธิฤทธิ์ของ​พระองค์มากกว่า​ที่​จะเข้าใจในหลักคำสอน ​ซึ่งกลาย​เป็น​ความเชื่อแบบเทวนิยม ​คือพยายาม​เอาบุคคล​ที่เราเคารพนับถือมาเกี่ยวข้อง​กับสิ่ง​ที่อยู่​เหนือธรรมชาติ พยายามสร้างภาพพจน์ให้มีปาฎิหารย์ ให้ผู้คนกลัว นรก สวรรค์เกิดขึ้น​​เพราะจุดนี้ใช่ไหม? หลักคำสอนของ​พระองค์มิ​ได้เอ่ยถึงนรกสวรรค์​แต่อย่างใด เพียง​แต่บอกว่าการทำดี​ได้ดี ทำชั่ว​ได้ชั่วก็เท่านั้น​เอง

ผมไม่เคยถามแม่ว่า นรกอยู่​​ที่ไหน สวรรค์อยู่​แห่งใด ​ซึ่งคิดว่าแม่ก็คงไม่รู้ แม่อาจ​จะถูกยายของผมสั่งสอนมาเช่นเดียวกัน ​แต่พอโตขึ้น​มาก็ยังไม่รู้ว่านรกสวรรค์มันอยู่​ตรงไหนกันแน่ ​แต่ภาพในจินตนาการของผมบอกว่า นรก​เป็นสถาน​ที่ไม่น่าภิรมย์เลย​ มันร้อนอบอ้าว ​เป็นทัณฑสถานกักขังคนชั่ว มีต้นงิ้วหนามแหลมคม มีกระทะทองแดงอันร้อนระอุ ​และมีเสียงโหยหวนด้วย​ความปวดแสบปวดร้อนของเหล่าคนชั่ว ยมทูตถือหอกแหลมคมไว้ทิ่มแทงเหล่าอเวจี แค่นึกภาพผมก็ขนลุกไม่อยากทำชั่วแล้ว​ ​ส่วนสวรรค์มันก็คง​เป็นวิมาน​ที่สวยงาม อยู่​บนฟ้า น่าอยู่​ดูสวยงาม ​ซึ่งบนฟ้าก็​เป็น​ที่อยู่​ของเหล่านางฟ้า เทวดา ​เป็นสถาน​ที่สำหรับคนดี

แน่นอนผู้คนอยาก​ไปสวรรค์ มากกว่านรก!

ดังนั้น​มันจึงไม่ใช่เรื่อง​แปลกอะไร​เลย​​ที่​จะเห็นผู้คนอยากทำบุญ​เพราะว่ามันมีสิ่งจูงใจอยู่​ตรงนี้เอง ถามอีกว่า​ถ้าเราทำบุญแล้ว​ไม่​ได้ขึ้น​สวรรค์แล้ว​​จะมีคนทำบุญอยู่​หรือไม่? คำถามนี้อาจ​จะตรงเกิน​ไป

งั้นถามใหม่!.. เราทำบุญ​เพราะ​ความสบายใจเท่านั้น​ใช่ไหม มิ​ได้หวังผลตอบแทน​เมื่อเราตาย​ไปแล้ว​ใช่หรือไม่? บางคนอาจ​จะตอบว่าใช่ บางคนอาจ​จะตอบว่าไม่ใช่ ​และอาจ​จะมีหลายคน​ที่ตอบว่าไม่แน่ใจ

​แต่เราปฎิเสธตัวเองไม่​ได้ว่าจริง ๆ​ แล้ว​เราทำบุญก็​เพราะว่าเราหวังสิ่งตอบแทน นั่นก็​คือหวังว่า​เมื่อตายแล้ว​เรา​จะ​ได้ขึ้น​สวรรค์ ​ถ้า​เป็นเช่นนั้น​การทำบุญของเรามันก็ไม่ต่างอะไร​​กับการซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลสักหนึ่ง​ใบ เราซื้อเราก็หวังถูกรางวัล ถามว่ามี​ใครบ้าง​ที่ซื้อ​เพราะ​ต้องการ​เอาเงินช่วยชาติ ​โดยไม่​ต้องหวังสิ่งตอบแทน

ใช่หรือไม่ว่านรกสวรรค์​เป็นตัวบ่งชี้ให้ทำดี ทำชั่ว ​เพราะมัน​เป็นรางวัลไว้ล่อใจให้คนทำ​ความดี

"คุณ​กำลังมองว่าศาสนา​เป็นเรื่อง​งมงาย" เสียงลึกลับจาก​ใครคนหนึ่ง​ดังมาจากอากาศ

"คุณ​เป็น​ใครหรือ?" ผมถามพลางมองหาเจ้าของเสียง​แต่ไม่เห็น​ใคร

"ผม​เป็น​ใครไม่สำคัญหรอก" เสียงลึกลับเอ่ย "​ที่แน่ ๆ​ ​เป็นคนหนึ่ง​​ที่ฟังคุณพูดแล้ว​ไม่ค่อยเข้าหูเท่าไหร่"

"​แต่ผมไม่​ได้บอกว่า​เป็น​ความงมงาย"

"แล้ว​คุณเขียนบท​ความนี้ขึ้น​​เพื่อ​จะบอกอะไร​?"

"ผมเพียงอยาก​จะบอกว่าเราเข้าใจศาสนาอย่าง​ที่ศาสดาอยากให้​เป็นหรือไม่เท่านั้น​เอง"

"คุณ​กำลัง​จะบอกว่า ​ความเชื่อเรื่อง​ศาสนา​ที่​เป็นอยู่​ทุกวันนี้ ไม่​เป็นดั่ง​ที่ศาสดาอยากให้​เป็นอย่างงั้นหรือ?"

"สมองของผมมันบอกว่าอย่างนั้น​นะ"

"ยังไง? อ้อ..​แต่คุณ​ต้องพูดให้ดีหน่อย​นะ ​ถ้าหัวคุณแตกอย่าหาว่าผมไม่เตือน"

"คุณนับถือศาสนาอะไร​อยู่​?"

"ผมมีสิทธิไม่ตอบคุณ​ได้ใช่ไหม" เสียงลึกลับตอบ

"ไม่​เป็นไร ​ถ้างั้นคุณเคยทำบุญไหม?"

"ผมเคยทำบุญ"

"คุณทำบุญ​เพื่ออะไร​"

"ผมทำบุญก็​เพื่อเวลาตาย​ไปแล้ว​ ​ได้ขึ้น​สวรรค์น่ะซี ผมไม่อยากตกนรกนี่"

"​ถ้านรกสวรรค์ไม่มีจริง คุณ​จะยังทำบุญอยู่​หรือเปล่า"

เสียงลึกลับนิ่ง​ไปครู่หนึ่ง​ "ผมคิดว่าผมทำนะ"

"​เพราะอะไร​ ใน​เมื่อทำแล้ว​คุณก็ไม่​ได้​ไปสวรรค์ เอ้อ..​แต่ก่อน​ที่คุณ​จะตอบคำถามนี้ ผมถามก่อนว่า ​ถ้าคุณเห็นเด็กพิการขาขาด​กำลังนั่งขอทานอยู่​ คุณ​จะให้ทาน​เขามั้ย"

"ให้อยู่​แล้ว​"

"​เพราะอะไร​ใน​เมื่อคุณทำ​ไปคุณก็ไม่​ได้ขึ้น​สวรรค์"

"ผมสงสาร"

"คุณให้​เพราะสงสาร ​โดยไม่หวัง​จะ​ได้ขึ้น​สวรรค์?"

"ก็คุณเพิ่งบอกว่า​ถ้านรกสวรรค์ไม่มีจริง"

"งั้นการทำบุญ หรือทำ​ความดี การไม่ฆ่าสัตว์ การให้ทาน การไม่ลักทรัพย์ก็ไม่จำ​เป็น​ต้องอยู่​ในรูปแบบของศาสนาก็​ได้ใช่ไหม ​เพราะสมมุติว่าไม่มีระบบศาสนาคุณก็ยัง​จะทำ ใช่หรือไม่ว่ามันอยู่​​ที่สามัญสำนึก ศีลธรรม ​ความเห็นอกเห็นใจ การ​เอาใจ​เขามาใส่ใจเรา "

"คุณพูดอะไร​ของคุณ ผมฟังไม่เข้าใจ ว่างนักหรือไง!" ผมไม่ทัน​ได้ตอบ​เขา ​แต่เสียงลึกลับนั้น​ก็หาย​ไปแล้ว​



อาร์เธอร์ ซี. คลาร์ค กล่าว​เอาไว้ว่า โศกนาฏกรรม​ที่ยิ่งใหญ่​ที่สุดของมนุษยชาติ​คือการ​ที่ศีลธรรมถูกแย่งชิง​ไปครอบครอง​โดยศาสนา หมาย​ความว่า เราเลือก​ที่​จะสรุปว่า หาก​จะมีศีลธรรมก็​ต้องเข้า​ไปสู่ร่มเงาของศาสนา

คำถาม​ที่น่าสนใจก็​คือ ​ถ้าเราไม่มีศาสนาเรา​จะอยู่​​ได้ไหม? คนเราเกิดมาก็ไม่​ได้บอกว่าอยากนับถือศาสนานั้น​ศาสนานี้ เราเพียงทำตามคนรุ่นก่อน ​จะว่า​เป็นการบังคับหรือเปล่า ก็ไม่เชิง เพียง​แต่​ถ้าเราอยู่​ในสังคมใดแล้ว​เราก็​ต้องนับถือศาสนานั้น​ตาม​ไปด้วย ​และนี่​คือเรื่อง​จริง!

​แต่ประเด็นนี้น่าสนใจกว่า คน​ที่ไม่มีศาสนา หรือ 'คนนอกศาสนา' เหล่านี้ ​ถ้าทำบุญ ตายแล้ว​พวก​เขา​จะ​ไปอยู่​​ที่ไหน? ​ถ้าทำบาปพวกนี้​จะตกนรกหรือไม่? ​เป็นเรื่อง​​ที่น่าคิด บางคนอาจ​จะนึกสงสัยว่า ในโลกนี้มีคนประเภทนี้ด้วยหรือ? จิตใจคนเราต่างกัน ศาสนามีคนนับถือ​และไม่นับถือ ​ซึ่งมันสิทธิของพวก​เขา ไม่มี​ใครบังคับ​ได้

"ผมรับไม่​ได้นะ​ที่คุณออกมาพูดแบบนี้" เสียงลึกลับกลับมาแล้ว​ ฟังจากน้ำเสียงคิดว่าอารมณ์ของ​เขาคงไม่ค่อยดีเท่าไหร่

"คุณหาย​ไปไหนมา?"

"ผมไม่​ได้หาย​ไปไหน ผมฟังคุณพล่ามมานานแล้ว​ คุณ​กำลัง​จะบอกว่ามนุษย์เราบางทีก็ไม่จำ​เป็น​ต้องมีศาสนา"

"เปล่า..ผมไม่​ได้หมายถึงอย่างนั้น​"

"แล้ว​​ที่คุณกล่าวมา​ทั้งหมด มันหมายถึงยังไง?"

"ผมเพียงอยาก​จะบอกว่า การมีศาสนาหรือไม่มีมันไม่สำคัญ ​ถ้าเราเชื่อศาสนาอย่างรู้​ที่มา​ที่​ไป ไม่ใช่สัก​แต่เชื่อ​โดยไม่รู้เหตุรู้ผล ​ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่สิ่ง​ที่ศาสดาอยากให้​เป็นด้วย หลักคำสอนของ​พระพุทธเจ้าไม่​ได้สอนให้เชื่ออะไร​​โดยไม่มีเหตุผล ใน กาลามสูตร ​พระองค์ก็ทรงตรัสไว้แล้ว​"

"ใน กาลามสูตร นี้รวม​ไปถึงระบบศาสนานี้ด้วยยังงั้นหรือ?"

"บางทีเรา​ต้องยอมรับสัจธรรมข้อหนึ่ง​​ที่ว่า อะไร​ก็ตาม​ที่​เป็นประดิษฐกรรม​ที่มนุษย์สร้างขึ้น​มัก​จะไม่ยั่งยืน"

เสียงลึกลับว่า "คุณพยายาม​จะบอกอะไร​ คุณพูดมาตรง ๆ​ เลย​ดีกว่า อย่าให้ผม​ต้องตี​ความ ผมไม่ใช่ศาลรัฐธรรมนูญนะ"

"ระบบศาสนา​เป็นประดิษฐกรรมอย่างหนึ่ง​ของมนุษย์ ไม่​ได้เกิดขึ้น​เองตามธรรมชาติ ​เพราะฉะนั้น​ไม่แน่ว่าอีกห้าพันปีข้างหน้า ระบบนี้อาจ​จะไม่​ได้อยู่​บนโลกใบนี้ก็​ได้"

"คุณ​กำลังบอกว่า​เมื่อถึงยุคหนึ่ง​ระบบศาสนาอาจ​จะถึงคราวอวสาน นี่คุณพูดแรง​ไปรึเปล่า นรกเลย​นะคุณ!"

"นรกสวรรค์ก็​เป็นกุศโลบายอย่างหนึ่ง​ของระบบศาสนา"

"คุณหาว่านรกสวรรค์ไม่มีจริงงั้นหรือ?"

"อาจ​จะมีจริงหรือไม่มีจริงผมไม่รู้ หลักคำสอนของ​พระองค์​จะ​เป็นหลัก​และแนวทางการดำเนินชีวิต"

"แล้ว​ยังนี้นรกสวรรค์เกิดขึ้น​มา​ได้ยังไง?"

"บุคคลใดก็แล้ว​​แต่​ที่มนุษย์เคารพนับถือ มัก​จะถูกนำมาโยง​กับสิ่ง​ที่อยู่​เหนือธรรมชาติ ให้ดูมีอิทธิฤทธิ์ นรกสวรรค์ก็เกิดขึ้น​มาจากตรงนี้เอง"

"คุณ​กำลัง​จะบอกว่านรกสวรรค์เกิดจากคนใดคนหนึ่ง​ หรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง​กรุเรื่อง​ขึ้น​หลังจาก​ที่​พระพุทธเจ้าสวรรคต​ไปแล้ว​"

"หลักคำสอนของ​พระพุทธเจ้าก็เริ่มสังคายนาตอน​ที่​พระองค์สวรรคต​ไปแล้ว​ไม่ใช่หรือ ก่อนนั้น​ก็​เป็นเพียงการท่องจำอย่างเดียว นรกสวรรค์อาจ​จะมีอยู่​ใน​พระไตรปิฎก​แต่ก็ไม่​ได้หมาย​ความว่า​พระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้จริง"

"ผมว่าคำพูดคุณชัก​จะไม่เข้าหูผมเท่าไหร่นะ ​แต่​เอาล่ะ..สมมุติว่า​เป็นอย่าง​ที่คุณพูดมา แล้ว​​ถ้าเกิดทุกคนไม่เชื่อเรื่อง​บาปบุญ เรื่อง​นรกสวรรค์ ต่างคนต่างทำชั่ว​โดยไม่เกรงกลัวต่อบาป โลกเรามิวุ่นวายหรอกหรือ?"

"มนุษย์ยังมีสันดานดิบ​ที่แฝงอยู่​ในตัว​ที่ไม่​ได้แสดงออกมา ​เพราะว่ามีระบบศาสนาคอยบั่นทอน ควบคุม ​และลด​ความรุนแรงเหล่านั้น​ไว้ ​ซึ่งแน่นอน​ถ้าไม่มีระบบศาสนาโลก​ต้องวุ่นวายแน่ ลำพังพึ่งระบบกฎหมายอย่างเดียวไม่พออยู่​แล้ว​ ​แต่ต่อ​ไประบบนี้อาจ​จะ​ใช้ไม่​ได้ผล หรือยัง​ได้ผลอยู่​ ก็ไม่อาจรู้ ​แต่​ที่รู้ ๆ​ ​คือตอนนี้โลกยังรับแนวคิดนอกกรอบแบบนี้ไม่​ได้ "

เสียงลึกลับหัวเราะ "มันแน่นอนอยู่​แล้ว​ล่ะ.. คุณเตรียมผ้าพันแผลไว้เยอะ ๆ​ ก็แล้ว​กัน"

"ผมเตรียมไว้เรียบร้อย​ ขอบคุณ​ที่เตือน ​แต่ผมว่าถึงอย่างไรระบบนี้ก็​ต้องมีการเปลี่ยนแปลง ​เพราะทุกอย่างบนโลกใบนี้เปลี่ยนแปลงอยู่​ตลอดเวลา เพียง​แต่ตอนนี้แนวคิดแบบนี้อาจ​จะฟังดูแหกคอก​ไปบ้าง จริงอยู่​ว่ามันอาจ​จะไม่เหมาะ​กับสังคมปัจจุบัน​ซึ่งนั่นไม่ใช่เรื่อง​แปลก ระบอบการปกครอง​ที่ว่าดี​และเหมาะ​กับประเทศหนึ่ง​ ก็ไม่​ได้หมาย​ความว่า​จะเหมาะ​กับอีกประเทศหนึ่ง​เสมอ ระบบศาสนาก็เช่นเดียวกันตอนนี้อาจ​จะเหมาะสำหรับสังคมยุคปัจจุบัน ​แต่อีกห้าพันปีข้างหน้าอาจ​จะไม่เหมาะ​กับสังคมในยุคนั้น​ก็​ได้ ​ซึ่ง​เมื่อถึงตอนนั้น​มนุษย์อาจ​จะสร้างระบบอีกระบบหนึ่ง​ขึ้น​มาทดแทนก็​เป็น​ได้ ​เพราะทุกอย่าง​คือการเปลี่ยนแปลง ...​.นี่คุณยังฟังผมอยู่​หรือเปล่า?"

ผมพูด​กับตัวเอง...​เสียงลึกลับนั้น​หาย​ไปอีกแล้ว​...​



ศาสนาทุกศาสนาล้วนสอนให้ทุกคน​เป็นคนดี ​เป็นคำพูด​ที่ผม​ได้ยินมาตั้งแต่เด็กจนถึง​เป็นผู้ใหญ่ ​และก็เห็นด้วย​กับคำพูดนี้อยู่​เสมอ ‘ คำว่าสอนให้ทุกคน​เป็นคนดี’ ไม่แน่ใจว่าศาสนิกชน​ทั้งหลายรับ​เอาคำสอนของ​พระศาสดามามากน้อยเพียงใด หลายคนกราบไหว้บูชา​พระเจ้าอย่างศรัทธา ​แต่ไม่เคยรู้หลักคำสอน​ที่แท้จริงเลย​ของ​พระองค์ หลายคนห้อย​พระเต็มคอ กราบไหว้บูชา​พระองค์เพียง​เพื่อหวังให้​พระองค์คุ้มครอง ​แต่​จะมีสักกี่คน​ที่ห้อย​พระ​ที่คอ​เพื่อ​เอาไว้​เป็นเครื่องเตือนใจในการทำ​ความดี เข้าใจหลักธรรมคำสอนในการดำเนินชีวิต ​ซึ่งหลายครั้ง​ที่ศาสนาถูกนำมา​ใช้ในทาง​ที่ผิด เกิดการแบ่งแยก​ระหว่างศาสนา

​ที่น่าเศร้าก็​คือ การแบ่งแยก​ระหว่างศาสนาทำให้เกิดสงครามมากมาย​ มีคนตาย​เพราะคำว่าศาสนาอยู่​ทั่วทุกมุมโลก

​และ​ที่น่าขันก็​คือ ไม่มี​ใครกล้าปฏิเสธ ​เพราะมัน​เป็นเรื่อง​จริง!



อย่างไรก็ตามการมีศาสนาไม่ใช่เรื่อง​แย่ มนุษย์ยังคง​ต้องการ​ที่พึ่ง มีศาสนา​และเรียนรู้ศาสนาอย่างมี​ที่มา​ที่​ไป เข้าใจหลักคำสอนมากกว่า​ที่​จะเชื่อเรื่อง​อิทธิฤทธิ์ของ​พระองค์ แล้ว​นำหลักคำสอนนั้น​มา​ใช้ในการดำเนินชีวิต ​ซึ่งบางทีอาจ​จะไม่จำ​เป็น​ต้องถามว่านรกสวรรค์มีจริงหรือไม่ ​ซึ่งการกระทำ​และสามัญสำนึกของเรา​จะบอกตัวเราเอง

​พระเจ้า​จะไม่ยื่นมือช่วยคุณ ​ถ้าหากคุณไม่ช่วยตัวเองก่อน!.



แม่จากผม​ไปเกือบสองปีแล้ว​ วันนั้น​ผมจับมือแล้ว​ยิ้มให้แม่ บอก​กับแม่ว่า แม่​จะ​ต้อง​ได้​ไปสวรรค์ แม่ยิ้มตอบแล้ว​ก็สิ้นใจ จนป่านนี้ผมยังไม่รู้ว่าแม่​ได้​ไปสวรรค์เหมือน​กับ​ที่แม่อยาก​ไปหรือไม่ ​แต่ผมก็ยังภาวนาให้แม่​ได้​ไปสู่สรวงสวรรค์อย่าง​ที่แม่อยาก​ไป.



*******************************

 

F a c t   C a r d
Article ID A-1288 Article's Rate 18 votes
ชื่อเรื่อง บทความ : ศาสนาแท้จริงอยู่ตรงไหน?
ผู้แต่ง ตะวันฉายที่ปลายฝัน
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๙ ธันวาคม ๒๕๔๘
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๑๕๓๓ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๓ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๘๐
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-6503 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 09 ธ.ค. 2548, 21.43 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : lj [C-6649 ], [202.151.43.164]
เมื่อวันที่ : 05 ม.ค. 2549, 17.42 น.

ผมชอบนะ
อืม...​..
เห็นด้วย​กับเรื่อง​นี้อ่ะครับ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : ผู้ชี้แนะครึ่งทาง [C-13761 ], [61.19.150.58]
เมื่อวันที่ : 29 ก.พ. 2551, 16.41 น.

​ถ้าคุณอยากรู้ว่าศาสนา​ที่แท้จริง​คือศาสนาใด ง่ายๆ​เพียงแค่คุณเปิดใจกว้าง แล้ว​ทบทวนดูศาสนาทุกศาสนาหาข้อเปรียบเทียบ​แต่ละศาสนาอย่างไม่มีอคติ ข้อมูลจากเน็ตก็ถม​ไป เช่น อิสลามเชื่อทุกสรรพสิ่งมีผู้กำหนด ผู้สร้าง นั่น​คือ​พระเจ้า ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้น​เองไม่​ได้ พุทธ เชื่อว่าไม่มี​พระเจ้าทุกสิ่งเกิดขึ้น​ตามธรรมชาติ ฯลฯ คุณก็ลองไตร่ตรองดูว่าสิ่งไหน​เป็น​ไป​ได้มาก​ที่สุด ...​...​...​...​...​...​.แค่นี้มันก็กระจ่างแล้ว​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น