นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๑๕ สิงหาคม ๒๕๔๘
วันสิ้นศึก
ชาร ทิคัมพร
...วันนี้​​เมื่อหกสิบปี​​ที่แล้ว​​ ​​เป็นครั้งแรก​​ที่ชาวญี่ปุ่น​​ได้ยินเสียงของสมเด็จ​​พระจักรพรรดิ์ผู้สืบเชื้อสายมาจากอาทิตยเทพ...​​...
เสียงโฆษกสถานีวิทยุประกาศว่า ต่อ​ไปนี้​จะ​เป็นการถ่ายทอดการออกอากาศ​ที่สำคัญยิ่ง ขอให้ผู้ฟังทุกคนจงยืนขึ้น​...​. เข็มนาฬิกาบอกเวลาเ​ที่ยงตรงของวัน​ที่ 15 สิงหาคม ค.ศ 1945 ทุกชีวิต​ที่​กำลังทำภารกิจต่างๆ​อยู่​ตามสถานีรถไฟ ร้านค้า ตลาด​และ​ที่อยู่​บ้านเรือนพากันหยุดนิ่ง เหมือนภาพยนต์​ที่หยุดค้างกลาย​เป็นภาพนิ่ง

ประชาชน​ที่ฟังวิทยุอยู่​ทั่วประเทศญี่ปุ่นลุกขึ้น​ยืนตรง...​"สมเด็จ​พระจักรพรรดิ​จะทรงมี​พระราชดำรัสแก่ประชาชนชาวญี่ปุ่น เราขอถ่ายทอดเสียง​พระราชดำรัสนี้ด้วย​ความคารวะ"...​ เสียงโฆษกกล่าว เพลงสรรเสริญ​พระบารมีดังขึ้น​​เป็นอันดับถัดมา ​ความเงียบเกิดขึ้น​ชั่วขณะ แล้ว​​พระสุรเสียงเสียง​ที่ราบเรียบของสมเด็จ​พระจักรพรรดิก็ดังขึ้น​

"ประชาชนผู้ภักดีต่อข้าพเจ้า...​" นี่นับ​เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์​ที่ประชาชนชาวญี่ปุ่น​ได้ยินเสียงของสมเด็จ​พระจักรพรรดิ์ของพวก​เขา บางคนยังไม่เชื่อว่า​เป็นเสียงจริงด้วยซ้ำ สมเด็จ​พระจักรพรรดิฮิโรฮิโต ​กำลังทรงอ่านคำประกาศยอมแพ้ของญี่ปุ่นต่อกองทัพสัมพันธมิตร ​เป็นการยุติสงครามโลกครั้ง​ที่สองด้านแปซิฟิค​ที่ยาวนานเกือบสี่ปี ก่อน​ที่นาทีนี้​จะมาถึง มีอะไร​เกิดขึ้น​บ้าง ! ...​.

ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1930 ​เป็นต้นมา รัฐบาลญี่ปุ่นของสมเด็จ​พระจักรพรรดิถูก ครอบงำ​โดยอำนาจทหาร รัฐบาลปลุกกระแส "คลั่งชาติ" ​ไปทั่วประเทศ กองทัพ​ได้รับการพัฒนาให้ทันสมัย กองทัพญี่ปุ่น​ได้เข้ายึดครองแมนจูเรียของจีน ​และประเทเกาหลี

​และ​เมื่อเช้า​วัน​ที่ 7 ธันวาคม ค.ศ. 1941 เครื่องบินจากกองทัพเรือญี่ปุ่นก็โจมตีอ่าวเพิร์ล​ที่เกาะฮาวาย ​เป็นการประกาศสงคราม​กับอเมริกา อังกฤษ​และฝรั่งเศส กองทัพญี่ปุ่นบุกเข้ายึดครองประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้​ได้​ทั้งหมด รวม​ทั้งหมู่เกาะต่างๆ​ จำนวนมากในมหาสมุทรแปซิฟิค

สองปี​ต่อมา กองทัพสัมพันธมิตร​ซึ่งนำ​โดยอเมริกันเริ่มตีโต้กลับ ยึดเกาะน้อยใหญ่ในมหาสมุทรแปซิฟิคกลับคืน แสนยานุภาพทางเรือของอเมริกันรุกคืบเข้าใกล้หมู่เกาะญี่ปุ่นเข้า​ไปทุกขณะ ญี่ปุ่น​ต้องพ่ายแพ้ในยุทธนาวีใหญ่ๆ​หลายครั้ง ​และ​ต้องเสียเรือประจันบานยามาโต้ เรือประจันบาน​ที่ใหญ่​ที่สุดในโลก ​ซึ่ง​ที่ภาคภูมิ​เป็นใจของชาวญี่ปุ่น

กองทัพของสมเด็จ​พระจักรพรรดิสู้แบบจนตรอกด้วยวิธีใหม่ นักบินกล้าตายจากหน่วยบิน คามิคาเซ (แปลว่าพายุของ​พระเจ้า) ขับเครื่องขับบินขับไล่บรรทุกระเบิดเต็มอัตรา ดำดิ่งพุ่งเข้าชนเรือรบอเมริกันอย่างบ้าคลั่ง​เป็นครั้งแรกในยุทธนาวี​ที่เกาะโอกินาวา ​แต่ก็ไม่อาจหยุดยั้งกองทัพสัมพันธมิตร​ได้

เดือนกรกฎาคม ปี ค.ศ. 1945 กรุงโตเกียว​และเมืองสำคัญหลายแห่งถูกฝูงบินทิ้งระเบิดอเมริกันทิ้งระเบิดใส่แบบปูพรม อเมริกันประกาศให้กองทัพญี่ปุ่นยอมแพ้อย่างไม่มีเงื่อนไข ลางแพ้ปรากฎชัดขึ้น​เรื่อยๆ​

ในช่วงของสงคราม คณะผู้ปกครองประเทศ​ที่กุมอำนาจอย่างแท้จริง​คือคณะบุคคล​ที่เรียกว่า "สภาสงครามสูงสุด" ​ซึ่งมีสมาชิก​ทั้งหมดหกคน เรียกกันว่า "หกผู้ยิ่งใหญ่" ประกอบด้วยผู้แทนจากกองทัพบก กองทัพเรือ​และจากรัฐบาลพลเรือน สมาชิกสภานี้​จะตัดสินใจในเรื่อง​สำคัญๆ​ด้วยการลงมติ​เป็นเอกฉันท์เท่านั้น​ ​และ​ต้องนำมตินั้น​ขึ้น​ถวายสมเด็จ​พระจักรพรรดิ ให้ทรงทราบก่อนการทำงาน สมาชิกสภาสงคราม​ทั้งหกนี้ ​เป็น​ส่วนหนึ่ง​ของคณะรัฐมนตรีเต็มคณะด้วย ​และคณะรัฐมนตรี​จะประชุมไม่​ได้​ถ้า "หกผู้ยิ่งใหญ่" ไม่​ได้เข้าประชุมด้วย

ในช่วงปลายสงคราม สภาสงครามสูงสุดนี้แบ่งพวกกัน​เป็นสองขั้ว หรือสองสาย ​คือ"สายเหยี่ยว" ​ซึ่งมีสามคน​คือ พลเอกอานามิ รัฐมนตรีกระทรวงทหารบก พลเอกอูมาซุ หัวหน้าคณะเสนาธิการทหารบก ​และพลเรือโทโตยาด้า หัวหน้าคณะเสนาธิการทหารเรือ หัวหน้าสายเหยี่ยว​คือพลเอกอานามิ ทรงอิทธิพล​ที่สุด ​เขา​ได้รับฉายาว่า​เป็น "รูปแบบของซามูไรยุคใหม่อย่างแท้จริง"

พลเอกอานามิ ​เป็นขวัญใจของบรรดานายทหารหัวรุนแรง​ที่ไม่เคยมี​ความคิดว่า"ยอมแพ้"อยู่​ในหัว ศักดิ์ศรีของสมเด็จ​พระจักรพรรดิ​และของประเทศมีค่าเกินกว่า​ที่​จะ​เอาอะไร​มาแลก​ได้ ในคณะรัฐมนตรี​เขาเพียงคนเดียว​สามารถยับยั้งมติของคณะ รัฐมนตรี​ได้ ​เขา​เป็นผู้​ที่กองทัพบกส่งเข้ามา​เป็นตัวแทน

​ส่วนอีกสายหนึ่ง​เรียกว่า "สายพิราบ" ประกอบด้วยพลเรือโทซูซูกิ นายกรัฐมนตรี นายโตโก รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศ ​และพลเรือโทโยนาย รัฐมนตรีกระทรวงทหารเรือ หัวหน้าสายพิราบ​คือรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศ สายพิราบมีท่าทีรอมชอม​และเห็นว่าถึงเวลาแล้ว​​ที่​จะ​ต้องยอมแพ้

ในฤดูร้อนของปี ค.ศ. 1945 สภาสงครามสูงสุดเกิด​ความไม่ลงรอยกันในเรื่อง​แผนการยุติสงคราม ​และไม่อาจหาข้อยุติ​ที่​เป็นเอกฉันท์​ได้ สายเหยี่ยวคัดค้าน​ที่​จะยอมแพ้ ​ทั้งยังไม่​ต้องการ​ได้ยินคำว่า "ยอมแพ้" จาก​ใครๆ​อีกด้วย ผู้​ที่มี​ความคิดว่า​จะยอมแพ้หรือบังอาจเอ่ยคำว่า "สันติภาพ" ​จะถูกสายเหยี่ยวจับเข้าคุก

วัน​ที่ 6 สิงหาคม ปี ค.ศ. 1945 เวลา 8.15 น. เครื่องบินทิ้งระเบิด บี. 29 ก็นำระเบิดปรมาณูลูกแรกของโลกทีมีชื่อเล่นว่า "ไอ้หนูน้อย" มาทิ้งเมืองฮิโรชิม่า ยัง​ความพินาศย่อยยับให้​กับเมือง​และชีวิตพลเมืองอีกนับแสน

ระเบิดปรมาณู​ที่ทิ้งลงเมืองฮิโรชิมา สะเทือนขวัญคน​ทั้งประเทศญี่ปุ่นรวม​ทั้งองค์สมเด็จ​พระจักรพรรดิด้วย พวก​เขาไม่​ต้องการสงครามอีกแล้ว​ ​ความร้ายแรงของระเบิดลูกนี้นี้ ​แม้​แต่นักบินอเมริกันเอง​ที่นำระเบิดมาทิ้งก็ยังพลอยรู้สึกสยดสยอง​ไปด้วย ​เมื่อ​เขามองลง​ไปยังเมืองเบื้องล่าง​ที่เพิ่ง​จะทิ้งระเบิดลง​ไป...​ .

...​.​แต่ก็ยังไม่มี​ความเคลื่อนไหวใดๆ​ จากสภาสงคราม ตลอด​ทั้งวัน​ที่ 6 ​และ 7 สิงหาคม

ในวัน​ที่ 8 สิงหาคม สมเด็จ​พระจักรพรรดิ ไม่อาจทนเห็นประชาชนของ​พระองค์ล้มตาย​เป็นใบไม้ร่วงต่อ​ไปอีก​ได้ จึงทรงแนะนำมายังนายกรัฐมนตรี ซูซูกิ ให้รัฐบาลยอมแพ้ ​และแนะให้นายกเรียกประชุมสภาสงครามทันที ​แต่สภาก็ไม่อาจประชุม​ได้ ​เพราะมีสมาชิกสายเหยี่ยวบางคนไม่มาประชุม อ้างว่า "ติดภาระกิจเร่งด่วน" อื่น​และบ่ายวันนี้เอง ประเทศรัสเซียก็ถือโอกาสประกาศสงคราม​กับประเทศญี่ปุ่น

​ความจริงตามรัฐธรรมนูญเมจิ สมเด็จ​พระจักรพรรดิ​สามารถสั่งให้กองทัพยอมแพ้​ได้ ​แต่ในสถานการณ์ขณะนี้ ไม่แน่ว่ากองทัพบก​จะยอมทำตาม ​และอาจมีการปฏิวัติจับ​พระองค์ไว้ก็​ได้ ​พระราชอำนาจนี้เหมือนทรงมี​พระแสงปืน​ซึ่งยิง​ได้เพียงนัดเดียว หากยิงแล้ว​ไม่​ได้ผลก็​จะหมดอำนาจทันที สมเด็จ​พระขักรพรรดิ์จึงทรง​ใช้พวกสภาสงครามสายพิราบให้ต่อรองแทนในการประชุม ทรงสงวน​พระราชอำนาจสูงสุดไว้ก่อนยังไม่นำออกมา​ใช้​โดยตรง

วัน​ที่ 9 สิงหาคม นายโตโก รัฐมนตรีต่างประเทศ เรียกประชุมสภาสงครามสูงสุด​ได้​เมื่อเวลา 10.30 น ​และเหตุการณ์ก็คง​เป็น​ไปอย่างเคย ​ทั้งสองฝ่ายไม่​สามารถตกลงกัน​ได้ในเรื่อง​การยุติสงคราม ​เมื่อประชุมกัน​ได้สักพักหนึ่ง​ก็มีรายงานด่วนส่งเข้ามาถึงโต๊ะประชุมว่า เมืองนางาซากิถูกระเบิดปรมาณูอีกเมืองหนึ่ง​แล้ว​​เมื่อเวลา 11.00 น.

ระเบิดปรมาณู​ทั้งสองลูก​ที่ถูกทิ้งใส่พลเมืองญี่ปุ่นจน​ต้องตาย​ไป​เป็นเรือนแสน ไม่อาจทำให้หัวใจของนายพลสายเหยี่ยวอ่อนลง​ไป​ได้​แม้​แต่น้อย ​ทั้งสามคน​โดยเฉพาะพลเอก อานามิ ​ซึ่งมีอิทธิพล​ที่สุดยังคงคัดค้านการยอมแพ้อย่างหัวชนฝา ​และเสนอให้ต่อรอง​กับสัมพันธมิตรดังนี้...​

ระบบจักรพรรดิ​จะ​ต้องคงอยู่​ต่อ​ไป ตาม​ความเชื่อ​ที่ว่าทรงสืบเชื้อสายมาจากอาทิตยเทพ ฝ่ายสัมพันธมิตร​ต้องไม่เข้ามายึดครองเกาะใหญ่ของญี่ปุ่น กองทัพญี่ปุ่น​จะปลดอาวุธตัวเอง ประเทศญี่ปุ่น​จะจัดการเรื่อง​อาชญากรสงครามด้วยตัวเอง
พลเอกอานามิมี​ความคิดว่า​ถ้ากองทัพสัมพันธมิตรยกขึ้น​บก​ที่เกาะใหญ่ ทหารญี่ปุ่นอีกนับล้านคน​จะสู้แบบถวายชีวิต ​ซึ่ง​จะยัง​ความสูญเสียให้แก่ข้าศึกอย่างมากจนอาจ​ต้องยอมประนีประนอมตามข้อเสนอของ​เขา หรือยิ่งกว่านั้น​ ญี่ปุ่นอาจ​เป็นฝ่ายกลับมาชนะ ก็​ได้

กลุ่มสายเหยี่ยวเห็นต่อ​ไปอีกว่า การพาองค์สมเด็จ​พระจักรพรรดิ​ไปหลบซ่อนอยู่​ตามป่า​เขา แล้ว​ทำสงครามกองโจร​กับข้าศึก​ที่เข้ามายึดครอง ยังดีเสียกว่าการยอมแพ้​ซึ่งสมเด็จ​พระจักรพรรดิ์​จะ​ต้องอยู่​ใต้การปกครองของต่างชาติ

เวลา 13.00 น. การประชุมก็ยุติลง​โดยไม่อาจ​จะตกลงอะไร​กัน​ได้เหมือนเดิม มีข่าวลือว่า​ถ้ารัฐบาลมีคำสั่งยอมแพ้ อาจมีรัฐประหารเกิดขึ้น​​โดยคณะทหาร​ที่ไม่​ต้องการยอมแพ้

นายกรัฐมนตรีซูซูกิ ​ได้เข้าเฝ้าสมเด็จ​พระจักรพรรดิ ​และทรงมี​พระกระแสรับสั่งให้เรียกประชุมสภาสงครามสูงสุด​เป็นการด่วนอีกครั้งในเวลา 23.50 น. ต่อหน้า ​พระพักตร์ของ​พระองค์ ​แม้กระนั้น​​ที่ประชุมก็ยังมีเสียงแตก​เป็นสองฝ่ายอย่างเดิม ไม่อาจตกลงกัน​ได้

จนกระ​ทั้งเวลา 02.00 น. นายกรัฐมนตรีซูซูกิจึงขอเข้าเฝ้าสมเด็จ​พระจักรพรรดิอีกครั้ง ​เพื่อขอให้ทรงมี​พระราชวินิจฉัยชี้ขาด ​และก็​ได้มี​พระราชวินิจฉัยชี้ขาด​เป็นทางการว่า ให้รัฐบาลประกาศยอมแพ้ทันที สมเด็จ​พระจักรพรรดิทรงเหนี่ยวไก​พระแสงปืน​ที่มีกระสุนเพียงนัดเดียวนั้น​แล้ว​ ...​

จากนั้น​ก็​ได้มีการร่างคำประกาศยอมแพ้อย่าง​เป็นทางการต่อฝ่ายสัมพันธมิตร ​ที่ประชุม​ได้มีเงื่อนไขข้อหนึ่ง​ว่า "ให้อเมริกันยอมรับใน​พระราชอำนาจของสมเด็จ​พระจักรพรรดิ" ประกาศนี้ถูกแปล​เป็นภาษาอังกฤษ​และส่งให้ทางอเมริกันตรวจดูว่า​จะยอมรับหรือไม่

พลเอกอนามิกลับมายังกระทรวงทหารบก ​และ​ได้แถลงเรื่อง​นี้ให้​ที่ประชุม นายทหารระดับสูงทราบ กลุ่มนายทหาร​ที่ไม่​ต้องการยอมแพ้แนะนำให้นายพลอานามิลาออกจากคณะรัฐมาตรี หรือเข้ายึดอำนาจรัฐบาลเสียเอง ​แต่​เขาปฏิเสธ​และสั่งว่า​จะ​ต้องทำตาม​พระประสงค์ของสมเด็จ​พระจักรพรรดิ นายทหารหนุ่มจำนวนหนึ่ง​ไม่พอใจการยอมแพ้ ​และหวังว่าฝ่ายอเมริกันคง​จะไม่ยอมรับเงื่อนไขพิเศษ​ที่เสนอ​ไป ​ซึ่งพวก​เขา​จะ​ได้ทำรัฐประหารยึดอำนาจรัฐบาลทันที ​เพื่อป้องกันไม่ให้รัฐบาลกลับ​ไปเจรจาขอยอมแพ้อีก บรรยากาศการรัฐประหารคุกรุ่น​ไปทั่วกรุงโตเกียว

วัน​ที่ 11 สิงหาคม คณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นยังรอคำตอบจากฝ่ายสัมพันธมิตร ขณะเดียวกัน คณะนายทหารเลือดร้อน​ที่เรียกตัวเองว่า "คณะเสือหนุ่ม" ก็ร่างแผน รัฐประหารรวม​ทั้งจัดทำรายชื่อบรรดาพวกพิราบ​ที่​จะ​ต้องถูกฆ่าด้วย

วัน​ที่ 12 สิงหาคม ทางรัฐบาลโตเกียว​ได้รับข่าวสารทางการทูตจากอเมริกันเรื่อง​การ​ใช้ถ้อยคำภาษาในประกาศยอมแพ้ มีการเล่นแง่กันในถ้อยคำบางแห่งของประกาศ ​โดยเฉพาะ​ส่วน​ที่กล่าวถึงบทบาท​ของสมเด็จ​พระจักรพรรดิ ​และก็เกิดการโต้เถียงกันในคณะรัฐมนตรีอีก ...​ขณะนี้การรัฐประหารถูกวางแผนไว้เรียบร้อย​แล้ว​​เพื่อยับยั้งคำประกาศยอมแพ้

วัน​ที่ 14 สิงหาคม เครื่องบินอเมริกัน​ได้โปรยใบปลิวให้ประชาชนญี่ปุ่นทราบถึงการแลกเปลี่ยนบันทึกการยอมแพ้​ที่ยัง​เป็นข้อโต้แย้งกันอยู่​ สถานการณ์เรื่อง​ รัฐประหารดู​จะ​เป็นจริงขึ้น​ทุกที

สมเด็จ​พระจักรพรรดิทรงเรียกประชุมคณะรัฐมนตรีเต็มคณะ​ที่หลุมหลบภัยใน​พระบรมมหาราชวัง แล้ว​แจ้งว่าทรงรับเงื่อนไขในถ้อยคำของฝ่ายสัมพันธมิตร​ที่แก้มา แล้ว​ทรงสั่งให้คณะรัฐมนตรีร่างคำประกาศยอมแพ้​ที่​พระองค์​จะ​ต้องแจ้งแก่ปวงชนชาวญี่ปุ่น รัฐมนตรีทุกคนรวม​ทั้งพลเอกอานามิ​ต้องลงนามร่วมในคำประกาศยอมแพ้นี้ด้วย

แล้ว​บ่ายวันนั้น​สมเด็จ​พระจักรพรรดิก็ทรงอ่านประกาศยอมแพ้ลงเครื่องบันทึกเสียง ​เพื่อให้สถานีวิทยุเปิดออกอากาศในวันรุ่งขึ้น​

พลเอกอานามิ ​ได้กลับมาบ้านในเย็นวันนั้น​ ​เขา​ได้พูดคุยกันถึงเรื่อง​นี้​กับพี่เขย​และบอกว่า "ในฐานะของทหาร ผม​จะ​ต้องเชื่อฟังสมเด็จ​พระจักรพรรดิของผม" คืนนั้น​เองนายพลเอกสายเหยี่ยว ผู้คุมอำนาจมหาศาลในกองทัพก็ถวาย​ความภักดีสูงสุดด้วยการทำพิธีฮาราคีรี

คืนเดียวกันนี้ คณะเสือหนุ่มก็ส่ง​กำลังเข้าบุก​พระบรมมหาราชวัง มีการต่อสู้กันขึ้น​ ทหารราชองค์รักษ์​และผู้บังคับการถูกสังหาร คณะเสือหนุ่มยึด​พระบรมมหาราชวังไว้​ได้ในคืนนั้น​ พวก​เขา​ต้องการยึดเครื่องบันทึกเสียง​และขัดขวางการออกอากาศยอมแพ้ในวันนี้ของสมเด็จ​พระจักรพรรดิ ​ทั้งยัง​จะจับ​พระองค์ไว้​เป็นตัวประกันด้วย

คณะเสือหนุ่มยัง​ได้แยกย้ายกัน​ไปตาม​ที่ต่างๆ​ ​เพื่อ​จะฆ่าบุคคลสำคัญสายพิราบ นายกรัฐมนตรีซูซูกิ ​ได้หลบหนีออกจากบ้าน​ได้อย่างหวุดหวิด ​ไปหลบซ่อนตัว ​ที่อื่น

รุ่งเช้า​ คณะเสือหนุ่มก็หมด​กำลัง ​เมื่อหน่วยทหารจากภาคตะวันออกมาช่วยแก้ไขสถานการณ์ยึด​พระบรมมหาราชวังคืน บรรดาเสือหนุ่ม​ส่วนมากพากันฆ่าตัวตาย

ตลอดเช้า​วัน​ที่ 15 สิงหาคม สถานีวิทยุ เอ็น.เอช.เค.ก็ประกาศให้ประชาชนคอยฟังข่าวสำคัญยิ่งตอนเ​ที่ยงตรง ​เมื่อถึงเวลานั้น​​พระราชดำรัสประกาศยอมแพ้ของสมเด็จ​พระจักรพรรดิ์ฮิโรฮิโตจึง​ได้ดังขึ้น​ทั่วประเทศญี่ปุ่น

สมเด็จ​พระจักรพรรดิฮิโรฮิโต ​คือผู้​ที่มีบทบาท​สำคัญในการยุติสงครามครั้งนี้ให้เร็วขึ้น​ มิฉะนั้น​ชีวิตมนุษย์อีกไม่รู้เท่าไร​ที่​จะ​ต้องสังเวยให้​กับเกียรติยศ​และศักดิ์ศรี​ที่คณะทหารบางพวก​ต้องการ ​ซึ่งถึงอย่างไรก็​ต้องจบลงด้วย​ความพ่ายแพ้ของญี่ปุ่นอยู่​ดี ​เพราะอเมริกันไม่จำ​เป็น​ต้องยกพลขึ้น​บกก็​ได้ ​เขามีระเบิดปรมาณูอยู่​ในมือ ​และเพิ่งทิ้ง​ไปเพียงสองลูกเท่านั้น​ ...​.O

 

F a c t   C a r d
Article ID A-1138 Article's Rate 18 votes
ชื่อเรื่อง วันสิ้นศึก
ผู้แต่ง ชาร ทิคัมพร
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๔๘
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ฉันเขียนให้เธออ่าน
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๑๑๒๔ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๕ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๗๘
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-5609 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 15 ส.ค. 2548, 07.31 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : hum [C-5618 ], [210.233.192.102]
เมื่อวันที่ : 16 ส.ค. 2548, 06.57 น.

​ได้​ความรู้ สาระ ​ความบันเทิง แห่งอดีต​ที่ผ่านมาไม่นานนัก (ยังหลงเหลือบุคคล​ที่ร่วมสมัยให้​ได้ถามไถ่) ให้เลย​คร้บ ชอบมากคร้บ เรื่อง​ราวแนวนี้ สร้างเสริมสติปัญญาดีแท้

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : Poceille [C-5640 ], [161.200.255.162]
เมื่อวันที่ : 20 ส.ค. 2548, 15.53 น.

อ่านแล้ว​สยดสยองขนลุกขนพองมากเลย​ค่ะ​


น้องสาวมาเล่าให้ฟังถึงงาน​ที่จัดขึ้น​​ที่ฮิโรชิมา มีการเชิญผู้รอดชีวิตจากระเบิดมาร่วมรายการด้วย ​ความทุกข์ทรมานจากเหตุการณ์ครั้งนั้น​มันฝังอยู่​​ทั้งในร่างกาย​และจิตใจของพวก​เขาเหล่านั้น​ ยิ่ง​ได้ฟังยิ่งสลด

สงครามให้อะไร​​กับโลกบ้างหรือ? แล้ว​ทำไมมนุษย์จึงกระหายสงครามกันนัก?


ขอบคุณสำหรับบท​ความทางประวัติศาสตร์ชิ้นนี้นะคะ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : คุณแม่ [C-6490 ], [203.185.68.28]
เมื่อวันที่ : 06 ธ.ค. 2548, 11.36 น.

ดีจังค่ะ​​จะ print ​ไปให้ลูกอ่าน

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๕ : natsu [C-18552 ], [58.97.53.215]
เมื่อวันที่ : 05 ม.ค. 2555, 10.10 น.

ข้อมูลมีประโยชน์มากเลย​ค่ะ​ สนุก แถม​ได้​ความรู้ ขอบคุณผู้เขียนมากนะคะ​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น