นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๖ สิงหาคม ๒๕๔๘
มาลัยดอกรัก
ชาร ทิคัมพร
......​​ลูกค้าพวงมาลัยของน้ำฝนมัก​​จะมีเงื่อนไขเสมอ ​​เมื่อ​​จะซื้อพวงมาลัยสักพวง ​​เป็นต้นว่า...​​
"นายกรัฐมนตรีชื่ออะไร​​ ? ​​ถ้าตอบ​​ได้ถึง​​จะซื้อ" ...​​
...​​...
คลิกดูภาพขยาย
เสียงเพลงชาติไทยดังขึ้น​ ! น้ำฝนดึงมือพ่อให้หยุดแล้ว​ยืนตรง วันนี้เธอ​จะร้องเพลงชาติไทย​เป็นวันสุดท้าย...​

"น้ำฝนจ๋า ! ฉันอยากฟังนิทานเรื่อง​หมาป่า​กับลูกแกะ คราวหน้าเล่าให้ฟังหน่อย​​ได้ไหมจ๊ะ​ ? " แล้ว​คุณผู้หญิงก็ลูบหัวของเธอเล่น

น้ำฝนยังจำ​ความอบอุ่นจากน้ำมืออันปราณีนั้น​​ได้ดี มีอะไร​บางอย่าง​ที่เด็กหญิงตัวน้อยคิดว่า จากวันนี้​ไปเธอ​จะไม่​ได้พบ​กับคุณผู้หญิงอีกแล้ว​...​

...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​

"น้ำฝน" ​ได้ชื่อนี้จากคุณครูเสาวภาแทนชื่อเดิมของเธอในวัน​ที่พ่อพา​ไปฝากเข้าโรงเรียน มัน​เป็นโรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่ง​ของตำบล​ที่ยอมรับเด็กต่างแดนเข้ามาเรียน พ่อซื้อชุดนักเรียนให้เธอสองชุดไว้ใส่มาโรงเรียน แล้ว​ยังซื้อกระเป๋า นักเรียนใบเล็กให้ใบหนึ่ง​ด้วย

น้ำฝน​ได้วิ่งเล่นไล่จับ​กับ​เพื่อนหญิงชาวกะเหรี่ยงตัวเล็ก บางทีเธอก็​จะเล่นไม้กระดก​กับเด็กชายชาวม้ง แปดโมงเช้า​เธอ​ต้องเข้าแถวร้องเพลงชาติ​กับ​ทั้งเด็กไทย​และเด็กต่างแดน​ที่หน้าเสาธงทุกวัน

​ที่นี่เชื้อชาติ ศาสนา​และชั้นวรรณะ ไม่อาจแบ่งกั้นเด็กๆ​​ที่ยังบริสุทธ์เหมือนน้ำค้างในยามเช้า​ออกจากกัน​ได้ ​และเพียงเดือนเดียวน้ำฝนก็​ได้ยืน​เป็นต้นเสียงร้องเพลงชาติไทย​ที่หน้าเสาธง...​เธอมีพรสวรรค์ในการร้องเพลงมากทีเดียว

พอโรงเรียนเลิกในตอนบ่าย พ่อ​จะถีบจักรยานจาก​ที่ก่อสร้าง​ที่พ่อทำงานมารับน้ำฝนกลับห้องพักคนงาน​ที่อยู่​ใกล้ๆ​ พ่อ​จะหาข้าวเย็นให้เธอกินก่อน​ที่พ่อค้าขายส่งพวงมาลัย​จะมารับเธอ​พร้อม​กับเด็กคนอื่นๆ​ตอนห้าโมงเย็น ​เขารับพวกเธอใส่รถสองแถว​ไปตระเวนส่งตามสี่แยก ตามร้านอาหาร​และตามชุมชนหรือ​ที่ไหนๆ​ ​ที่พวงมาลัย​จะขาย​ได้

พ่อบอกว่า​ถ้าช่วยกันหาเงิน​ได้เร็วก็​จะ​ได้กลับ​ไปบ้าน​ได้เร็วขึ้น​ ​ที่นั่นปู่​กับย่ารออยู่​ ! พ่อว่า​จะทำงานเก็บเงินอยู่​​ที่เมืองไทยปีเดียวเท่านั้น​

​และน้ำฝน เด็กหญิงชาวไทลื้อหน้าตาหมดจดก็​ได้มาขายพวงมาลัย​ที่ร้านอาหารใหญ่แห่งนี้​เป็นประจำทุกวัน ตั้งแต่อายุยังไม่ทัน​จะสี่ขวบด้วยซ้ำ...​

พ่อ​จะถีบรถจักรยานมารับเธอ​ที่ร้านกลับห้องพักคนงานเวลาทุ่มตรงทุกวัน ​เมื่อกลับมาถึงห้องพักอีกครั้ง พ่อ​จะดูแลให้น้ำฝนอาบน้ำ สีฟัน​และให้เข้านอน พ่อ​เป็น​ทั้งพ่อ​และแม่ของเธอในเวลาเดียวกัน น้ำฝนไม่เคยรู้เลย​ว่าการมีแม่นั้น​​เป็นอย่างไร...​ ตั้งแต่ยังไม่มาอยู่​เมืองไทยด้วยซ้ำ ​ที่บ้านนอกจากพ่อแล้ว​ เธอรู้จัก​แต่ปู่​กับย่า​และ​เพื่อนบ้านคนอื่นเท่านั้น​ ไม่มี​ใครเคยพูดถึงแม่ของเธอเลย​ ...​

​ที่ร้านนี้เอง​ที่น้ำฝน​ได้พบ "คุณผู้หญิง ​กับ "คุณผู้ชาย" ​เป็นครั้งแรก ​และมันกลาย​เป็น​ความผูกพัน​ที่ยาวนานตลอดค่อนปีของการขายพวงมาลัย

...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​.

วันนั้น​ทันที​ที่คุณผู้หญิง​กับคุณผู้ชายนั่งลง​ที่โต๊ะตัวเล็กข้างสวนดอกไม้ของร้าน น้ำฝนรีบเดินเข้า​ไป​ที่โต๊ะนั้น​!

"ซื้อพวงมาลัยก่อเจ้า ? มาลัยดอกรักด้วยนะเจ้า ! " น้ำฝนยื่นพวงมาลัยดอกมะลิให้คุณผู้ชายดู แค่สายอุบะของมันเท่านั้น​​ที่ทำด้วยดอกรัก ​ส่วน​ที่ปลายตุ้ม​เป็นกุหลาบแดง พ่อค้าพวงมาลัยสอนไว้ให้พูดอย่างนี้ ​ถ้าเห็นหนุ่มสาวมาด้วยกัน

คุณผู้ชายหันมาดูน้ำฝนแล้ว​หัวเราะชอบใจ ​เขาซื้อทันที​โดยไม่ลังเลแล้ว​ยื่น"มาลัยดอกรัก" นั้น​ให้​กับคุณผู้หญิง ​ทั้งคู่มองตากัน​และก็หัวเราะ คุณผู้หญิงหันมาถามชื่อเธอแล้ว​​เอามือลูบหัวน้ำฝนเบาๆ​ ...​ นี่​เป็นการเริ่มต้นของ​ความสัมพันธ์​ที่ลึกซึ้ง​ระหว่างน้ำฝน​กับคุณผู้หญิงในเวลา​ต่อมา

คุณผู้ชายกลาย​เป็นลูกค้าประจำคนหนึ่ง​ของน้ำฝน คุณผู้ชาย​จะซื้อมาลัยดอกรักจากเธอให้คุณผู้หญิง ​และคุณผู้หญิงก็​จะลูบหัวเธอเล่นทุกครั้ง​ไป น้ำฝนรู้สึกมี​ความสุขทุกครั้ง​ที่มือนุ่มของคุณผู้หญิงลูบไล้อยู่​บนหัวเธอ..

งานขายพวงมาลัยทำให้น้ำฝน​ต้องหา​ความรู้​เอาเอง บางเรื่อง​เธอ​ต้อง​ไปถามพ่อ เช่น​ถ้าแขกในร้านถามถึงชื่อเก่าของเธอว่าแปลว่าอะไร​ บางคนก็ถามว่ามาจากเมืองอะไร​ ​แต่เรื่อง​​ส่วนมากเธอ​จะ​ต้อง​ไปถามคุณครูเสาวภา ครูประจำชั้นใจดี​เพื่อมาตอบคำถามพวกคุณๆ​​ทั้งหลาย

ลูกค้าพวงมาลัยของน้ำฝนมัก​จะมีเงื่อนไขเสมอ ​เมื่อ​จะซื้อพวงมาลัยสักพวง ​เป็นต้นว่า...​

"นายกรัฐมนตรีชื่ออะไร​ ? ​ถ้าตอบ​ได้ถึง​จะซื้อ" ชายหนุ่ม​ที่มากินเลี้ยงกัน​ที่โต๊ะใหญ่ถามน้ำฝน ...​

​แต่​เขาก็ซื้อพวงมาลัย​แม้ว่าเธอ​จะตอบไม่​ได้ ถาม​ไปอย่างนั้น​เอง ! ​และวันรุ่งขึ้น​น้ำฝนก็​ได้รู้ชื่อนายกรัฐมนตรีจากคุณครูเสาวภา

แขกบางคน​จะให้น้ำฝนร้องเพลงชาติให้ฟังก่อน ​เขาหวังว่าเด็กหญิงต่างแดนคนนี้คง​จะร้องไม่​ได้ ​แต่น้ำฝนร้องเพลงชาติไทย​ได้ดี ดีอย่าง​ที่เด็กวัยสี่ขวบครึ่ง​จะร้อง​ได้ ​และดีกว่าเด็กนักเรียนไทยวัยเดียวกันด้วยซ้ำ​ไป ​เขาไม่รู้หรอกว่าเธอ​เป็นต้นเสียงร้องเพลงชาติหน้าเสาธง​ที่โรงเรียน !

"ร้องเพลงลอยกระทง​ได้ใหม ?" แขกของร้านบางคน​จะถามอย่างนี้ ​เมื่อ​เขารู้แล้ว​ว่าเธอร้องเพลงชาติ​ได้ อีกสองสามวันน้ำฝนก็ร้องเพลงลอยกระทง ​ได้ ...​ คุณครูเสาวภา​เป็นคนสอนให้เธอ

​แต่สำหรับคุณผู้หญิงนั้น​ต่าง​กับคนอื่น ...​

"น้ำฝนจ๋า ! ฉันอยากฟังนิทานเรื่อง​หมาป่า​กับลูกแกะ คราวหน้าเล่าให้ฟังหน่อย​​ได้ไหมจ๊ะ​ ? "

นี่ไม่ใช่เงื่อนไขในการซื้อพวงมาลัย ​แต่​เป็นการขออย่างอ่อนหวาน​พร้อม​กับการลูบหัวเธออย่างปราณี หลังจาก​ที่คุณผู้ชายซื้อพวงมาลัยให้​ไปแล้ว​

ครั้งต่อ​ไป​เมื่อมากินอาหาร​ที่ร้านนี้ ​ทั้งคุณผู้หญิง​และคุณผู้ชายก็​จะ​ได้ฟังนิทานเรื่อง​หมาป่า​กับลูกแกะอย่างไม่ตกหล่น น้ำฝนรู้ว่าเรื่อง​อะไร​​ที่​ต้องถามพ่อ ​และเรื่อง​อะไร​​ที่​ต้องถามคุณครูเสาวภา

คุณผู้หญิง​กับคุณผู้ชายมากินอาหารเย็น​ที่ร้านนี้​เป็นประจำทุกวันสิ้นสัปดาห์ มาลัยดอกรักของน้ำฝนยังคงขายให้​กับคุณผู้ชาย​ได้ทุกครั้งเหมือนเดิม ​และคุณผู้หญิงก็ยังอยาก​จะฟังนิทานเรื่อง​อื่นๆ​จากเธออีกในการพบครั้งต่อ​ไป ​ทั้งๆ​​ที่เคย​ได้ฟังเรื่อง​ "หมาป่า​กับลูกแกะ"...​"ชาวนา​กับงูเห่า"...​ "ลูกเป็ดขี้เหร่" ​และเรื่อง​อื่นๆ​จากน้ำฝน​ไปแล้ว​

​ที่โรงเรียน ในชั่วโมงสุดท้ายก่อนกลับบ้าน คุณครู​จะสอนร้องเพลง ไม่ก็เล่านิทานให้เด็กๆ​ฟัง ในวัน​ที่เล่านิทานน้ำฝน​จะนั่งตาแป๋วฟังอย่างตั้งใจ​ที่สุด เธอชอบชั่วโมง​ที่คุณครูเล่านิทานมาก ​เพื่อจำนิทาน​เอาไว้​ไปเล่าอวดคุณผู้หญิง !...​

"ซื้อพวงมาลัยบูชา​พระก่อเจ้า ? " น้ำฝน​จะเอ่ยประโยคนี้​กับแขกผู้หญิง​ที่ดูมีอายุสักหน่อย​ ตาม​ที่พ่อค้าพวงมาลัยสอนไว้ ​และเธอ​จะต่อข้อเสนอด้วยประโยคว่า

"วันนี้วันศีลด้วยนะเจ้า !" ดังนั้น​น้ำฝน​จะ​ต้องจำให้​ได้ว่าวันไหน​เป็นวัน​พระ ​เพื่อให้พวงมาลัยของเธอดูมีค่าต่อลูกค้ามากขึ้น​

ในบรรดาเด็กขายพวงมาลัยในร้านนี้ น้ำฝน​เป็นเด็กตัวเล็ก​ที่สุด​แต่ก็ขายพวงมาลัย​ได้มาก​ที่สุด

วันหนึ่ง​คุณผู้ชาย​กับคุณผู้หญิงมากินอาหาร​ที่ร้านอีก คุณผู้หญิงลูบหัวของน้ำฝนอย่างเคยหลังจากรับมาลัยดอกรักจากคุณผู้ชายแล้ว​ น้ำฝนรู้สึกว่า​มือของคุณผู้หญิงช่างนุ่มนวลยิ่งกว่าทุกวัน เธออยาก​จะให้คุณผู้หญิงลูบหัวเธอนานๆ​ น้ำฝนดึงมือคุณผู้หญิงมากอดแนบแก้มไว้ คุณผู้หญิงหัวเราะเสียงใส หยิกหยอก​ที่ปลายคางเธอแล้ว​หยิบถุงกระดาษใบหนึ่ง​​ที่วางอยู่​ข้างๆ​ขึ้น​มายื่นให้

"เปิดดูสิจ๊ะ​ ! " คุณผู้หญิงบอก​กับเธอ

น้ำฝนรับถุงกระดาษนั้น​ไว้อย่างไม่ค่อยเข้าใจ จนกระทั่งคุณผู้หญิงเตือนอีกครั้งว่าให้เปิดถุงนั้น​ดู เธอจึงเปิดถุงนั้น​ ! ในนั้น​​เป็นตุ๊กตาหมีสีน้ำตาลน่ารัก !

น้ำฝนมองตุ๊กตาหมีตัวน้อยอย่างตื่นเต้น เธอลอง​เอามือจับตุ๊กตาตัวนั้น​ มันร้องออกมา​ได้​เมื่อถูกมือเธอจับ น้ำฝนแทบ​จะร้องกรี๊ดออกมาด้วย​ความตื่นเต้นสุดขีด ! ขนสีน้ำตาลของมันอ่อนนุ่ม ตามันสีดำกลม​เป็นมันวาว เจ้าหมีน้อยมองเธอเหมือน​กับทักทาย เธอดีใจ​ที่คุณผู้หญิง​เอาตุ๊กตาหมีตัวนี้มาให้ดู

...​น้ำฝนบีบตัวมันเบาๆ​ให้มันร้อง ลูบหัวมันอีกครั้งแล้ว​ก็ส่งคืนให้คุณผู้หญิงด้วย​ความเสียดาย !

"​เอา​ไปสิ ! ฉันให้น้ำฝน" คุณผู้หญิงยื่นถุงตุ๊กตาหมีนั้น​กลับมาให้เธอ
...​ นี่คุณผู้หญิงให้เธอจริงๆ​หรือนี่ ! ทีแรกน้ำฝนคิดว่าให้เธอดูเฉยๆ​

...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​.

...​ค่ำวันนั้น​​เมื่อกลับถึงบ้าน น้ำฝนรีบอาบน้ำ กินข้าว​และสีฟัน​โดยเร็ว แล้ว​​เอาตุ๊กตาหมีมาเล่นอยู่​​ที่ระเบียงหน้าห้องพัก เธอคุย​กับมัน เล่านิทานให้มันฟัง ร้องเพลงให้มันฟังด้วย ​และ​เอามันเข้า​ไปนอนข้างๆ​ด้วย​เมื่อพ่อบอกให้​ไปเข้านอน​ได้

ทุกเช้า​ก่อน​ไปโรงเรียนเธอ​จะคุย​กับมันก่อน​ที่พ่อ​จะจับตัวเธอขึ้น​รถจักรยาน​ไปส่งโรงเรียน ​และ​ถ้า​เป็นวันโรงเรียนหยุด เธอก็​จะอุ้มมันแล้ว​ยืนตรง ร้องเพลงชาติ​กับมันตอนแปดโมงเช้า​​ที่หน้าห้องพัก ​และเธอก็ไม่เคยลืม​ที่​จะเล่านิทาน​กับร้องเพลงให้มันฟังก่อนนอนทุกคืน

...​ ​และช่างแปลกอะไร​อย่างนั้น​ ! คุณครูเสาวภา​ได้เล่านิทานเรื่อง​ใหม่ชื่อเรื่อง​ "หมีน้อยสามตัว" ให้เธอฟังหลังจาก​ที่เธอ​ได้ตุ๊กตาหมีมาเพียงสองวัน น้ำฝนจำเรื่อง​นี้​ได้เกือบทุกถ้อยคำในการฟังเพียงครั้งเดียว

แล้ว​บ่ายวันหนึ่ง​ ! คุณครูเสาวภาก็บอกนักเรียนทุกคนว่าพรุ่งนี้​เป็น "วันแม่" นักเรียนทุกคน​จะ​ต้องร้อยพวงมาลัยดอกมะลิ​เอา​ไปให้แม่

คุณครูเสาวภา​เอาถุงพลาสติกใหญ่มาใบหนึ่ง​ ในนั้น​มีดอกมะลิอยู่​เต็ม คุณครูเสาวภาหยิบดอกมะลิมากองไว้บนโต๊ะนักเรียนทุกคน ​เอาด้ายมาแจกให้คนละเส้น​พร้อม​กับลวดเส้นเล็กๆ​ แล้ว​คุณครูก็สอนให้นักเรียนร้อยมาลัยดอกมะลิแบบง่ายๆ​ เด็กทุกคนสนุกมากต่างก็ร้อยมาลัยกันชุลมุน

​และ​เมื่อโรงเรียนเลิก นักเรียนตัวเล็กๆ​ก็ถือมาลัยดอกมะลิกลับ​ไปกันทุกคน พวกเธอ​จะ​เอา​ไปให้แม่อย่าง​ที่คุณครูเสาวภาบอก แน่นอนรวม​ทั้งน้ำฝนด้วย ! เย็นวันนี้เธอ​จะ​เอามาลัยดอกมะลิ​ที่ร้อยเอง​ไปให้คุณผู้หญิง ! พรุ่งนี้​เป็นวันหยุด คุณผู้หญิง​กับคุณผู้ชาย​จะ​ต้องมา​ที่ร้านแน่นอนเหมือนทุกที

เย็นนั้น​น้ำฝนรอคุณผู้หญิง​และคุณผู้ชายอย่างใจจดใจจอ เธอเฝ้าชะเง้อมอง​ไปยังลานจอดรถตลอดเวลา เธอมีนิทานเรื่อง​หมีน้อยสามตัว​จะเล่าอวดคุณ ผู้หญิง ​และมีมาลัยดอกมะลิวันแม่​ที่​จะให้​กับคุณผู้หญิงด้วย เหมือนอย่าง​ที่เด็กนักเรียนคนอื่น​เขา​เอา​ไปให้แม่กัน

​แต่คุณผู้หญิง​กับคุณผู้ชายก็ยังไม่มา จนพ่อมารับกลับห้องพัก ! ...​

เช้า​วันรุ่งขึ้น​มี​เพื่อนพ่อสองคนมาหาพ่อ​ที่ห้องพักคนงาน ​เขา​ได้รับข่าวจากเมือง​ที่เธอ​กับพ่ออยู่​ ​เขาบอกพ่อว่าปู่ของเธอตายเสียแล้ว​ ​และนี่​เป็นครั้งแรก​ที่น้ำฝน​ได้เห็นน้ำตาของพ่อ !

พ่อบอกว่า​จะ​ต้องรีบกลับบ้าน​เพื่อให้ทันเผาศพปู่ ​และ​จะช่วยย่าทำนาต่อ​ไป พ่อบอกว่าวันนี้เธอไม่​ต้อง​ไปโรงเรียน​และไม่​ต้อง​ไปขายพวงมาลัยอีกแล้ว​
พ่อบอกขายจักรยาน วิทยุ​และข้าวของในห้องพักให้​กับ​เพื่อนคนงานห้องข้างๆ​หมดภายในวันนั้น​ ​เพื่อ​จะกลับบ้านให้เร็ว​ที่สุด​พร้อม​กับเงิน​ที่พ่อ​กับเธอช่วยกันทำงาน​และเก็บ กันไว้...​

...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​

...​แปดโมงเช้า​วันนั้น​​ที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง ​ความชุลมุนวุ่นวายของคนหลายเชื้อชาติ​ที่รอผ่านเข้าออกพรมแดนฝั่งไทยก็หยุดนิ่ง​เมื่อเสียงเพลงชาติไทยดังขึ้น​

หลายคนมอง​ไปยังสองคนพ่อลูกคู่หนึ่ง​​ที่ยืนอยู่​บนสะพานฝั่งไทยด้วย​ความแปลกใจ คนพ่อถือของพะรุงพะรังยืนนิ่ง ลูกสาวตัวเล็กยืนอยู่​ข้างๆ​ เธออยู่​ในชุดนักเรียนไทย​และยืนตัวตรงทีเดียว มือข้างหนึ่ง​ถือกระเป๋านักเรียนใบเล็ก อีกมือหนึ่ง​กอดตุ๊กตาหมีไว้ มีมาลัยดอกมะลิ​ที่เหี่ยวเฉาจน​เป็นสีน้ำตาลพันอยู่​รอบคอตุ๊กตาหมีน้อยตัวนั้น​ !

เธอ​กำลังร้องเพลงชาติไทย​พร้อมๆ​​กับเสียงเพลง​ที่ดังมาจากลำโพง ใบหน้าหมดจดไร้เดียงสานั้น​นอง​ไปด้วยน้ำตา ! ...​O

 

F a c t   C a r d
Article ID A-1143 Article's Rate 10 votes
ชื่อเรื่อง มาลัยดอกรัก
ผู้แต่ง ชาร ทิคัมพร
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๔๘
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๑๑๘๒ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๕ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๔๗
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-5620 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 16 ส.ค. 2548, 16.01 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : add [C-5625 ], [203.188.6.58]
เมื่อวันที่ : 16 ส.ค. 2548, 18.34 น.

เศร้าจังค่ะ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : แสนรัก [C-5634 ], [219.47.52.8]
เมื่อวันที่ : 19 ส.ค. 2548, 10.02 น.

ชีวิต บางครั้งมันช่างดูโหดร้ายจังนะคะ​ คนบางคนมีโอกาส ​และเงินทองมากมาย​ ​แต่คนบางคนร้องขอแค่สิ่งเล็กๆ​ ก็ยังไม่เคยมี​ใคร​ได้ยิน หรือหยิบยื่นให้

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : Poceille [C-5641 ], [161.200.255.162]
เมื่อวันที่ : 20 ส.ค. 2548, 16.00 น.

คนเรามักสร้างเงื่อนไขเสมอ...​

​ถ้าหนูสอบ​ได้เกรดสี่หมด ​จะซื้อเกมให้เล่นนะ...​

​ถ้าหนูสอบเข้ามหาวิทยาลัย​ได้ ​จะให้รถ​เป็นรางวัล...​


การ​ได้พบ​ใครสักคน​ที่ "ให้" ​โดยปราศจากเงื่อนไข ถือว่า​เป็นโชคดีของชีวิตแล้ว​ค่ะ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๕ : มาร [C-15690 ], [117.47.242.200]
เมื่อวันที่ : 11 เม.ย. 2552, 15.43 น.

บ้าๆ​ๆ​ๆ​ๆ​ๆ​ๆ​ๆ​ๆ​ๆ​ๆ​ๆ​ๆ​ๆ​ๆ​ๆ​ๆ​ๆ​ๆ​ๆ​ๆ​ๆ​ๆ​ๆ​ๆ​ๆ​ null

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น