นิตยสารรายสะดวก  Regular Articles  ๑๙ สิงหาคม ๒๕๔๘
แดดร่มลมตก ชมนกชมไม้ ตอนวันสารทจีน
จันทน์กะพ้อ
... ในรอบหนึ่ง​​ปีชาวจีน​​จะมีไหว้เจ้าใหญ่ 8 ครั้ง เรียกว่าไหว้ 8 เทศกาลโป๊ะโจ่ย การไหว้สารทจีน​​เป็นการไหว้ครั้ง​​ที่ 5 ตรง​​กับวัน​​ที่ 15 เดือน 7 ​​ซึ่งถ...
ในรอบหนึ่ง​ปีชาวจีน​จะมีไหว้เจ้าใหญ่ 8 ครั้ง เรียกว่าไหว้ 8 เทศกาลโป๊ะโจ่ย การไหว้สารทจีน​เป็นการไหว้ครั้ง​ที่ 5 ตรง​กับวัน​ที่ 15 เดือน 7 ​ซึ่งถือกันว่า​เป็นเดือนผี ​เป็นเดือน​ที่ประตูนรกปิดเปิด ให้ผี​ทั้งหลายมารับกุศลผลบุญ​ได้

คลิกดูภาพขยาย


ประตูนรก​จะปิดในวัน​ที่ 30 เดือน 7 ​เป็นเวลา 1 เดือน ​เมื่อบรรดาผีเปรตนรก​ที่หิวโหยเหล่านี้ออกมาถึงโลกมนุษย์ ก็พยายามเสาะแสวงหาอาหารกิน​เพื่อประทัง​ความหิว จึง​เป็นหน้า​ที่ของมนุษย์​ที่ทำการเซ่นไหว้ดวงวิญญาณเหล่านี้ สมัยเริ่มแรก มนุษย์ไม่ว่าผู้ดีมีจนต่างพยายามเซ่นไหว้ผีเปรตเหล่านี้​เป็นเวลาทุก ๆ​ วัน​ที่ประตูนรกยังเปิดอยู่​ ​ซึ่ง​เป็นการสิ้นเปลืองมาก ​ต่อมาจึงเริ่มเปลี่ยนมา​เป็นเซ่นไหว้กันทีละครัวเรือนสองครัวเรือน หรือเซ่นไหว้หมุนเวียนกัน​ไป ตามหมู่บ้านต่าง ๆ​ ​ได้จัด​เป็นเวรให้​แต่ละครอบครัวผลัดเปลี่ยนกันเซ่นไหว้จนครบกำหนด 1 เดือน ประตูนรกปิดก็​เป็นอันจบพิธี ​เมื่อไหว้​ไปนานวันเข้า มนุษย์ก็รู้สึกถึง​ความสิ้นเปลือง​และ​ความเหนื่อยยากในการเซ่นไหว้ จึง​ได้มีการรวบรวมพิธีการเซ่นไหว้​ทั้งหมดมา​เป็นแค่วันเดียว ​เป็นวัน​ที่ 15 เดือน 7 ​เป็นธรรมเนียม​และพิธีการมาจนกระทั่งปัจจุบัน ดังนั้น​วัน​ที่ 15 เดือน 7 จึง​เป็นวัน​ที่เช็งฮีไต๋ตี๋​จะตรวจดูบัญชีวิญญาณคนตาย ส่งวิญญาณดีขึ้น​สวรรค์ ​และส่งวิญญาณร้ายลงนรก



ตามตำนานเล่ากันมาว่า ชายหนุ่มผู้หนึ่ง​มีชื่อว่า "มู่เหลียน" ​เป็นคน​ที่เคร่งครัดในพุทธศาสนามาก ผิด​กับมารดา​ที่ ​เป็นคนใจบาปหยาบช้า ​เพราะไม่เคยเชื่อเรื่อง​สวรรค์ - นรก มีจริง ดังนั้น​ตลอดชีวิตของนางไม่ยอมทำบุญทานใด ๆ​ เลย​ มีอยู่​ปีหนึ่ง​ในช่วงกินเจ เดือนเก้านางเกิด​ความหมั่นไว้ผู้คนนุ่งขาวห่มขาวถือศีลกินเจ นึกอยู่​ในใจว่าคนเหล่านี้ช่างงมงายสิ้นดี สวรรค์-นรก อยู่​​ที่ใจต่างหาก ไม่​ได้อยู่​​ที่การกระทำสักหน่อย​ นางไม่เพียงแค่นึกเท่านั้น​ มิหนำซ้ำยังให้มู่หลียนบุตรชายของตน​ไปเชื้อเชิญผุ้​ที่กินเจ​ทั้งหลายมากินอาหาร​ที่บ้าน​โดยตน​จะทำอาหารเจเลี้ยงหนึ่ง​มื้อ

ผู้​ที่กินเจต่างอนุโมทนา​ที่ทราบข่าวมารดามู่เหลียนเกิดศรัทธาในบุญกุศล​เป็นครั้งแรก จึงพากันให้เกียรติมากินอาหารเจ​ที่บ้านของมู่เหลียน ​แต่หาทราบไม่ว่าในน้ำแกงเจ มีน้ำมันหมูเจอปนอยู่​

การกระทำของมารดามู่เหลียน ครั้งนี้​เป็นกรรมหนัก หลังจาก​ที่ตาย​ไป​ต้อง​ไปตกนรกอเวจีขุมลึก​ที่สุด​ได้รับ​ความทุกข์ทรมานแสนสาหัส

ฝ่ายมู่เหลียน มี​ความคิดถึงมารดามาก จึง​ได้ถอดกายทิพย์ลง​ไปในนรกภูมิ ถึงรู้ว่ามารดาของตน​กำลังอดอยาก จึงป้อนอาหารแก่มารดา​ที่หิวโหย ​แต่​ได้ถูกบรรดาผี​ที่อดอยาก​ทั้งหลายพากันรุมแย่ง​ไปกินหมด มีอยู่​คราวหนึ่ง​เพิ่ง​จะป้อนข้าวเข้าปาก เม็ดข้าวสุกกลับ ลุก​เป็นไฟเผาไหม้ริมฝีปากจนพอง

​ความกตัญญู​และสงสารมารดา​ที่​ได้รับ​ความทุกข์ทรมานอย่างสาหัส มู่เหลียน​ได้เข้า​ไปขอร้องพญาเหงี่ยมล่ออ๊อง (ท้าวมัจจุราช)ว่าตน​จะขอรับโทษแทนมารดาของตนเอง

​แต่ก่อน​ที่มู่เหลียน​จะถูกลงโทษด้วยการโนร่างลง​ไปต้มในกระทะทองแดง ​พระพุทธเจ้า​ได้เสด็จลงมาโปรดไว้ทันท่วงที ​โดยกล่าวสดุดี​ที่มู่เหลียนมี​ความกตัญญูกตเวที ​แต่กรรมของผู้ใดก็​ต้อง​เป็นของผู้นั้น​ ​จะออก​พระพุทธเจ้าจึงมองคัมภีร์ผูกหนึ่ง​ให้​เพื่อ​เอาไว้ท่อง​เพราะ​ถ้าท่องคัมภีร์นี้แล้ว​ ​จะ​สามารถเรียกเซียนทุกทิศทางมาช่วยผู้มี​พระคุณหลุดพ้นจากการ อดอยาก​และทุกข์ทรมานต่าง ๆ​ ​ได้ คัมภีร์นี้ชื่อว่า "คัมภีร์อิ๋วหลันเผิน"

​พระพุทธเจ้า ทรงแนะนำ ให้มู่เหลียน สวดมนต์ อิ๋วหลันเผิน​และถวายอาหารพิเศษทุกวัน​ที่ 15 เดือน 7 ของทุกปี จึง​จะ​สามารถช่วยมารดาของ​เขาให้พ้นโทษ​ได้

นับตั้งแต่นั้น​​เป็นต้นมา ชาวจีน​ได้ถือปฏิบัติ​เป็นประเพณีนอกจากนี้ ยังมีการเซ่นไหว้ ​โดยการนำอาหาร​และกระดาษเงิน​ไปวางไว้​ที่หน้าบ้าน หรือตามทางแยก​ที่ไม่ไกลนัก ​ใช้เบน​ความสนใจของบรรดาสัมภเวสี​ที่​กำลัง​จะผ่านมาใกล้เคหะสถานของตน


การไหว้ในเทศกาลสารทจีนแบ่งการไหว้ออก​เป็น 3 ชุด

ชุดแรก สำหรับไหว้เจ้า​ที่ ​จะไหว้ในตอนเช้า​ มีอาหารคาวหวาน ขนมไหว้ก็​ใช้ ถ้วยฟู กุ้ยไช่ ​ซึ่ง​ต้องมีสีแดงแต้ม​เป็นจุด​เอาไว้ ​ส่วนขนมไหว้พิเศษ​ที่​ต้องมี​ซึ่ง​เป็นประเพณีของสารทจีน ​คือ ขนมเข่ง ขนมเทียน นอกจากนั้น​ก็มีผลไม้ น้ำชา หรือเหล้าจีน ​และกระดาษเงิน กระดาษทอง

คลิกดูภาพขยาย


ชุด​ที่สอง สำหรับไหว้บรรพบุรุษ คล้ายของไหว้เจ้า​ที่ ​พร้อมด้วย​กับข้าว​ที่ บรรพบุรุษชอบ ตามธรรมเนียม​ต้องมีน้ำแกง หรือขนมน้ำใสๆ​ วางข้างชามข้าวสวย ​และน้ำชา จัดชุดตามจำนวนของบรรพบุรุษ ขาดไม่​ได้ก็​คือ ขนมเข่ง ขนมเทียน ผลไม้ ​และกระดาษเงินกระดาษทอง

คลิกดูภาพขยาย


ชุด​ที่สาม สำหรับไหว้วิญญาณพเนจร ​ซึ่งไม่มีลูกหลานกราบไหว้ เรียกว่า ​ไป๊ฮ๊อเฮียตี๋ ​จะ​ต้องไหว้นอกบ้าน ของไหว้มี​ทั้งของคาวหวาน ​กับผลไม้ตาม​ต้องการ ​และ​ที่พิเศษ​คือ มีข้าวหอมแบบจีนโบราณ คอปึ่ง เผือกนึ่งผ่าซีก​เป็นเสี้ยวใส่ถาด เส้นหมี่ห่อใหญ่ เหล้า น้ำชา ​และกระดาษเงินกระดาษทองจัดทุกอย่างวางอยู่​ด้วยกันสำหรับเซ่นไหว้

คลิกดูภาพขยาย


การไหว้เจ้า​ที่ ​จะไหว้ก่อนในตอนเช้า​ เผากระดาษเงินกระดาษทองจนเรียบร้อย​ สายๆ​ จึงตั้งโต๊ะไหว้บรรพบุรุษ​และไหว้ฮ้อเฮียตี๋ บางบ้านนิยมไหว้ตอนบ่าย ​ถ้าไหว้​พร้อมกัน ให้ตั้งโต๊ะแยกจากกัน ​แต่เผากระดาษเงินกระดาษทองร่วมกัน​ได้

คลิกดูภาพขยาย


สำหรับการไหว้ขนมเข่งขนมเทียนในเทศกาลสารทจีนนี้ ​ที่เมืองจีนไม่มี ขนม​ที่​ใช้ไหว้​ที่เมืองจีน​จะ​เป็นขนม 5 อย่าง เรียกว่า "โหงวเปี้ย" หรือ เรียกชื่อ​เป็นชุดว่า ปัง เปี้ย หมี่ มั่ว กี

ปัง ​คือ ขนมทึงปัง ​เป็นขนม​ที่ทำจากน้ำตาล
เปี้ย ​คือ ขนมหนึงเปี้ย คล้ายขนมไข่
หมี่ ​คือ ขนมหมี่เท้า ทำจากแป้งข้าวเจ้า ข้างในไส้เต้าซา
มั่ว ​คือ ขนมทึกกี่ ​เป็นขนมข้าวพองสีแดง ตรงกลางมีไส้​เป็นแผ่นบาง
กี ​คือ ขนมทึงกี ทำ​เป็นชิ้นใหญ่ยาว เวลา​จะกิน​ต้องตัด​เป็นชิ้นเล็กๆ​

​เนื่องจาก​ที่เมืองไทยหา​ส่วนผสม​ที่​ใช้ทำขนม​ทั้งห้านี้ไม่​ได้ครบถ้วน จึงงด​ไป แล้ว​เปลี่ยนมา​เป็นการไหว้ขนมเข่ง ขนมเทียน ในการไหว้เทศกาลสารทจีนแทน

คลิกดูภาพขยาย


ในธรรมเนียมปัจจุบัน ​ทั้งคนไทยเชื้อสายจีน ​และคนไทยแท้ๆ​ก็พากันไหว้สารทจีนกันด้วย บางบ้านก็ไหว้​แต่เจ้า​ที่ บางบ้านก็ไหว้เจ้า​ที่​และบรรพบุรุษ บางบ้านก็ไหว้​ทั้งเจ้า​ที่ บรรพบุรุษ​และไหว้ผี แสดงให้เห็น​ความกลมกลืนกันของวัฒนธรรมไทยจีน ​และดัดแปลงเข้า​กับสภาพของคนไทยเองด้วย ​โดยหลักของ​ที่ไหว้ก็​จะมี ของคาว 3 หรือ 5 อย่าง เช่น ไก่ หมู เป็ด ไข่ หมึก ปลา ​เป็นต้น ของหวาน 3 หรือ 5 อย่าง เช่น ขนมเทียน ขนมมัดไต้ ขนมถ้วยฟูหรือขนมสาลี่ปุยฝ้าย ขนมเปี๊ยะ ส้ม หรือผลไม้ตามใจชอบ

​แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ประเพณี​ที่สืบทอดกันมา​แม้​จะไม่​ได้ปฏิบัติอย่างเคร่งครัดตามประเพณีเดิม ​แต่ประเพณีการไหว้ก็ทำให้ผู้คนมีกิจกรรมในการทำ​ความดีอันก่อให้เกิด​ความ​เป็นศิริมงคล ​โดยการเซ่นไหว้ระลึกถึงบรรพบุรุษ​และนำอาหาร​ที่เซ่นไหว้แล้ว​มาเลี้ยงฉลองหรือบริจาคแก่คนอื่นๆ​ต่อ​ไป ซึงก็​ต้องถือว่า​เป็นเรื่อง​ดีๆ​ในสังคมของเรา

คลิกดูภาพขยาย


วันสารทจีน

วันสารทจีน

วันสารทจีน

 

F a c t   C a r d
Article ID A-1148 Article's Rate 21 votes
ชื่อเรื่อง แดดร่มลมตก ชมนกชมไม้ ตอนวันสารทจีน
ผู้แต่ง จันทน์กะพ้อ
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๔๘
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ แดดร่มลมตก ชมนกชมไม้
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๘๐๐ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๓ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๙๓
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-5636 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 19 ส.ค. 2548, 14.54 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : Poceille (กำลังแทะขนมเข่งอยู่ค่ะ ฮุฮุฮุ) [C-5644 ], [161.200.255.162]
เมื่อวันที่ : 20 ส.ค. 2548, 16.16 น.

มาเก็บ​ความรู้ค่ะ​


รู้สึกอายเหมือนกันแฮะ ​เป็นลูกครึ่งจีนห้าสิบเปอร์เซ็นต์แท้ ๆ​ ​แต่ไม่ยักกะทราบเรื่อง​ราวการไหว้เลย​ค่ะ​ ​เพราะตั้งแต่เกิดมาก็อยู่​บ้านคนไทย (บ้านยาย) มาตลอด รู้ว่ามีการไหว้ก็​เพราะคุณอา​เอาของไหว้มาให้​ที่บ้าน

จากสารทจีนแล้ว​ก็คงถึงวันไหว้​พระจันทร์แล้ว​สินะคะ​ เห็นที​ต้อง​ไปหาซื้อ moon cake มาหม่ำเสียหน่อย​แล้ว​ค่ะ​ แผล็บ แผล็บ

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : pilgrim [C-5734 ], [158.125.1.112]
เมื่อวันที่ : 02 ก.ย. 2548, 20.05 น.

พิลกริมลูกไทยแท้ค่ะ​พี่แอ๊ด ​แต่มี​เพื่อนจีนเยอะ เคย​ไปร่วม​กับ​เพื่อนทุกเทศกาล ไม่ว่า​จะ​เป็นตรุษจีน เช็งเม้ง สาร์ทจีน ไหว้​พระจันทร์
เรื่อง​ขนมเข่ง ขนมเทียนของโปรด แถมชอบกินไก่ไหว้​กับจับฉ่ายด้วย ​ไปกิน​ที่บ้าน​เพื่อนประจำ ว่าแล้ว​ก็คิดถึง​เพื่อนๆ​จังค่ะ​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น