นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๐๒ ธันวาคม ๒๕๔๘
ความรักครั้งสุดท้าย#17
Anantra
...ฉัน​​ได้เรียนรู้เกี่ยว​​กับ​​ความรักมากขึ้น​​ รู้ว่าการ​​ที่คนสองคน​​จะ​​ได้มา​​ใช้ชีวิตอยู่​​ด้วยกันนั้น​​มันไม่ง่ายเลย​​ แค่​​ความรักเพียงอย่างเดียวมันไม่พอ...
ฉันลืมตาตื่นขึ้น​มา​แต่เช้า​ ไม่ใช่สิยังไม่​ได้นอนเลย​จนถึงเช้า​น่า​จะถูกกว่า มันนอนไม่หลับ พยายามข่มตาเท่าไหร่ก็ไม่สำเร็จ ​ทั้ง ๆ​ ​ที่ฉันพยายาม​ที่​จะไม่คิดอะไร​ ​แต่ในใจมันกลับไม่ยอมเชื่อฟัง มันยังคงวนเวียนเฝ้าคิดถึง​แต่เรื่อง​ราวในอดีต ​ความทรงจำ​ที่แสนดี​ระหว่างฉัน​กับ​เขา ตั้งแต่วันแรก​ที่เราเจอกัน จนถึงวันแห่ง​ความเจ็บปวดแบบทุกวันนี้


ถึงตอนนี้แล้ว​ฉันยังไม่อยาก​จะเชื่อเลย​ว่า​ความรักของเรา​ที่สะสมกันมานาน​ต้องจบลงเพียงแค่เรื่อง​นี้เพียงเรื่อง​เดียว เหมือนฟ้าไม่​เป็นใจ ไม่ให้​แม้​แต่โอกาสสักครั้งให้​เขา​ได้แก้ตัวใน​ความผิดพลาด​ที่เกิดขึ้น​ ​แม้ว่าฉัน​จะให้อภัย​เขาสักกี่ครั้ง หรือ​แม้ว่าฉัน​จะลืมเลือนสิ่ง​ที่​เขาก่อ​ได้อย่างสนิทใจก็ตาม มันก็ไม่มีทาง​ที่​จะทำให้เราสองคนกลับมา​เป็นเหมือนเดิม​ได้


...​​ความรัก​จะชนะทุกสิ่ง อานุภาพของ​ความรักนั้น​ยิ่งใหญ่เกินกว่า​จะต้านทาน...​ นั้น​คงไม่จริง​ทั้งหมด


ฉัน​ได้เรียนรู้เกี่ยว​กับ​ความรักมากขึ้น​ รู้ว่าการ​ที่คนสองคน​จะ​ได้มา​ใช้ชีวิตอยู่​ด้วยกันนั้น​มันไม่ง่ายเลย​ แค่​ความรักเพียงอย่างเดียวมันไม่พอ มัน​ต้องประกอบด้วยอะไร​อีกหลายอย่าง ไม่ว่า​จะ​เป็น​ความซื่อสัตย์ อดทน การให้อภัย ​ความเสียสละ ​ความเข้าใจ ​ถ้าคนสองคน​สามารถทำสิ่ง​ที่ว่ามานี้​ได้​ทั้งหมด ​ความรักก็คง​จะสดใสสวยงามอย่างแน่นอน

ไม่สิ บางทีฉันอาจ​จะลืมบางสิ่ง​ไป "พรหมลิขิต" ไม่ว่า​จะยังไงฉันก็ยังเชื่อเรื่อง​พรหมลิขิต ​และสิ่งนี้น่า​จะ​เป็นสิ่ง​ที่​สามารถดลบันดาลให้​ความรักของเรายั่งยืน หรืออาจ​จะทำให้มันจบลง​ได้ง่าย ๆ​ ​โดย​ที่เรานึกไม่ถึงขึ้น​อยู่​​กับว่าคนสองคนนั้น​​ได้เคยทำบุญร่วมกันมามากน้อยแค่ไหน


ฉันคงทำอะไร​ไม่​ได้มาก​ไปกว่าการทำใจ สิ่งนี้เพียงสิ่งเดียวเท่านั้น​​ที่ฉัน​จะ​ต้องทำมันให้​ได้ เสียเวลาเปล่า​ที่​จะมานั่งคร่ำครวญถึง​ความรัก​ที่เราเคยมีต่อกัน หรือ​เอา​แต่โทษโชคชะตา​ที่ไม่เข้าข้าง ก็ใน​เมื่อฉันเลือก​ที่​จะทำในสิ่ง​ที่ถูก​ต้อง ฉันก็​ต้องทำมันให้ตลอดรอดฝั่ง


เย็นนี้แล้ว​สินะ ​ที่ฉัน​จะ​ต้องเผชิญ​กับ​ความจริง​ที่ปวดใจ ฉันกลัว กลัว​ไปหมดทุกอย่าง กลัวจนอยากเปลี่ยนใจ ฉันไม่รู้ว่าฉันคิดผิดหรือเปล่า​ที่รับปากอ้นว่า​จะ​ไปร่วมงานของ​เขา นี่​ถ้าเกิดพ่อ​กับแม่รู้เข้า​จะ​ต้องโกรธฉันมากแน่ ๆ​ ไหน​จะใยจอยอีกล่ะ ฉันไม่น่าหาเรื่อง​เลย​


ฉันเดิน​ไปเปิดตู้เสื้อผ้า มองหาชุด​ที่​จะใส่​ไปงานในเย็นวันนี้ พลันสายตาเหลือบ​ไปเห็นชุดสวยสีเขียวอมฟ้า(Turquoise) ​ซึ่งฉันเคยใส่มันเพียงครั้งเดียว มัน​เป็นชุดออกงานตัวแรกของฉัน ชุดนี้อ้น​เป็นคนช่วยเลือกให้ฉันในวัน​ที่เรา​จะ​ไปงานเลี้ยงฉลองวันเกิดครบรอบ 85 ปีของคุณปู่ของ​เขา

คุณปู่ของอ้นท่าน​เป็นคนใจดี ท่าน​เป็นถึงนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ​แต่ตอนนี้ท่านปลดเกษียณมาหลายปีแล้ว​ ​และ​ที่สำคัญท่านรักอ้นมาก อ้นเปรียบเสมือนลูกชายคนสุดท้องของท่าน

วันนั้น​​เป็นวันแรก​ที่อ้นเปิดตัวฉันต่อหน้าญาติพี่น้องของ​เขา ในตอนนั้น​ฉันแทบ​จะเดินไม่ตรง ประหม่า​ไปหมด เกือบ​จะสะดุดชายกระโปรงตัวเองล้มตั้งหลายครั้ง โชคดี​ที่อ้นประคองไว้ทัน ไม่งั้นก็คง​จะอายแขกเหรื่อในงานกัน​พอดี



"คุณปู่ครับ​ นี่อรครับ​ แฟนผม" ​เขาพูดเสียงดังฟังชัด ต่อหน้าคุณปู่ ​และแขกในบริเวณนั้น​ ทุกคนหันมามองฉัน​เป็นตาเดียว ฉันอายจนหน้าแดง ทำอะไร​ไม่ถูก ไม่นึกว่า​เขา​จะโพร่งออกมาแบบนั้น​ ฉันแอบหยิก​เขาเบา ๆ​ โทษฐาน​ที่เสียงดัง



"โอ๊ย...​" อ้นทำร้องเสียงดัง ​เขาแกล้งฉัน ยิ่งทำให้ฉันอาย​ไปกันใหญ่



คุณปู่ถึง​กับหัวเราะออกมา ท่านคง​จะขำท่าทางของเรา ฉันยิ้มให้ท่านอย่างเขิน ๆ​ ​พร้อม​กับกล่าวคำทักทาย​กับท่าน



"สวัสดีค่ะ​คุณปู่ สุขสันต์วันเกิดค่ะ​" ฉันอวยพรท่าน



"ตามสบายเลย​นะหนูนะ คิดซะว่านี่​เป็นบ้านของหนูเลย​ละกัน บ้านนี้ก็เหมือนบ้านของเจ้าอ้นมัน ก็ว่า​จะยกให้มันอยู่​เหมือนกัน ​แต่มีข้อ​แม้ว่า​ต้องรีบมีหลานให้ปู่เร็ว ๆ​ นึกว่า​จะอยู่​ไม่ทัน​ได้เห็นเจ้าสาวของมันซะแล้ว​ ​แต่คงไม่นานเกินรอแล้ว​ล่ะมั๊ง จริงไหมอ้น" คุณปู่กระเซ้า ยิ่งทำให้ฉันอาย​ไปกันใหญ่



"ครับ​คุณปู่" อ้นพูด​พร้อม​กับหันมามองหน้าฉัน ​ซึ่ง​ได้​แต่ก้มหน้าด้วย​ความอาย



หลังจากงานวันนั้น​อ้นก็มัก​จะพาฉัน​ไปเยี่ยมเยียนคุณปู่​เป็นประจำ ท่านเอ็นดูฉันมากอาจ​จะ​เป็น​เพราะท่านรักอ้นมาก ฉันเลย​พลอย​ได้รับ​ความรักจากท่าน​ไปด้วย

งานในวันนี้ท่าน​จะ​ต้องมาอย่างแน่นอน มัน​เป็นวันสำคัญของหลานชายสุด​ที่รักของท่าน ท่านคงไม่พลาด​ที่​จะมา​เป็นเกียรติให้​กับ​เขา ท่าน​จะรู้หรือยังนะว่าเจ้าสาวของอ้นในวันนี้ไม่ใช่ฉัน ​เมื่อท่านทราบแล้ว​ท่าน​จะรู้สึกผิดหวังบ้างหรือเปล่านะ คิดแล้ว​ก็ใจหายอยู่​เหมือนกัน หลังจากวันนี้ฉันคง​จะไม่​ได้​ไปกราบท่านอีกแล้ว​ อ้นคง​จะพาลูกเมียของ​เขา​ไปกราบท่านแทนฉัน ​ซึ่งมันก็ควร​จะ​ต้อง​เป็นแบบนั้น​ฉันทราบดี


ฉันหยิบชุดออกมาลองสวมดู น่าแปลก​ที่ฉันยังคงสวมมัน​ได้​พอดี อาจ​จะหลวม​ไปนิดนึงด้วย ​เพราะฉันผอมลงกว่า​แต่ก่อน ​แต่ก็ไม่มากนัก


วันนี้ฉัน​จะใส่ชุดนี้​ไปในงานของ​เขา ​และมันคง​จะ​เป็นครั้งสุดท้าย​ที่ฉัน​จะใส่มัน มัน​จะ​เป็นชุดแห่ง​ความทรงจำ​ระหว่างฉัน​กับ​เขา แค่ใน​ความทรงจำแค่นั้น​


อีกไม่กี่ชั่วโมงงานก็​จะเริ่มแล้ว​ งานของ​เขาจัด​ที่โรงแรมหรูกลางใจเมือง ​ซึ่งฉันก็ไม่ทราบรายละเอียดอะไร​เลย​ นอกจากชื่อโรงแรม ​แต่แค่นั้น​ก็น่า​จะเพียงพอ


เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น​ ​ถ้าเดาไม่ผิดก็น่า​จะ​เป็นคุณหนึ่ง​ ​ซึ่งก็​เป็น​เขาจริง ๆ​



"สวัสดีค่ะ​ คุณหนึ่ง​" ฉันรับ



"ครับ​ ผม​จะโทรมาถามอรน่ะครับว่า​​จะให้ผม​ไปรับซักกี่โมงดี"



"คุณหนึ่ง​สะดวก​กี่โมงล่ะคะ​ อรเกรงใจน่ะค่ะ​"



"สัก 5 โมงตรงดีไม๊ครับ​ ​ไปถึงงานก็คง​พอดี" ​เขาแนะนำ



"ตามนั้น​ก็​ได้ค่ะ​ งั้น 5 โมงตรงเจอกันค่ะ​" ฉันบอก​เขา



"ครับ​ 5 โมงเจอกัน" ​เขาบอก



ฉันรีบ​แต่งตัว ​แต่งหน้าทำผมเองด้วยสไตล์​ที่​เป็นธรรมชาติ​ที่สุด ไม่ใช่ว่าไม่อยากสวย ​แต่เพียงไม่อยากให้แม่สงสัย ก็​ได้​แต่ภาวนาว่าคุณแม่คง​จะไม่ทราบว่างาน​แต่งงานของอ้นจัดขึ้น​วันนี้ ​ถ้าทราบท่านก็คง​จะเดา​ได้ไม่ยากนักว่าฉัน​กำลัง​จะ​ไปไหน

ฉันออก​ไปยืนรอคุณหนึ่ง​​ที่หน้าปากซอยบ้าน ไม่อยากให้​ที่บ้านรู้ว่าฉัน​ไปไหน​กับ​ใคร ไม่อยากให้​ใครมาคอยจับผิด หรือมาคอยถาม มันยังไม่มีกะจิตกะใจ​ที่​จะมานั่งอธิบายเรื่อง​ราวให้​ใครฟัง ​และถึง​แม้​จะพยายามอธิบายสักแค่ไหน ก็คง​จะไม่มี​ใครเข้าใจ พวก​เขาคง​จะไม่ยอมให้ฉัน​ไปงานนี้​เป็นแน่


คุณหนึ่ง​มารับฉันด้วยรถยุโรปสีขาว ​พร้อม​กับ​แต่งกายสุภาพ ทุกอย่างดูดี​ไปหมด ไม่ว่า​จะ​เป็นการ​แต่งกาย ​และทรงผม ผิด​กับคุณหนึ่ง​​ที่ฉันเคยเจอ​ที่ร้านเสื้อของ​เขาอย่าง​กับ​เป็นคนละคน

​เขาจอดรถ แล้ว​รีบลงมาเปิดประตูให้ฉัน



"อร รอผมนานไม๊ครับ​" คุณหนึ่ง​ถามฉัน



"ไม่หรอกค่ะ​ ​พอดีอรมาก่อนเวลาเอง อัน​ที่จริงนี่ก็ยังไม่ 5 โมงเลย​ คุณหนึ่ง​มาก่อนเวลาซะอีก" ฉันบอก​เขา



"​คือผมไม่อยากให้อร​ต้องมายืนรอผมน่ะครับ​ " ​เขาพูด



"ไม่​เป็นไรหรอกค่ะ​ อรรอ​ได้ ขอบคุณมากเลย​นะคะ​" ฉันบอก​เขา



คุณหนึ่ง​หันมายิ้มให้ฉัน ก่อน​ที่​จะเคลื่อนรถออก​ไป เราสองคนแทบ​จะไม่​ได้คุยกันเลย​ตลอดทาง ​เพราะฉันมัว​แต่กังวลเรื่อง​งาน​แต่งของอ้น ​และเหมือนคุณหนึ่ง​​จะรู้ ​เขาเลย​ไม่กวนใจฉันเลย​​แม้​แต่น้อย


ฉันเปรียบเสมือนแขก​ที่ไม่​ได้รับเชิญ ทุกคนคงนึกไม่ถึงว่าฉัน​จะมา ​ซึ่งใน​ความ​เป็นจริงมันก็ควร​จะ​เป็นแบบนั้น​ คงไม่มีผู้หญิงคนไหนอยาก​ที่​จะ​ไปร่วมงาน​แต่งงานของแฟนตัวเองหรอก




"อรครับ​ ถึงแล้ว​ครับ​" เสียงคุณหนึ่ง​กระซิบเบา ๆ​



ฉันลืมตาตื่นขึ้น​มาทันที นี่ฉันเผลอหลับ​ไปหรือนี่ คง​จะ​เป็นผลมาจาก​ที่ฉันไม่​ได้นอน​เมื่อคืน



"นี่อรเผลอหลับ​ไปตั้งแต่​เมื่อไหร่คะ​เนี่ย ​ต้องขอโทษคุณหนึ่ง​ด้วยนะคะ​ อรนี่เสียมารยาทจังเลย​ ปล่อยให้คุณหนึ่ง​ขับรถอยู่​คนเดียว" ฉันขอโทษขอโพยคุณหนึ่ง​​เป็นการใหญ่



"ไม่​เป็นไรหรอกครับ​ ผมต่างหาก​ที่เสียมารยาท ผมน่า​จะปล่อยให้อรนอนต่ออีกสักหน่อย​ ท่าทาง​กำลังหลับสบายเลย​" ​เขาพูด



"นี่อรหลับ​ไปนานเท่าไหร่คะ​เนี่ย แล้ว​นี่มันกี่โมงแล้ว​คะ​" ฉันพูดพลางดูนาฬิกาข้อมือของตัวเอง



"​ไปกันเถอะครับ​ เวลานี้​กำลังดีเลย​ ไม่เร็ว ​และก็ไม่ช้าจนเกิน​ไป" ​เขาพูด ​พร้อม​กับลงจากรถมาเปิดประตูให้ฉัน



"เชิญครับ​คุณผู้หญิง" ​เขาพูด​พร้อม​กับโน้มตัวเล็กน้อย



ฉันเพิ่ง​จะเห็น​เขาเต็มตัว ชัด ๆ​ ก็ตอนนี้เอง ​เขาดูเท่ห์ไม่เบา ฉัน​ได้กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ​ จากตัว​เขาด้วย คุณหนึ่ง​​ทั้งสุภาพ​ทั้งอ่อนโยน หน้าตาดี ฐานะดี คงไม่มีผู้หญิงคนไหนกล้า​ที่​จะปฏิเสธ​เขาอย่างแน่นอน นี่​ถ้าเกิดว่าฉันเจอ​เขาก่อน ฉันก็คง​จะ​ต้องหลงรัก​เขาอย่างหัวปักหัวปำ​เป็นแน่


เราสองคนเดินเข้า​ไปในตัวโรงแรม ป้ายประชาสัมพันธ์บอกว่างาน​แต่งงานของอ้นจัด​ที่ห้องแกรนด์บอลลูม​ที่อยู่​ชั้นบน

ฉันรู้สึกว่า​หัวใจของฉันเต้นไม่​เป็นส่ำ ​และรู้สึกเย็นขึ้น​มาในทันที ไม่รู้ทำไม ฉันคงตื่นเต้นมากจนเกิน​ไป ฉันขอตัวคุณหนึ่ง​​ไปเข้าห้องน้ำก่อน

ฉันยืนมองตัวเองอยู่​หน้ากระจก ราว​กับ​กำลัง​จะสะกดจิตตัวเอง ฉันพยายามบอกตัวเองว่า ฉัน​จะ​ต้องเข้มแข็ง ​พร้อม​กับหยิบเครื่งสำอางค์ออกมาเติมไม่ให้หน้ามันซีดจนเกิน​ไป ฉันยืนทำใจอยู่​นานพอสมควร จน​ได้ยินเสียงเหมือนคนกลุ่มหนึ่ง​เดินคุยกันเข้ามา ฉันเลย​เดินออก​ไป



"อร" มีเสียงหนึ่ง​ทักฉัน ฉันเงยหน้าขึ้น​​ไปมองเสียงนั้น​ทันที



"จำเรา​ได้ไม๊ เรานกไง" เธอทักทายฉัน



ฉันยิ้มทักทายตอบ ​แต่ไม่​ได้พูดอะไร​ ​เพราะไม่รู้​จะพูดอะไร​ แล้ว​อีกอย่างฉันก็ไม่​ได้รู้จัก​กับเธอคนนั้น​เท่า​ที่ควร เพียงแค่เคยเห็นหน้าตอนสมัยเรียน ​และรู้ว่าเธอ​เป็น​เพื่อนร่วมชั้นของอ้นแค่นั้น​

ยังไม่ทัน​ที่ฉัน​จะเดินออกมาพ้นบริเวณนั้น​ ฉันก็​ได้ยินเธอพวกนั้น​คุยกันทันที



"นี่แก นั่นไงแฟนอ้น ไม่คิดว่า​จะมาเนอะ" เสียงหนึ่ง​พูดขึ้น​มา



"มาทำไมก็ไม่รู้เนอะ ​เป็นฉันไม่มาหรอก แกว่าไหม"



"อืม...​ตอนแรกฉันก็นึกว่า​จะ​แต่ง​กับคนนี้ ​ที่ไหน​ได้ ไม่ใช่"



"เห็นว่าคนนั้น​ท้องนี่เลย​​ต้อง​แต่ง"



"สงสัยมา​กับแฟนใหม่แน่เลย​ ฉันเห็นผู้ชายยืนรออยู่​หน้าห้องน้ำ"



"ใช่เหรอ อะไร​มัน​จะเร็วขนาดนั้น​ เห็นดูหงิม ๆ​ เรียบร้อย​"



"ก็เดี๋ยวรอดูสิ ฉันว่าใช่ ไม่รู้ว่างานนี้​ใครผิด​ใครถูกเลย​เนอะ"



"​แต่แหมผู้หญิงก็เหลือเกินนะ ไม่ทันไรเลย​ ดีแล้ว​ล่ะ​ที่ไอ้อ้นมันไม่​ได้​แต่ง​กับใยคนนี้"



ฉันรีบเดินออกมาจากบริเวณนั้น​ในทันที ไม่อยากฟังต่อ มันเสียดแทงใจ พลันคิดขึ้น​มาเลย​ว่า ฉันไม่ควรมางานนี้เลย​จริง ๆ​



"อร ​เป็นอะไร​หรือเปล่า หน้าซีดเชียว" คุณหนึ่ง​ทักฉัน



"เรา​ไปกันเถอะค่ะ​" ฉันรีบบอก​เขา



เราเดินขึ้น​​ไป​ที่ชั้นบน ฉันมองเห็นซุ้มงาน​แต่งมา​แต่ไกล เห็นเจ้าบ่าว เจ้าสาวยืนอยู่​หน้างาน

ใจฉันเต้นไม่​เป็นส่ำ ฉันหยุดยืนอยู่​ตรงนั้น​ มันก้าวขาไม่ออก มันลังเล อยากกลับบ้านขึ้น​มาในทันที


ฉันหัน​ไปมองคุณหนึ่ง​ ​พร้อม​กับบอก​เขา



"เรากลับกันเถอะค่ะ​"



คุณหนึ่ง​ยิ้ม​พร้อม​กับยื่นมือมาให้ฉัน เหมือน​กับ​จะบอกว่าให้ฉันเชื่อใจ​เขา ฉันรู้สึกลังเล มองหน้า​เขาอีกครั้ง ​เขายิ้มให้ฉันอย่างอ่อนโยน ฉันรู้สึกใจชื้นขึ้น​มาอีกนิดหน่อย​ จับมือ​เขาแล้ว​เดินเข้า​ไป​พร้อมกัน


เจ้าบ่าวเจ้าสาว​กำลังง่วน​กับการถ่ายรูป​กับแขกหน้างาน เจ้าสาวดูมีเนื้อมีหนังขึ้น​เล็กน้อย ​ส่วนอ้นดูซูบ​ไป ทันที​ที่ฉัน​กับคุณหนึ่ง​เดินเข้า​ไป อ้นหันมาเห็นฉัน​พอดี ​เขารีบผละออกมาจากซุ้มตรงนั้น​ ​ทั้ง ๆ​ ​ที่​เขา​กำลังถ่ายรูป​กับแขกอยู่​ คนในบริเวณนั้น​ถึง​กับหันมามองตรงฉัน​เป็นตาเดียว



"นึกว่าอร​จะไม่มาซะแล้ว​" ​เขายิ้มกว้าง ​แต่พอ​เขาเห็นว่าฉันมา​กับคุณหนึ่ง​​และเราจับมือกัน สีหน้า​เขาเปลี่ยน​ไปทันที



"ตามสบายเลย​นะครับ​ เอ่อคุณ...​"



"ผมหนึ่ง​ครับ​ ยินดีด้วยนะครับ​" คุณหนึ่ง​พูด



"ขอบคุณครับ​" อ้นตอบ ​แต่​เขากลับมองหน้าฉัน ฉัน​ได้​แต่ยืนก้มหน้า ทำอะไร​ไม่ถูก



ฉันไม่กล้า​แม้​แต่​จะสบตา​เขา ฉันกลัวว่า​เขา​จะเห็น​ความจริง ในแววตาของฉัน อ้นมัก​จะจับโกหกฉัน​ได้เสมอ ไม่ว่า​จะครั้งไหนฉันไม่เคยโกหก​เขา​ได้สักที


สักพักเจ้าสาวของอ้นเดินตามเข้ามา เธอยกมือไหว้ฉัน​กับคุณหนึ่ง​



"สวัสดีค่ะ​" เธอทัก ฉันยกมือไหว้ตอบเธอ

"มาทำไรกันอยู่​ตรงนี้ล่ะคะ​ มาค่ะ​ มาถ่ายรูปกันดีกว่า...​​ไปค่ะ​พี่อ้น แขกรอเราอยู่​นะคะ​" เธอพูด​พร้อม​กับคล้องแขนอ้น ฉันถึง​กับเบือนหน้า​ไปทางอื่น มันไม่อยากมอง อ้นเดินตามเธอ​ไปอย่างว่าง่าย


คุณหนึ่ง​จูงมือฉัน​ไปถ่ายรูป​กับคู่บ่าวสาว ใจจริงฉันไม่อยากถ่ายเลย​ ​แต่ทำไง​ได้มัน​เป็นธรรมเนียมของงาน​ไปซะแล้ว​​ที่แขกทุกคน​จะ​ต้องถ่ายรูป​กับคู่บ่าวสาว


ฉันยืนถ่ายรูปข้าง ๆ​ อ้น ​เขาเอื้อมมือมาจับมือฉันไว้ ราว​กับว่า​เขา​จะไม่ยอมปล่อยมือนี้​ไป ฉันสัมผัส​ได้ถึง​ความอบอุ่นผ่านมือของ​เขา มันทำให้ฉันถึง​กับน้ำตาคลอ ​แต่ฉัน​ต้องพยายามเก็บกดมัน​เอาไว้ ฝืนยิ้มให้กล้อง ​ทั้ง ๆ​ ​ที่ในใจของฉันมัน​กำลังร้องไห้


คุณแม่ของอ้นเดินมาหาฉัน ท่านยังเหมือนเดิม ยังดูใจดี​กับฉันไม่เคยเปลี่ยน ท่านพาฉัน​ไปนั่ง​ที่โต๊ะ​ที่จัดเตรียมไว้



"ขอบคุณมากเลย​นะอรนะ ​ที่มางานนี้ " ท่านบอกฉัน ​พร้อม​กับจับมือฉันไว้แน่น



ฉันอยาก​จะกอดท่านเหลือเกิน กอดท่านแล้ว​ร้องไห้ ร้อง ๆ​ ๆ​ ให้มันสม​กับ​ความเจ็บช้ำใจ​ที่ฉัน​ได้รับ ​แต่สิ่งเดียว​ที่ฉันทำ​ได้ตอนนี้​คือ พยักหน้าตอบท่าน​ได้แค่นั้น​ มันอัดอั้นตันใจเหลือเกิน


งานของ​เขาจัด​ได้ดีทีเดียว ​เพื่อให้สมเกียรติแขกผู้ใหญ่​ที่มาในงาน ดูยังไงมันก็ไม่เหมือนงาน​แต่ง​ที่จัดขึ้น​​เพื่อบังหน้าแค่นั้น​ ทุกอย่างดูเหมือนมีการจัดเตรียมไว้​เป็นอย่างดี


ฉันขอตัว​ไปเข้าห้องน้ำอีกรอบ อยาก​จะ​ไปสงบสติอารมณ์ในนั้น​สักพัก


ฉันรู้สึกอึดอัด อยากให้งานเลิกเร็ว ๆ​ แล้ว​ฉัน​จะ​ได้กลับบ้าน คน​ที่เคย​เป็นแบบฉันคง​จะเข้าใจดี มันไม่มีอะไร​ดีขึ้น​มาเลย​ ไม่น่าล่ะทุกคนถึง​ได้ขัดขวางไม่อยากให้ฉันมางานนี้



​ระหว่าง​ที่ฉัน​กำลัง​จะเดินกลับเข้า​ไปในงาน มีมือหนึ่ง​มาดึงฉันไว้...​



"อ้น...​มาทำอะไร​ตรงนี้" ฉันร้อง อย่างตกใจ



​เขาไม่ตอบ ​แต่​เขากลับดึงฉันเข้า​ไปกอดแน่น



"อ้น ปล่อยอรเดี๋ยวนี้นะ" ฉันบอก ​พร้อม​กับดันตัว​เขาออก



"ขออ้นกอดอรไว้อย่างนี้ตลอด​ไป​ได้ไหม อ้นไม่อยากเสียอร​ไป" ​เขาพูดเสียงเครือ



ฉัน​ได้​แต่ยืนนิ่งเงียบ น้ำตามันรื้นขึ้น​มาอออยู่​​ที่ขอบตา ฉันยังคงรัก​เขา ฉันถึงไม่​สามารถ​ที่​จะขัดขืน​เขา​ได้ ​ทั้ง ๆ​ ​ที่รู้อยู่​เต็มอกว่ามันไม่ควร



"อ้น​จะรออรนะ รอจนกว่าอร​จะให้อภัย แล้ว​เรา​จะ​ได้กลับมารักกันเหมือนเดิม ไม่ว่าอะไร​​จะเกิดขึ้น​" ​เขาบอกฉัน



ฉันอยาก​จะบอก​เขาเหลือเกินว่าฉันให้อภัย​เขาหมดแล้ว​ ​แต่ฉันไม่​สามารถ​ที่​จะ​ใช้ชีวิตร่วมกัน​กับ​เขา​ได้ ​เขาไม่ใช่ของฉันคนเดียวอีกต่อ​ไปแล้ว​


อ้นกอดฉันอยู่​อย่างนั้น​ปราศจากคำพูด ใด ๆ​ ​เขากอดฉันแน่น ราว​กับว่า​เขา​จะหลอมให้ฉันละลายหายเข้า​ไปในตัว​เขายังไงยังงั้น



เสียงไมโครโฟนภายในงานประกาศเชิญคู่บ่าวสาว ขึ้น​​ไปบนเวที



"อ้น ถึงเวลาแล้ว​ ​ไปเถอะค่ะ​" ฉันบอก​เขา ​แต่​เขายังคงยืนนิ่งอยู่​อย่างนั้น​



"​ไปเถอะ อ้น เดี๋ยวแขก​จะรอนะ" ฉันบอก​เขาอีกครั้ง



"อ้นไม่อยาก​ไปเลย​" ​เขาพูดเสียงเศร้า



"​ไปเถอะค่ะ​ อย่าให้งานนี้​ต้องมาเสีย​เพราะอร คนเดียวเลย​นะคะ​" ฉันบอก​เขาอย่างจริงจัง



​เขามองหน้าฉันในตาเว้าวอน ฉันไม่กล้า ​แม้​แต่​จะสบตา​เขา ฉันไม่อยากให้​เขา​ต้องมาลังเล​เพราะฉัน



"อร" เสียงคุณหนึ่ง​ ​เขาคงมาตามฉัน



ฉัน​ได้โอกาส รีบเดิน​ไปหาคุณหนึ่ง​ทันที



"ผมเห็นอร​ไปนาน ก็เลย​​เป็นห่วง" คุณหนึ่ง​รีบบอกฉัน



"ไม่มีอะไร​หรอกค่ะ​ ​พอดีอรบังเอิญมาเจออ้นน่ะ เราก็เลย​หยุดคุยกันตามประสา​เพื่อนเก่า" ฉันบอกคุณหนึ่ง​​พร้อม​กับหัน​ไปพูด​กับอ้น "​ไปเถอะอ้น งาน​กำลัง​จะเริ่มแล้ว​ อรขอให้อ้นโชคดี" ฉันบอก​เขาเหมือน​กับว่าไม่มีอะไร​เกิดขึ้น​​ระหว่างเรา​เมื่อตะกี้



"อ้นก็ขอให้อรโชคดีเหมือนกันนะ" ​เขาอวยพรฉัน ​พร้อม​กับหัน​ไปพูด​กับคุณหนึ่ง​



"ผมฝากอรด้วยนะครับ​" พูดแล้ว​​เขาก็เดินกลับเข้า​ไปในงาน




ฉันแอบเห็นแววตาเจ็บปวดของ​เขา ​เขา​จะรับรู้บ้างไหมว่าฉันก็เสียใจไม่แพ้​เขาเหมือนกัน อาจ​จะมากกว่าซะด้วยซ้ำ


เจ้าสาวของ​เขาออกมารอรับ​เขาตรงปากทางเข้างาน ​เพื่อเตรียมตัว​ที่​จะเดินขึ้น​​ไปบนเวที​พร้อมกัน


ฉันรู้สึกใจหาย ​ความรู้สึกสูญเสียมันรุนแรงจนเกิน​จะอดกลั้น น้ำตาของฉันไหลออกมา​โดย​ที่ฉันไม่รู้ตัว มันไหลออกมาไม่ยอมหยุด ​แม้ฉัน​จะพยายามหยุดมันเท่าไหร่


คุณหนึ่ง​จับมือฉันแน่น ​เขาคงรับรู้​ได้ถึง​ความรู้สึกของฉัน



"กลับเลย​ไม๊ครับ​อร" ​เขาถามฉันเหมือนรู้ใจ



ฉันพยักหน้าตอบ​เขา ​และเราก็เดินออกจากบริเวณงาน เสียงโฆษกประกาศต้อนรับคู่บ่าวสาว เสียงปรบมือดังกระหึ่ม​ไปทั่ว​ทั้งงาน ​แต่ฉันไม่​แม้​แต่​จะหันกลับเข้า​ไปมอง มันเจ็บปวดเหลือเกิน


ไม่รู้​เมื่อไหร่​ที่ฉัน​จะทำใจ​ได้ กี่เดือน หรือ กี่ปี หรืออาจ​จะตลอดชีวิต ​แต่ฉันก็คง​จะ​ต้องยอมรับมันให้​ได้

 

F a c t   C a r d
Article ID A-1282 Article's Rate 4 votes
ชื่อเรื่อง ความรักครั้งสุดท้าย#17
ผู้แต่ง Anantra
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๒ ธันวาคม ๒๕๔๘
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๙๕๐ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๔ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๒๐
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-6472 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 02 ธ.ค. 2548, 18.59 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : เท็ดดี้ [C-6480 ], [60.240.79.197]
เมื่อวันที่ : 03 ธ.ค. 2548, 18.54 น.

ย้อนอ่านตั้งแต่ตอนแรก ถึงตอนล่าสุด
ชอบมากคะ​
อ่านแล้ว​ อินตามมากเลย​
รีบมาอัพเดทนะคะ​
​จะรออ่านค่ะ​
​เป็น​กำลังใจให้

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : หมีน้อย [C-6568 ], [202.7.166.163]
เมื่อวันที่ : 16 ธ.ค. 2548, 20.53 น.

มาอีกครั้ง
รออ่านอยู่​นะคะ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : คนที่ชอบอ้น กะ อร หุหุ [C-6673 ], [61.91.160.226]
เมื่อวันที่ : 11 ม.ค. 2549, 12.38 น.

สงสารอ้น กะ อร ทำไม​ต้อง​เป็นแบบนี้ หวังว่าตอนจบเค้า​ทั้ง 2 คนคง​ได้กลับมารักกันอัน นะ นะ อย่าทรมาน​ทั้ง ตัวละคร ​และคนอ่านนะ รีบกลับมาอัพด้วย เดียวคนอ่านคนนี้ ขาดใจตาย
ปล . ติดตามมานานมั๊ก ๆ​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น