นิตยสารรายสะดวก  Articles  ๐๒ สิงหาคม ๒๕๔๘
จากลูกของแม่คนนี้..
รันนรา
...แม่จ๋า...​​ นานมาแล้ว​​​​ที่ผมไม่​​ได้พูดคำนี้ ​​เป็นคำ​​ที่​​เมื่อพูด​​เมื่อไรก็รู้ทันทีว่ามันออกจากหัวใจ จากหัวใจของลูกคนหนึ่ง​​ ​​ที่รักแม่ไม่น้อยกว่าลูกทุกคนในโลกนี้...
แม่จ๋า...​
นานมาแล้ว​​ที่ผมไม่​ได้พูดคำนี้ ​เป็นคำ​ที่​เมื่อพูด​เมื่อไรก็รู้ทันทีว่ามันออกจากหัวใจ
จากหัวใจของลูกคนหนึ่ง​ ​ที่รักแม่ไม่น้อยกว่าลูกทุกคนในโลกนี้
ผมมีเรื่อง​​จะคุย​กับแม่เยอะแยะเลย​
...​...​...​...​.

ลูกชายคนนี้ของแม่ หลังจากเลิกตักตวง​เอาเลือดจากอกของแม่มา​เป็นอาหารเลี้ยงตัวเอง​ได้ไม่นาน ผมก็​ได้​ใช้หยาดเหงื่อแรงกายของแม่แลกมา​ซึ่งอาหารการกิน เครื่อง​แต่งกาย ​และการร่ำเรียน​ต่อมาอีกเนิ่นนาน

ผมยังจำ​ได้ ภาพการนั่งพับถุงกระดาษของแม่ ​ที่แม่ทำตั้งแต่เช้า​ยันดึกดื่น

แม่​ไปรับกระดาษมาจากโรงงานแห่งหนึ่ง​ ​โดยขึ้น​รถเมล์​ไปในตอนเช้า​ กลับมาในตอนเ​ที่ยง

ลูกหกในเจ็ดคนของแม่​ไปเรียนหนังสือ ลูกคน​ที่เจ็ด​คือผมนั้น​​จะ​ได้​ไป​กับแม่ด้วย แม่ไม่เคยทิ้งผม​เอาไว้ให้อยู่​คนเดียว

แม่​ใช้สองมือ​ที่หยาบกร้านนั้น​ หิ้วกระดาษหนาหนัก ​แม้ผม​จะเข้าช่วย ​แต่ก็ช่วยอะไร​​ได้ไม่มากนอกเสียจากทำให้เกะกะมากขึ้น​

​เมื่อกลับมาถึงบ้าน แม่แกะกระดาษออกมาเรียง​เป็นแถว ​ใช้แป้งเปียก​ที่ทำจากแป้งผสมน้ำร้อนทาบริเวณขอบกระดาษจนทั่วถึง

แล้ว​แม่ก็พับ แผ่นแล้ว​แผ่นเล่าผ่านมือแม่ออกมา ผม​ได้​แต่เพียงช่วยเรียงซ้อน ๆ​ กัน​เอาไว้ แล้ว​​เอาท่อนไม้ทับไม่ให้ปลิว​ไปตามแรงลม ลม​ซึ่งมาจากพัดลมเครื่องเล็ก ๆ​ ​ที่เวลา​จะให้มันหมุน​ต้อง​ใช้มือหมุนเสียก่อน

แม่ทำอยู่​อย่างนี้เรื่อยมา แม่บอกว่าเงินเดือน​ที่พ่อทำ​ได้ ไม่พอ​จะเลี้ยงลูก​ทั้งเจ็ดคน แม่​จะ​ต้องทำทุกอย่าง​เพื่อช่วยพ่อ

พ่อ​เป็นแค่เสมียนบริษัทเล็ก ๆ​ แห่งหนึ่ง​ เงินเดือนเท่าไหร่นั้น​ผมจำไม่​ได้ รู้​แต่ว่าไม่มากเท่าใดนัก ​แต่ก็​ได้เยอะกว่า​ที่แม่ทำ​ได้มาก

แม่พับถุงกระดาษ ขาย​ได้ร้อยละหกสลึง พันละสิบห้าบาท​

การพับถุงกระดาษหนึ่ง​พันใบ ​ต้องเสียเวลาทำไม่น้อยกว่าหนึ่ง​วัน

ผมยังจำ​ได้ ​เมื่อผมโตขึ้น​จนเข้าเรียนแล้ว​ ผม​ต้องรอให้แม่พับถุงใบ​ที่พันเสร็จ แล้ว​ยกถุงพันใบนั้น​​ไปแลก​เอาเงินมา ก่อน​จะ​เอาเงินนั้น​​ไป​ใช้​ที่โรงเรียน

ผมรู้ว่าแม่เหนื่อย ​แต่แม่ไม่เคยปริปากอะไร​ออกมา ควักสตางค์ให้ทุกครั้ง​ที่ผม​ต้องการ​ไปซื้อขนมหรือของเล่น

ไม่เฉพาะผมเท่านั้น​ ลูกทุกคน​เมื่อแบมือขอเงินแม่ แม่มัก​จะมีให้ แม่มัก​จะให้​โดยไม่พูดไม่บ่นสักคำ

...​...​...​.

ช่วงเรียนอยู่​ป.4 ผมเกเรียนอย่างมาก ​เนื่องจากเพิ่งเริ่มเรียนวิชาภาษาอังกฤษ ​ซึ่ง​เป็นวิชา​ที่ผมไม่ชอบ ​และครู​ที่สอนก็ดุมาก ​เป็นครู​ที่ไร้จิตวิทยาในการสอน​โดยสิ้นเชิง

ผมเคยถูกครูคนนี้ตีด้วยเสาอากาศ​ที่ทำจากแท่งพลาสติก ตีจนเลือดซิบออกมาจากรอยแนว​ที่เขียวคล้ำสิบรอย จากสาเหตุ​ที่ไม่​สามารถท่องศัพท์​ได้ให้ครบสิบคำในวันหนึ่ง​

แม่เห็นบาดแผล แม่กอดผมอย่างสงสารจับใจ ​แต่แม่ไม่โทษครู แม่บอกว่าครู​เขาอยาก​จะให้เรา​ได้ดี ครู​เขาถึงตีเรา

​แต่ผมไม่คิดอย่างนั้น​ ผมไม่ยอม​ไปโรงเรียนอีกต่อ​ไป

ผมบอกแม่ว่า ผม​จะอยู่​บ้านช่วยแม่พับถุงขาย ผม​จะพับให้​ได้เยอะ ๆ​ ​จะหาเงินให้​ได้เยอะ ๆ​

แม่หัวเราะ แล้ว​บอกผมว่า "ไม่​ได้"

แม่เรียนไม่สูงนัก แม่จึงไม่มีถ้อยคำดี ๆ​ มาสั่งสอนผม

ท่านบอกอย่างเดียวว่า "ลูกไม่เรียนไม่​ได้..ลูก​จะลำบากอย่างแม่​กับพ่อไม่​ได้.."

การลากจูงผม​ไปโรงเรียนจึง​ได้เกิดขึ้น​ในวันหนึ่ง​

ผมเดินร้องไห้ตลอดทาง ผวาเข้าเกาะต้นไม้ทุกต้น เสาไฟฟ้าทุกต้น ​แม้​แต่ต้นหญ้าหรือรั้วของบ้านทุกบ้าน​ที่เดินผ่าน แม่แกะมือผมออก ​ทั้งลาก​ทั้งจูง ​ทั้งพร่ำบ่น​ทั้งเหนื่อยหอบ

​แต่แม่ไม่เคยลงมือตีผมเลย​ ​และไม่เคยตีเลย​ตลอดชีวิตของผม

​เมื่อ​ไปถึงโรงเรียน แม่ขอเข้าพบครูคนนั้น​ ครูสอนวิชาภาษาอังกฤษ

แม่​ไปพูดอย่างไรไม่ทราบ คุณครูคนนั้น​ออกมาหาผม ​ที่ยืนรออยู่​หน้าโรงเรียน

"ครูรับปากว่า​จะไม่ตีเธออีกต่อ​ไปแล้ว​ ครูสัญญา.."

...​...​...​..

แม่ครับ​..​เมื่อผมโตขึ้น​​เป็นวัยรุ่น ตอนนั้น​ครอบครัวของเรามีฐานะดีขึ้น​บ้าง ​เพราะพี่ชายคนโต​และคนรอง ​สามารถหางานทำ​ได้ในขณะ​ที่เรียน​ไปด้วย

​แต่ทำไมแม่ถึงไม่หยุดพับถุง???

อาจ​จะ​เป็น​เพราะพ่อป่วยบ่อย ร่างกาย​ที่กรำงานหนัก​และดื่มหนักสูบหนัก ทำให้ไม่​สามารถต่อสู้​กับโรคต่าง ๆ​ ​ได้

พ่อทำงาน​ได้บ้างไม่​ได้บ้าง วันไหนขาดงานวันนั้น​ก็​จะถูกหักจากเงินเดือน

นั่นจึง​เป็นสาเหตุ​ที่ทำให้แม่​ต้องพับถุงขายต่อ​ไป
...​...​...​.

แม่​เป็นผู้หญิงร่างอ้วน..เวลาหัวเราะแม่​จะตาหยี..

สิ่งหนึ่ง​​ที่แม่เสพติด ​เป็นสิ่งเดียว​ที่ลูก ๆ​ ทุกคนมัก​จะจาม​เมื่อเข้าใกล้แม่

แม่ติดยานัตถุ์ ท่านั่งนัตถุ์ยาของแม่ก็​เป็นภาพ​ที่ติดตาของผมจนทุกวันนี้

แม่​จะเหยียดขาออก​ไป ​เอาขาหนึ่ง​​ไปซ้อน​กับอีกข้างหนึ่ง​ มือซ้ายแบ มือขวาถือหลอดเป่าบดยา​ไปมา ก่อน​จะใส่เข้าหลอดแล้ว​เป่าพรืด

ลูก ๆ​ ​ที่อยู่​ใกล้กระเจิงออก​ไปอย่างรวดเร็ว

แม่หัวเราะพุงกระ​เพื่อม..​ใช้ผ้าเช็ดหน้าสั่งน้ำมูกดังปื้ด

วันละสองสามครั้ง​ที่แม่ทำอย่างนี้ จนผ้าถุง​และเสื้อของแม่เหม็น​แต่ยานัตถุ์

​แต่แม่รู้ไหม ผมชอบนอนตักแม่​ที่สุดเลย​

ตักแม่​ที่มีผ้าถุงกลิ่นยานัตถุ์นี่แหละ​ ​เป็น​ความนุ่มนิ่ม​ที่ผมคุ้นเคย ​เป็นกลิ่น​ที่ผมจดจำ

...​...​...​

ลูกของแม่คนนี้เรียนไม่เก่ง ​แต่ก็พอ​เอาตัวรอด​ได้

ใกล้​จะจบก็​ได้งานทำ ​เป็นงาน​ที่ผมชอบทำมาก แม่มัก​เป็นห่วงผมเสมอ​ที่ผม​ต้องกลับบ้านดึก ๆ​ ดื่น ๆ​

ไม่ว่ากี่โมง​ที่ผมเข้าบ้าน แม่​จะลุกขึ้น​มาดูผม แล้ว​ถามว่ากินข้าวมาหรือยัง

ผมจำ​ได้ดีถึงวันแรก ​ที่ผมนำเงินมาให้แม่

​เป็นเงิน​ที่ผม​ได้จากการทำงานก้อนแรกในชีวิต จำนวนเก้าร้อยบาท​ถ้วน

ผมยื่นให้แม่เงียบ ๆ​ แม่รับ​ไปเงียบ ๆ​

ผม​ไปนั่งกินข้าว แม่นั่งดูโทรทัศน์

ผมเห็นแม่นั่งน้ำตาไหล ​ทั้ง ๆ​ ​ที่โทรทัศน์​กำลังเสนอข่าวจากทางราชการ

แม่หยิบเงินนั้น​ขึ้น​มามาดู บรรจงพับอย่างสุดหวง ค่อย ๆ​ สอดเข้ากระเป๋าเสื้อคอกระเช้า​ของแม่อย่างทะนุถนอม

ผมไม่ถามแม่ว่าแม่​เป็นอะไร​ ​เพราะผมเองก็​กำลังกินข้าวแกล้มน้ำตาอยู่​เหมือนกัน

​เป็นน้ำตาแห่ง​ความตื้นตัน ​เป็นน้ำตาแห่ง​ความภาคภูมิใจ

ผม​จะไม่ยอมให้แม่พับถุงขายอีกต่อ​ไปแล้ว​...​

...​...​...​

วันแม่นี้นะครับ​..ผม​จะ​ไปกราบแม่
ผม​จะ​ไปกอดแม่ หอมแก้มแม่ ​และนอนหนุนตักแม่
​แม้แม่​จะไม่​ได้นัตถุ์ยาแล้ว​ ​แม้แม่​จะมี​แต่หนังหุ้มกระดูกแล้ว​ ​แม้แม่​จะลุกนั่งเดินเหินไม่​ได้แล้ว​
​และ​แม้แม่​จะมองอะไร​ไม่เห็นแล้ว​
​แต่ผมเชื่อว่าอ้อมกอดของแม่นั้น​ ​จะอบอุ่นมิรู้วาย
​และคำว่า "ลูกต่อ มาหาแม่หรือลูก...​" นั้น​
​จะเรียกขวัญ​และ​กำลังใจสำหรับการดำเนินชีวิตของผมให้กลับมาอีกครั้ง
เหมือน​กับทุกครั้ง​ที่ผมเคย​ได้รับจากแม่เสมอมา
แม่จ๋า...​ผมรักแม่ครับ​...​

...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​

ผมอ่านเรื่อง​นี้​พร้อมน้ำตา
เรื่อง​นี้ผมเขียนไว้หลายปีแล้ว​
ทุกวันนี้ ผมมีงาน มีชีวิต​ที่ดี มีหลักฐาน​ที่ดี
​แต่ผมไม่มีแม่
แม่จากผม​ไปแล้ว​..
แม่จ๋า..ผมคิดถึงแม่ครับ​..

 

F a c t   C a r d
Article ID A-1110 Article's Rate 16 votes
ชื่อเรื่อง จากลูกของแม่คนนี้..
ผู้แต่ง รันนรา
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๒ สิงหาคม ๒๕๔๘
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ สัพเพเหระ
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๑๐๘๐ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑๐ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๗๒
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-5459 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 02 ส.ค. 2548, 12.41 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : Pum [C-5460 ], [203.155.120.56]
เมื่อวันที่ : 02 ส.ค. 2548, 13.33 น.

คาลิล ยิบรานกล่าวไว้ว่า
​ความรักไม่รู้​ความล้ำลึกของตนเอง จนกว่า​จะถึงชั่วโมงของการจากพราก

ขอบคุณ​ที่เขียน​ความรู้สึกงดงามนี้ให้อ่านค่ะ​ ​และก็เชื่อว่า​ความรัก​ที่แม่มีต่อลูกหรือลูกมีต่อแม่นั้น​ ย่อมมีตราบลมหายใจสุดท้ายของคนผู้นั้น​...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : คนไกลบ้าน [C-5470 ], [211.76.97.246]
เมื่อวันที่ : 03 ส.ค. 2548, 08.06 น.

วันแม่ปีนี้คง​ต้องกลับ​ไปหาแม่แล้ว​ อ่านแล้ว​คิดถึงแม่เลย​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : mook [C-5477 ], [203.155.238.44]
เมื่อวันที่ : 03 ส.ค. 2548, 12.17 น.

ยกให้​เป็นเรื่อง​ในดวงใจค่ะ​

อ่านกี่ครั้งก็รู้สึกดีเสมอ

-d-d-d-d-d-d-
-d-d-d-
d

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๕ : Poceille [C-5510 ], [202.57.175.134]
เมื่อวันที่ : 07 ส.ค. 2548, 15.24 น.

​เป็น​ความรัก​ที่บริสุทธิ์​และงดงามค่ะ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๖ : blackapple [C-7505 ], [203.153.137.152]
เมื่อวันที่ : 01 พ.ค. 2549, 07.44 น.

อ่านแล้ว​ ทำให้เรารักแม่มากขึ้น​อีกหลายร้อยเท่าเลย​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๗ : SANE [C-7546 ], [210.18.213.246]
เมื่อวันที่ : 04 พ.ค. 2549, 13.13 น.

อ่านแล้ว​ทำให้ผมนึกถึงพวงดอกมะลิ​ที่แม่มัก​จะร้อยมาแซมมวยผม​เมื่อตอน​ที่ผม​เป็นเด็กครับ​ สิ่งหนึ่ง​​ที่ผมตั้งใจแน่วแน่​คือ ​จะไม่รอเคาะโลงเรียกแม่มาทานข้าว ขอบคุณคุณรันนรา​ที่ถ่ายทอดสิ่งดี ๆ​ สู่กันนะครับ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๘ : เด็กบ้านนอก [C-8123 ], [203.144.252.236]
เมื่อวันที่ : 21 มิ.ย. 2549, 07.47 น.

อ่านแล้ว​ ทำให้นึกถึงแม่มากขึ้น​ ทำให้รู้ว่าแม่รักเราขนาดไหน อ่านแล้ว​น้ำตาไหลเลย​ ขอ​เป็น​กำลังใจให้นะครับ​ พวกเราชาวนกน้อย ​จะ​ได้มีเรื่อง​ดีๆ​​ที่น่าอ่านกันเยอะๆ​ ​เป็น​กำลังใจนะครับ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๙ : บังยุบ [C-17579 ], [113.53.239.26]
เมื่อวันที่ : 23 ก.ย. 2553, 15.25 น.

พวกคุณเคย​ไปกินผัดไท​ที่วัดท่าการ้องมาหรือยัง ​ถ้ายังให้ลอง​ไปชิมอาร่อยมากๆ​เลย​นะ​จะบอกให้ อยากให้ลอง​ไปชิม

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๑๐ : ทิดอินทร์ [C-17747 ], [124.122.67.92]
เมื่อวันที่ : 18 ต.ค. 2553, 18.20 น.

ไม่ผิดหวังเลย​ครับ​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น