นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๐๖ สิงหาคม ๒๕๔๘
วิวาห์เหินฟ้า
ชาร ทิคัมพร
...นักบินให้สัญญาณว่าถึงเวลาแล้ว​​ ผมบีบมือเจ้าสาว​​เป็นการให้​​กำลังใจ แล้ว​​ผมก็พยักหน้า เธอพุ่งตัวออก​​ไปทางช่องประตู​​ที่เปิดอยู่​​สู่​​ความมืดเบื้องล่าง​​เป็นคนแรก...
เครื่องบินเซสน่าเครื่องยนต์เดียว​ที่ถูกดัดแปลง​เป็นเครื่องบินกระโดดร่ม ไต่ระดับจากสองพันฟุตขึ้น​​ไปเรื่อยๆ​ นาฬิกาข้อมือ​ที่บอก​ความสูงเปลี่ยนตัวเลขเพิ่มขึ้น​ จนกระทั่งถึงระดับหกพันฟุตจากระดับน้ำทะเลกลาง นักบินจึงบังคับเครื่องบินเซสน่าลำนั้น​ให้รักษาระดับ อุปกรณ์กระโดดร่มดิ่งพสุธาของผม​พร้อมทุกอย่าง !

ผมกระโดดร่มดิ่งพสุธามาแล้ว​นับครั้งไม่ถ้วน ตั้งแต่ระดับสูงหมื่นสองพันฟุตผมก็เคย ผมเคยเหินร่อนอยู่​กลางหาว​เป็นนาที ก่อน​ที่​จะกระตุกร่มให้ใกล้พื้นดิน​ที่สุดเท่า​ที่​จะ​เป็น​ได้มามาก​ต่อมาก ผมเคยบังคับร่มร่อนลงสู่เป้าหมายขนาดหนึ่ง​ตารางเมตร​โดยไม่พลาด​เป็น​ส่วนใหญ่ มันตื่นเต้นเร้าใจทุกครั้ง ​แต่ไม่มีครั้งใด​ที่ผม​จะตื่นเต้นเท่า​กับครั้งนี้

ห่างผมออก​ไปทางหัวเครื่องบินสามสี่ฟุต หญิงสวยสาวคนหนึ่ง​ ​กำลังจัดร่ม​และตรวจอุปกรณ์การโดดร่มของเธอเอง​เป็นครั้งสุดท้าย เธออยู่​ในชุดโดดร่มสีขาวสะอาด ขาวหมด​ทั้งรองเท้าถุงเท้า​และถุงมือ หมวกกันกระแทก​ที่เธอสวมก็สีขาวด้วย ใบหน้าของเธอตกแต่งไว้อย่างงดงาม งาม​เป็นพิเศษสม​กับ​ที่วันนี้​เป็นวันสมรสของเธอ ถูกแล้ว​เธอ​กำลัง​จะเข้าสู่พิธีฉลองสมรส ​และเจ้าบ่าวของเธอก็​คือผมแหละ​ !

เรา​กำลัง​จะทำสถิติลงกินเนสบุ๊ค ​โดย​จะ​เป็นบ่าวสาวคู่แรกของโลก​ที่กระโดดร่มดิ่งพสุธาลงสู่งานเลี้ยงฉลองสมรสของตัวเอง เป้าหมาย​ที่เรา​จะ​ต้องหยั่งเท้าลง​ไป​คือดาดฟ้าโรงแรม​ที่สูงห้าสิบชั้นกลางกรุงเทพมหานคร ตอนนี้แขกเหรื่อคงมากันเต็มแล้ว​ละ เราออกการ์ดเชิญ​ไป​ทั้งหมดเก้าร้อยเก้าสิบเก้าใบ ​ทั้งนี้ไม่นับนักข่าว​ทั้งไทย​และต่างประเทศอีกเก้าสิบเก้าคน ผมมั่นใจ​ที่สุดว่า​จะไม่มีงานสมรส​ใครในโลก​ที่ผ่านมา ​และ​แม้​แต่ในอีกสิบปีข้างหน้า​จะยิ่งใหญ่อลังการเท่า​กับงานสมรสของเราในวันนี้

เครื่องบินยังคงรักษาระดับบิน​ที่หกพันฟุตต่อ​ไป ผมนึก​ไปถึง​เมื่อตอนบ่ายตอนพิธีรดน้ำสังข์ แขกผู้ใหญ่ห้าร้อยคน​ที่อยู่​ในห้องดับเบิ้ลซุปเปอร์แกรนด์บอลรูมของโรงแรม ​ต้องตื่นตะลึง​กับพิธีการอันยิ่งใหญ่ของงานรดน้ำสังข์ของผม ​กับเจ้าสาวแสนสวย​ซึ่งนั่งพนมมืออยู่​บนโต๊ะรดน้ำสังข์

ผมอยู่​ในชุดสากลสีเทาเข้ม ​ส่วนเธออยู่​ในชุดไทยจักรีสีครีมสดใส ข้างหลังเราไม่มี​เพื่อนเจ้าบ่าว​กับ​เพื่อนเจ้าสาวยืนอยู่​ให้เกะกะรกลูกตาเหมือนงานสมรสอื่น ​เพราะนั่น​จะทำให้เราไม่เด่น ​และ​ที่ฉากหลังเรามีก้อนน้ำแข็งแกะสลักขนาดมหึมาตั้งอยู่​ มัน​เป็นรูปปีกพลร่มประดับอยู่​สองข้างอักษรย่อชื่อของผม​และเธอ

อีกมุมของห้อง มีรูปถ่ายใหญ่ขนาดเท่าตัวจริงของผม​กับเจ้าสาวยืนตระ คองกอดกันส่งยิ้มออกมาให้แขก สองข้างกรอบรูปสีทองประดับด้วยดอกไม้สดเมืองหนาว​ที่สั่งมาทางเครื่องบินจากกรุงอัมสเตอร์ดัม​โดยเฉพาะสำหรับงานนี้ ​และรวม​ทั้งดอกไม้ในแจกัน​ที่วางอยู่​ตามมุมต่างๆ​ในห้องนี้ด้วย ผมไม่​ใช้หรอก​กับดอกไม้บนดอยทางเหนืออย่าง​ที่เศรษฐีคนอื่น​เขา​ใช้กัน รูปนั้น​เรา​ไปถ่ายกันไว้ก่อนวันงาน เตรียมไว้สำหรับโชว์ในงานวันนี้

พิธีอันทรงเกียรติเริ่มด้วยเจ้าบ่าวเจ้าสาวจุดธูปเทียนใหว้​พระแล้ว​ขึ้น​นั่งประจำ​ที่รดน้ำสังข์

"เอ็ม.ซี." ของงาน หรือ​ถ้า​จะเรียกให้เต็มก็​จะเรียกว่า "มาสเตอร์ อ๊อฟ เซริมะนิ" ​ซึ่ง​เมื่อก่อน​เขาเรียกกันแบบเชยๆ​ว่า "พิธีกร" ประกาศผ่านทางเครื่องขยายเสียงเชิญท่าน รัฐมนตรีมาเจิมหน้าผากผม​กับเจ้าสาว แล้ว​คล้องพวงมาลัยให้ ต่อจากนั้น​ท่านรัฐมนตรีก็สวมมงคลแฝดให้​กับเรา ท่านรดน้ำสังข์ให้​เป็นปฐมฤกษ์ แล้ว​ เอ็ม.ซี. ก็ประกาศเชิญแขกคนอื่นๆ​ให้มาเข้าแถวกันรดน้ำสังข์ต่อ​ไป

​ระหว่างนั้น​​เขาก็​จะบรรยายถึงประวัติของผม​กับเจ้าสาวให้บรรดาแขกฟังด้วยเสียงอ่อนทุ้ม เสียงนั้น​คุ้นหูแขกทุกคนดี ​เพราะ​เขา​เป็นนักจัดรายการทางโทรทัศน์​ที่มีคนดูมาก​ที่สุดคนหนึ่ง​ ผมจ้างมา​เป็น เอ็ม.ซี.ให้​กับงานผมเฉพาะช่วงบ่ายเพียงสองชั่วโมง ในราคา​ที่นักศึกษามหาวิทยาลัย​สามารถ​ใช้กินอยู่​ รวม​ทั้งค่าเรียน​ได้ตั้งแต่แรกเข้าจนรับปริญญา

พิธีรดน้ำสังข์จบลงตามกำหนด เรารีบออกจากห้องพิธี​ไป​แต่งตัวใหม่​เพื่อกระโดดร่มลงสู่งานงานเลี้ยงฉลองตอนกลางคืน ​ส่วนแขกอีกห้าร้อยคนก็ดื่มน้ำชา​และของว่างกันต่อ​ไปตามอัธยาศัย...​..

นักบินหันมาทำสัญญาณให้ผมรู้ว่าเราบินเข้าเขตกรุงเทพมหานครแล้ว​ เจ้าสาวขยับเข้ามานั่งใกล้ผม เธอ​เป็นนักกระโดดร่มดิ่งพสุธาสมัครเล่นตัวกลั่นของประเทศ เธอเคย​ไปแข่งขันกระโดดร่มดิ่งพสุธา​และกวาดรางวัลมาแล้ว​เกือบทั่วเอเชีย นอกจาก​ความเก่ง เธอยังสวยจน​เป็น​ที่เลื่องลือของวงสังคมทั่ว​ไปอีกด้วย เรารู้จักกันจากการ​ที่เรา​เป็น นักกระโดดร่มด้วยกันนี่แหละ​ !

ป่านนี้​ที่ดาดฟ้าของโรงแรมคงมีแขกเต็มแล้ว​ ตามกำหนดการผม​กับเจ้าสาว​จะ​ต้องร่อนลง​ไปตัดเค้กเวลาสองทุ่มตรง ​และก่อนหน้านี้​ระหว่าง​ที่แขก​กำลังกินอาหารกันอยู่​ ก็​จะมีการฉายมัลติวิชั่นสไลด์ด้วยจอขนาดยักษ์​เพื่อบรรยายถึงประวัติของผม​และเจ้าสาวตั้งแต่แรกเกิดจนปัจจุบัน ระบบเสียง​เป็นแบบเซ็นเซอร์ราวน์ด เพลง​ที่​ใช้ประกอบการบรรยาย​เป็นเพลง​ที่ผมจ้าง​แต่งขึ้น​​โดยเฉพาะ ไม่ใช่​เอาเพลงอะไร​เก่าๆ​​ที่มีกันอยู่​แล้ว​มาเปิด ผู้บรรยายนั้น​ผมจ้างดาราชายหญิง​ที่​กำลังโด่งดังอยู่​ในละคร ที.วี. มาบรรยาย

ทันที​ที่มัลติวิชั่นสไลด์โชว์จบลง ผม​กับเจ้าสาวก็​จะ​ต้องร่อนลงถึงพื้นดาดฟ้า กำหนดการ​และการกำ​กับงาน​ทั้งหมดสำหรับงานคืนนี้ ออกแบบ​และกำ​กับ​โดยบริษัทโฆษณา​ที่เคยจัดพิธีเปิด​และปิดกีฬาเอเชี่ยนเกมส์มาแล้ว​ สำหรับค่าจ้าง​ที่ผม​ต้องจ่ายนั้น​นะ ช่างเถอะ ! อย่า​ไปรู้มันเลย​

ผมเริ่มเห็นอาคารโรงแรม​ที่สูงห้าสิบชั้นอยู่​ลิบๆ​ข้างล่าง พอใกล้เข้า​ไปอีกก็เห็นไฟสีธงชาติประดับอยู่​ตลอด​ความสูงห้าสิบชั้นนั้น​ บนชั้นดาดฟ้ามีไฟสว่าง​แต่มันยังสูงเกินกว่า​ที่​จะเห็นรายละเอียดมากว่านี้

นักบินให้สัญญาณว่าถึงเวลาแล้ว​ ผมบีบมือเจ้าสาว​เป็นการให้​กำลังใจ แล้ว​ผมก็พยักหน้า เธอพุ่งตัวออก​ไปทางช่องประตู​ที่เปิดอยู่​สู่​ความมืดเบื้องล่าง​เป็นคนแรก มือขวาของเธอกำแท่งพลุนำวิถีสีส้ม​ที่แตก​เป็นประกาย​ไปด้วย ​และอีกแปดวินาที​ต่อมาผมก็พุ่งตามออก​ไป ​แม้ว่า​จะมืด​แต่แสงไฟจากพลุนำวิถี​ที่เธอถือไว้ก็ทำให้ผมเห็นว่าเธออยู่​ตรงไหน เธอ​กำลังกางแขน​และขาร่อนอยู่​ข้างล่างใต้ผมลง​ไปประมาณสองร้อยฟุต ณ วินาทีนี้เธอคงอยู่​​ที่ระดับห้าพันฟุต​และ​กำลังดิ่งลงสู่พื้นในอัตรา​ความเร็วร้อยฟุตต่อวินาที

ผมบังคับตัวให้ทำมุมชัน​กับพื้นโลก แล้ว​พุ่งลง​ไปหาเจ้าสาวของผมด้วยอัตรา​ความเร็วสองร้อยฟุตต่อวินาที ​และอีกไม่กี่วินาทีผมก็ลงมาเหินหาวอยู่​เคียงข้าง​กับเธอ ทุกอย่าง​เป็น​ไปตามแผน ผม​ใช้มือขวาจับมือซ้ายของเธอไว้ ปล่อยให้ตัวเราร่วงหล่นลง​ไปอีกสิบห้าวินาที คง​จะอยู่​​ที่​ความสูงสามพันฟุตจากพื้นแล้ว​ละ ผมปล่อยมือเธอ เบนตัวห่างออก​ไปแล้ว​ผมก็กระตุกร่ม อีกสามวินาที​ต่อมาเธอก็กระตุกร่มบ้าง

เราบังคับร่มร่อนเข้าหาโรงแรม​ซึ่งตอนนี้ยังไม่มี​ใครสังเกตว่าผม​กับเจ้าสาว​กำลังมาแล้ว​ พลุนำวิถี​ที่เธอถือดับ​ไปแล้ว​ มัลติวิชั่นสไลด์คงจบ​พอดี ผม​กับเจ้าสาว​กำลังร่อนลงสู่เป้าด้วยร่มชูชีพแบบปีกยาว ​และภาพของเราสองคนก็​จะเข้ามาแทน​ที่ว่างนี้

มีพลุส่องแสงถูกยิงขึ้น​มาจากข้างล่าง มันระเบิดส่องแสงจ้าเหนือจากตัวผม​กับเจ้าสาว ทั่วบริเวณนั้น​สว่างไสวราว​กับกลางวัน แขกเหรื่อเก้าร้อยเก้าสิบเก้าคนเห็นเราแล้ว​ ผม​กับเจ้าสาวบังคับร่มให้วนอยู่​เหนือโรงแรมนั้น​สามรอบแบบทักษิณาวัตร เราร่อนต่ำลงช้าๆ​ ผู้คนบนยอดอาคารมองขึ้น​มายังเรา​ทั้งสองคนด้วย​ความตื่นเต้น ! มัน​เป็นไคลแมกซ์ของงานสมรสอันยิ่งใหญ่​ที่​จะ​ต้องถูกบันทึกไว้

เราบังคับร่มให้ร่อนต่ำลงๆ​ ผม​กำลังมองหาช่องว่าง​ที่เว้นไว้ให้เราเหยียบย่าง​เมื่อลงถึงดาดฟ้า ผมพบแล้ว​ ! ​เขาทำ​เป็นเครื่องหมายรูปหัวใจสีแดงบนพื้นขาว ผมบังคับร่มนำหน้าเจ้าสาวร่อนลงสู่เป้าหมาย แขก​ทั้งหมดแหงนหน้าขึ้น​มองเรา​และส่งเสียงเชียร์ดังสนั่น

ช่างภาพ​และบรรดาผู้สื่อข่าว​ทั้งในประเทศ​และต่างประเทศไม่​ได้รับอนุญาตให้​ใช้ไฟแฟลชในการถ่ายรูป ​เพราะแสง​จะเข้าตาผม​กับเจ้าสาว ​ซึ่งอาจทำให้เราลงผิดเป้า​ไป​ได้ ​แต่แสงสว่างจากพลุเบื้องบนก็ช่วยให้​เขาถ่ายภาพ​ได้ไม่ยาก ยี่สิบนาฬิกาศูนย์นาทีศูนย์วินาที เท้าผมก็ถึงพื้นดาดฟ้าโรงแรม ! ​และอีกสิบวินาที​ต่อมาเจ้าสาวของผมก็ร่อนลงสู่เป้าหมาย​ที่มีผมยืนรออยู่​แล้ว​ เจ้าหน้า​ที่เข้ามาปลดร่มของเราออก​ไป

มีเสียงปรบมือดังกึกก้อง​และยาวนาน ผม​กับเจ้าสาวถอดหมวกกันกระแทกออก ผมดำขลับยาวสลวยของเจ้าสาวสยายลงมาประบ่าของเธอ มันตัด​กับชุดกระโดดร่มสีขาวบริสุทธิ์ ช่างงามจริง ! ผมเดินเข้า​ไปหาเธอ เธอส่งมือให้ผม เรายิ้มให้กัน แล้ว​ก็เดินจูงมือกันช้าๆ​สู่โต๊ะ​ที่มีเค้กใหญ่สูงห้าสิบชั้นเหมือน​กับโรงแรม ทุกอย่าง​เป็น​ไปตามแผนไม่พลาด​แม้​แต่วินาทีเดียว

เราหยุดตรงหน้าเค้กยักษ์ มีชาย​แต่งชุดทักซิโดเดินเข้ามาหาผม ​เขาค้อมตัวอย่างนอบนบ ส่งกระบี่ขาววับให้ ผมจูงมือเจ้าสาวเข้า​ไปตัดเค้กชิ้นหนึ่ง​ให้แก่ประธาน ในพิธี แล้ว​ผม​กับเจ้าสาวก็ขึ้น​​ไปปรากฏตัวบนเวทีให้แขกเหรื่อ​ได้ชื่นชม ผม​กับเจ้าสาวกล่าวขอบคุณแขกผู้มีเกียรติสั้น ๆ​ งานนี้แขกของผมไม่​ต้องมาทนทรมานฟังคำกล่าวอวยพรของผู้บังคับบัญชาเจ้าบ่าว ผู้บังคับบัญชาเจ้าสาว พ่อเจ้าบ่าว พ่อเจ้าสาว แม่เจ้าบ่าว แม่เจ้าสาว ผู้แทน​เพื่อนเจ้าบ่าว​ที่ทำงาน ผู้แทน​เพื่อนเจ้าสาว​ที่ทำงาน ผู้แทน​เพื่อนเจ้าบ่าว​และเจ้าสาวสมัยชั้นอนุบาล ชั้นประถม ชั้นมัธยม ​และมหาวิทยาลัย รวม​ทั้ง​ใครต่อ​ใครอีกสิบๆ​คนอย่างงานอื่น งานนี้เน้นจุดเด่น​ที่ผม​กับเจ้าสาวเท่านั้น​

แล้ว​เราก็ลงจากเวที ค่อยๆ​แฝงกายเร้นหายออก​ไปจากงานเงียบๆ​ ​เพื่อเข้าสู่พิธีส่งตัวบ่าวสาวเข้าห้องหอ ก็​ที่ห้องสวีทชั้น​ที่สี่สิบห้าของโรงแรมนี้นั่นเอง เราปล่อยให้แขกสนุกสนานกันต่อ​ไป...​งานของเรา​ต้องไม่เหมือน​ใคร !

พิธีส่งตัว​เป็น​ไปแบบเรียบง่าย ไม่อลังการอย่างงานรดน้ำสังข์​กับงานเลี้ยงรับรอง​ที่เพิ่งผ่านมา บางครั้งผมก็ชอบ​ความเรียบง่าย​และไม่เยิ่นเย้อเหมือนกัน ​โดยเฉพาะตอนส่งตัวนี่แหละ​ แล้ว​ทุกคนก็ออก​ไปจากห้องหอรอรักของผม เหลือ​แต่เธอ​กับผมเพียงลำพัง เรา​จะค้างคืน​ที่โรงแรมนี้คืนหนึ่ง​ ​และพรุ่งนี้ก็​จะบิน​ไปฮันนีมูนกัน​ที่เกาะมัลดี๊ฟในมหาสมุทรอินเดีย ผม​กับเจ้าสาว​จะนอนเกลือกทรายขาวละเอียด จิบแชมเปญดูท้องทะเลสีมรกตกันอย่างมี​ความสุข

ผมหัน​ไปหาเจ้าสาว​ซึ่งยืนนิ่งอยู่​ริมหน้าต่าง สายตาเธอมองออก​ไปสู่ภายนอก​ที่มีแสงไฟของเมืองกรุงระยิบระยับอยู่​เบื้องล่าง เธอคง​จะเหนื่อยเหมือนกัน ผมเดินเข้า​ไปหาเธอ สวมกอดเธอไว้จากข้างหลัง ประจงจุมพิต​ที่ติ่งหูของเธอ เจ้าสาวของผมหมุนตัวกลับมาอยู่​ในอ้อมกอดของผม เธอมองผมด้วยแววตา​เป็นประกาย น่ารักเสียนี่กระไร !

ผมช้อนร่างเธอขึ้น​อุ้มเธอ​ไปยังเตียงนอน ค่อยวางเธอลงอย่างทนุถนอม ร่างของเธออ่อนระทวยอยู่​บน​ที่นอนขาวสะอาด ผมเอนกายลงข้างเธอโอบร่างของเธอไว้ แล้ว​ก็ให้จุมพิต​ที่สองแก่เธอ​ที่เปลือกตา ​และจุมพิต​ที่สาม​ที่ซอกคอ เธอสะท้านไหว​ไป​ทั้งตัว ผมหรี่ไฟ​ที่หัวนอน...​

​แต่แล้ว​ผมรู้สึกแปลกใจ​ที่จู่ๆ​ เธอก็เกิดดิ้นรน​จะออก​ไปจากอ้อมกอดของผม เธอคง​จะเขินอาย แล้ว​ก็ผลักไสผมอย่างรุนแรง ทำไมเล่าก็คืนนี้​เป็นวันสมรสของเรา เธอ​เป็นภรรยาผม​โดยนิตินัยแล้ว​นะ ​แม้​จะยังคง​ใช้นามสกุลของเธอเองต่อ​ไปตามกฎหมายใหม่ผมก็ไม่ว่า...​.

ผม​ได้ยินเสียงดังผัวะ​ที่บ้องหู ! ​และรู้สึกว่า​ตัวเองถูกถีบกระเด็นลง​ไปอยู่​ข้างเตียง มีเสียงดังแผดก้องลั่นห้อง

"โธ่ไอ้แก่ ! มึง​จะบ้าหรือไง ! แก่​จะตายกันอยู่​แล้ว​ยังมาทำลามกอีก กู​จะนอน พรุ่งนี้​ต้อง​ไปทำงาน​แต่เช้า​ วันไหนดู ที.วี. ดึกมึง​ต้องบ้าอย่างงี้ทุกที ไอ้บ้ากาม ! " ...​O

 

F a c t   C a r d
Article ID A-1117 Article's Rate 6 votes
ชื่อเรื่อง วิวาห์เหินฟ้า
ผู้แต่ง ชาร ทิคัมพร
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๖ สิงหาคม ๒๕๔๘
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๙๑๐ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๖ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๓๐
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-5494 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 06 ส.ค. 2548, 03.22 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : add [C-5495 ], [203.188.4.182]
เมื่อวันที่ : 06 ส.ค. 2548, 07.35 น.

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : Pum [C-5497 ], [203.155.120.60]
เมื่อวันที่ : 06 ส.ค. 2548, 14.29 น.

สนุกค่ะ​​และนึกแล้ว​เชียว...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : Poceille [C-5520 ], [202.57.175.134]
เมื่อวันที่ : 07 ส.ค. 2548, 16.00 น.

หักมุม​ได้เจ็บปวดมากคร้าบบบบบ

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๕ : Rotjana Geneva [C-5545 ], [212.152.12.248]
เมื่อวันที่ : 10 ส.ค. 2548, 14.56 น.

ขอมาแจม​กับพวก "นึกแล้ว​เชียว" ว่า​ต้องมีหักมุมอะไร​สักอย่าง
คิดพล็อต​ได้เยี่ยมมากค่ะ​ คุณชาร...​ผลงานของคุณอ่านแล้ว​ไม่ผิดหวังเสมอ
ด้วยมิตรไมตรี

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๖ : ตัวจริง [C-14076 ], [125.26.35.187]
เมื่อวันที่ : 19 พ.ค. 2551, 02.00 น.

หลงอ่านอยู่​ตั้งนาน

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น