นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๒๐ เมษายน ๒๕๔๖
โ ส ม ต ร า ก ร ะ ต่ า ย
SONG-982
...จริงสิฉันก็ยังคง เหลือสิ่ง​​ที่อัปลักษณ์​​ที่สุดอยู่​​อีก ไม่ใช่ต่อมลูกหมาก​​ที่คุณหมอไม่ยอมผ่าออก​​และก็ไม่ใช่กระเืดือกแหลมๆ​​ ​​ที่มัก​​ใช้ผ้าพันคอปกปิดมัน​​เอาไว้ ​​ใคร​​จะรู้บ้างว่า​​ความอัปยศอดสูใจ อันไม่น่า​​จะเกิด​​กับสาวงามอย่างฉัน กลับมัก​​จะเกิดขึ้น​​เสมอๆ​​...
ฉันจำ​ได้ว่าคืนนั้น​ฉัน​กำลังโก่งคอ "หยั่งราก" ลงรางของรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ณ สถานีศาลาแดง ตอนตีสอง ผับบาร์สารพัด เพิ่งโดนเหล่าผู้พิทักษ์สันติราษฏร์ บังคับขืนใจ ให้ปิดตัวลงก่อนเวลาอันเคย

สาวสะคราญ​ที่เกือบ​จะคลาน ​คือฉันในขณะนั้น​ ไม่มีทางเปิดโอกาสให้​ใครหน้าไหน ​ได้ยลโฉมยามอาจวน (เห็นไหม...​กระทั่งเอ่ยคำ อาเจียน ฉันยังไม่กล้า) จึง​ต้องตะเกียกตะกาย ขึ้น​บันไดเลื่อน​ที่เลื่อนเฉพาะเวลาทำการ...​ ถลกกระโปรงแล้ว​ยกขา (ยกจริงๆ​ นะคะ​ ดิฉัน​ต้อง​ใช้มือของดิฉัน ยกขาตัวเองจริงๆ​) ข้ามเครื่องกีดขวางเล็กน้อย แล้ว​ก็ย่องเงียบ​เป็นแมวเซ ผ่านหน้าผู้​ที่​กำลังทำหน้า​ที่หลับยามอย่างขยันขันแข็ง จนกระทั่ง​ได้เหนี่ยวราวบันไดชุดสุดท้าย ขึ้น​​ไปถึงชานชาลาอันอยู่​ชั้นบนสุด

ฉันกระโดด 1 ครั้ง ค้อมแล้ว​คลาน มาจนถึงเขตแดนต่างพิภพ ​ที่ในยามปกติ ​จะมี​ทั้งกล้องวงจรปิด ​และหน่วยรักษา​ความปลอดภัย คอยประกาศเตือน บางทีก็ถึง​กับไล่ ให้ถอยออกมาให้ห่างเส้นเหลืองๆ​ นี่ ​แต่คืนนั้น​ ฉันไม่​ได้​แต่แค่ยืนล้ำเส้นเท่านั้น​ ​เพราะฉันถึง​กับคลานสี่ขา คิดรวม​เป็นสองเท่า ของอวัยวะปกติ​ที่คน (ปกติ) อื่นๆ​ ​ที่อยาก​จะฟังเสียง ติ๊ง...​ติง...​ต่อง เตือนภัยหรือเสียงปรี๊ดๆ​ๆ​ๆ​ๆ​ ของนกหวีด ​พร้อม​กับเสียงตะโกนขับไล่ไสส่ง จาก ฯพณฯท่าน ผู้รักษา​ความปลอดภัย

​ที่จริงฉันตั้งใจ ​จะอยู่​ในท่าคลานอันสงบให้นานกว่านั้น​ ​แต่้ด้วยปฏิกิริยาภายใน อันประหลาดล้ำ ฉันรู้สึกเหมือนตัวเอง มีรากงอกออกมาจาก​ส่วน​ที่ลึก​ที่สุด ของระบบย่อยอาหาร ​และมันก็​กำลังเคลื่อนออกมาตามลำคอ ฉันสุด​จะทนรั้งมันไว้​ได้ ​ต้องอ้าปาก ปล่อยให้มันงอกออกมาอย่างหมดไส้หมดพุง ราดรดลง​ไปยังรางเหล็กเขรอะสนิม ​จะมีกระฉอกกระเซ็นกระสาย ​ไปตามพื้นปูหินขัดอย่างดีบ้าง ก็ตอน​ที่ฉันทรมานสุด​จะทน จน​ต้องสะบัดหน้า เหลียวซ้ายแลขวาหา​เพื่อนกิน ​ที่อาจ​จะตามฉัน มา​เป็น​เพื่อนคายสักคนครึ่งคน

คลิกดูภาพขยาย
แล้ว​ในม่านน้ำตา อันพร่างพราวของฉัน เงาร่างของ​ใครคนหนึ่ง​ ก็ปรากฎกขึ้น​ เส้นผมของร่างนั้น​ ​กำลังสะบัดพลิ้วทำปฏิกิริยา ​กับแรงโน้มถ่วงอย่างประหลาด ​แต่

"เอ๊ะ!!! มันไม่มีลมเลย​นี่นา" ฉันเริ่มไม่แน่ใจในสภาพทรงผม รวมถึงกระโปรงสั้นกุด...​เพศเมีย ฉันแน่ใจว่า สิ่งมีชีวิต​ที่ยืนอยู่​ตรงหน้าฉันนี้ ​ต้อง​เป็นเพศเมียแน่นอน ไม่ว่าหล่อน​จะ​เป็นผู้หญิงหรือนังกระเทย

ผมทรงยุ่งๆ​ นั่นทำให้ฉัน​ต้องพิศดูให้แน่ใจ ​และไม่รู้ว่าอาการคลื่นเหียนหาย​ไปไหน อาจ​เป็นธรรมชาติ ของคนประเภทฉัน ​ที่ถือว่าเรื่อง​ของชาวบ้าน ​คืองานของเราเสมอๆ​ หาก​เป็น​เพื่อนสาว ก็อาจ​จะขอ​ความช่วยเหลือกัน​ได้ ​แต่หาก​เป็นชะนี...​เอ๊ย...​กุลสตรี ก็อาจ​จะมีการประคารมกันเล็กน้อย ​เพราะไอ้​ที่ฉันเมา จนรากงอกออกมานี่ ก็​เพราะนังกุนสัตว์ตรีนี่แหละ​​เป็นตัวการสำคัญ

ด้วยสายตาพร่ามึน ฉันกระเถิบเข้า​ไปถึงระยะประชิด สมอง​ที่สติเตรียมจาก​ไปทุกขณะ สั่งงานให้สายตา เขม้นจ้อง​ไปยังโครงร่างอย่างยากเย็น ผู้หญิง ผู้หญิงชัดๆ​ ​ความชำนาญในการแยก ​และระบุเพศยังทำงาน​ได้ดีเยี่ยม แน่นอนในยามปกติ แค่​ได้กลิ่น ฉันก็​สามารถแยก​ได้ว่าผู้ชายคนนั้น​ ชอบผู้หญิงหรือผู้ชาย ชอบ​เป็นหญิงหรือ​เป็นชาย????

จากบูทดำยาวครึ่งแข้ง ต่อด้วยถุงน่องตาข่าย ขึ้น​มาถึงกระโปรงหนังงูเขียวรมควัน (​คือมีช่วงกว้างของหนังสั้นมากๆ​) ครึ่งล่างหล่อน​ได้เต็มสิบ ฉันไล่สายตาขึ้น​​ไปอีก จากเอวคอดถึงผ้าแถบสีแดงแปร๊ด​ทั้งถัน​และฐาน ลาดไหล่ไหปลาร้า งามสุดปัญญา​จะหา​ที่ติ ​ได้​ไปอีกเต็มสิบ ถึงขั้นนั้น​ วิญญาณเจ้าแม่แห่งวงการประกวดนางงาม สารพัดเวทีตั้งแต่นางงานหอยใหญ่ไข่แดง จนถึงธิดากระหรี่ปั๊บของฉัน ก็เริ่มดิ้นเร่าๆ​ อยู่​ภายใน พยายามพยุงการทรงตัว ให้​ได้ศูนย์ถ่วง แล้ว​เพ่งพินิจพิเคราะห์ ​ไปยัง​ส่วนสุดท้าย...​ โครงกระโหลก

อนิจจา...​อนิจจัง...​ยังจำไม่เคยลืมเลือน คอยเตือนตัวเอง​เอาไว้ ฉันเผลออุทาน เพลงฮิตติดอันดับสูงสุดตลอดปี​ที่ผ่านมา โถ โถ โถ น้องลำไยกระโหลกเบี้ยวของคุณพี่ขา ทำไมหนอ สวรรค์ถึง​ได้กลั่นแกล้ง จับ​เอารูปหน้า อันเหมือนเข่งปลาทู​ที่ถูกเวียน​ใช้งานซ้ำแล้ว​ซ้ำเล่า จนทำให้ไอ้ช่วง​ที่มันควร​จะห่างกลับถี่ ไอ้​ที่ควร​จะถี่กลับห่าง ​และบุบเบี้ยวขนาดนั้น​ มาประดับไว้บนรูปทรง ​ที่งาม​พร้อมสมบูรณ์ของร่างนี้ ทำไมหนอหุ่นงามอย่างนี้ ถึงไม่มีศรีษะอย่างพี่ ประดับอยู่​ให้เด่น​เป็นสง่า อยู่​บนคอเรียวงามระหงนั้น​

"เอ่อ..คะ​...​คะ​...​คุณน้อง...​คุณน้องขา" ฉันเอ่ยขึ้น​ ด้วยเสียง​ที่แหบพร่าจากพิษสุรา ​แต่เธอยังนิ่งไม่เคลื่อนไหว จนฉันอดไม่​ได้ ​ที่​จะยื่นมือ เข้า​ไปสัมผัสท่อนแขนหล่อนเบาๆ​

"มารอรถหรือคะ" ฉันถามออก​ไป อย่างไม่รู้ว่า​เพราะเมา หรือ​เพราะโง่กันแน่ นี่มันท่าเหมือนปิศาจ ​กำลัง​จะฆ่าตัวตายซ้ำสามชัดชัด...​ ​แต่ก็​ได้ผล เธอพยักหน้าช้าๆ​ ให้​กับรางรถไฟ

"อีกนานมั้งคะ​...​ ​คือคุณพี่จำ​ได้ว่า...​ คุณพี่เนี่ย..คลาน...​เอ๊ย...​.ขึ้น​มา ตอนตีสองกว่าๆ​ ​แต่รถเ​ที่ยวแรก คง​จะมาสักตีห้าตีห้าครึ่งน่ะค่ะ" ฉันแสดงภูมิรู้ ​เพราะ​ใช้บริการ รถสายสีลมนี้​เป็นประจำ บางครั้งกลับเ​ที่ยวสุดท้ายตอนเ​ที่ยงคืน ​แต่ก็หลายคราว ​ที่กลับเ​ที่ยวเช้า​ ​โดย​ได้อาศัยตามโรงแรงจิ้งหรีดแถวๆ​ นี้​เพื่อการนอนรอรถเ​ที่ยวแรก

"คุณน้อง​จะรอค่ะ​คุณพี่" เออแน่ะ เธอเล่นด้วย มีไม่มากคนนักหรอก​ที่ผู้หญิงแท้ๆ​ อย่างหล่อน ​จะมาวิสาสะคุณน้องคุณพี่​กับพวกฉัน

"คุณพี่สวยจังเลย​นะคะ" ฉันยังรู้สึก ถึงการถอนสะอื้นในน้ำเสียง คุณน้องเพิ่งหันมาสบตาตรงๆ​ ​เป็นครั้งแรก จนฉัน​ต้อง​เป็นฝ่ายเบือนหน้าหนี ​เมื่อเครื่องสำอางค์อย่างเลว ​ที่​แต่งอย่างเลวบนใบหน้าแบบเดียวกัน ทำให้ฉัน แทบ​จะกลั้นการหยั่งรากลงราง​เอาไว้ไม่อยู่​ โถแม่คุณทูนหัว ชะนีน้อยๆ​ ผู้อาภัพ แล้ว​นี่อะไร​ ​แต่งตัวอย่าง​กับ ผู้หญิงเต็นโชว์ในซอยพัฒน์พงษ์ ​จะ​เป็น​ไป​ได้หละหรือ นอกจากคุณเธอ ​จะ​ใช้ถุงปุ๋ยครอบหัว​เอาไว้

ไม่รู้ด้วยซ้ำว่า สายตารังเกียจแกมขยะแขยง ​ที่ส่งออก​ไป​จะรุนแรง จนออกนอกหน้า จนคุณน้องเธอรู้สึก​ได้

"ขนาดคุณพี่...​ขนาดพี่..ขนาดกระเทย.. ขนาดอีกระเทย ยังสวยซะกว่า...​โฮโฮ.." หล่อนระเบิดเสียงร่ำไห้โหยหวน ​พร้อมสายตา มองมา​ที่ฉันอย่างรังเกียจ ชิงชัง​และสิ้นหวัง แล้ว​โถมตัวลง​กับพื้น ​โดยไม่เกรงว่าแข้งขา​จะชอกช้ำ แถมยังเกลือกกลิ้ง​ไปมา จนฉัน​ต้องถลาเข้า​ไป รั้งเธอ​เอาไว ้ก่อน​จะตกลง​ไปในรางรถไฟฟ้า

ฉันฟาดฝ่ามือนางพญามารปราบบุรุษหลายใจหนักๆ​ ลง​ไปติดๆ​ กันสามฝ่ามือ จนหน้า​ที่เต็ม​ไปด้วยไฝฝ้าราคี บวมแดงขึ้น​มาทันตา ​และ​ได้ผล คุณน้องหุ่นระดับนางสาวไทยยังอาย ยกมือขึ้น​กุมสองแก้ม เสียงสะอึกสะอื้น ขาดห้วง​ไปในทันที ​และจ้อมเขม็งมา​ที่ฉัน มีคำถามมากมาย​ในสายตางุนงงคู่นั้น​

"​คือขอโทษค่ะ​..พี่ระงับอารมณ์ไม่อยู่​...​ นานแล้ว​​ที่ไม่มี​ใคร กล้าเรียกพี่ว่าอีกระเทย...​ ​คือพี่..​ไปเฉาะมาแล้ว​นะคะ​...​ พี่​เป็นผู้หญิงหมด​ทั้งตัวแล้ว​...​ แล้ว​อยู่​ๆ​..คุณน้อง มาเรียกพี่อย่างนั้น​...​ มัน...​ มันทนไม่​ได้" ฉันละล่ำละลักอธิบาย ขณะ​ที่แวบหนึ่ง​ ของ​ความคิดจุดประกายขึ้น​

จริงสิฉันก็ยังคง เหลือสิ่ง​ที่อัปลักษณ์​ที่สุดอยู่​อีก ไม่ใช่ต่อมลูกหมาก ​ที่คุณหมอไม่ยอมผ่าออก ​และก็ไม่ใช่กระเดือกแหลมๆ​ ​ที่ฉันมัก​ใช้ผ้าพันคอ หรือสวมเสื้อคอเต่า ​เพื่อปกปิดรูปรอย ​ใคร​จะรู้บ้างว่า​ความอัปยศอดสูใจ อันไม่น่า​จะเกิดขึ้น​ ​กับสาวงามอย่างฉัน มัก​จะเกิดขึ้น​เสมอ ​เมื่อ​ไปติดต่อสถาน​ที่ราชการ ทุกครั้งทุกคน มองฉัน อย่างพิินิจพิจารณาสัตว์ประหลาดต่างดาว ​กับแค่มีคำนำหน้านามว่า นาย...​.

ฉันนึกอยาก​จะกระโดด พุ่งหลาวลง​ไปยังถนนเบื้องล่าง หากพอขยับตัวมือเล็กคู่นั้น​ ก็ฉุดรั้งฉันไว้

"ขอบคุณคุณพี่ค่ะ" ...​.

ต๊ายคนอะไร​ โดนตบแล้ว​ยังมีหน้ามาขอบคงขอบคุณ ฉันรู้สึกหมันไส้ ​แต่ขณะ​ที่สูดลมหายใจเข้า ​เพื่อเตรียม​จะแผดด่าอย่างเต็มเสียง เต็มฝีปาก สำหรับคน​ที่กล้า​จะสะกิดปมด้อย

"ขอบคุณค่ะ​​ที่เตือนให้หนู​ได้รู้ว่า ใบหน้า​ที่อัปลักษณ์สุุดสุดของหนูนี่ ก็ยังรู้เจ็บรู้ปวดเหมือน​กับคนอื่นๆ​" คุณน้องพูดอย่างเข้าใจอะไร​ดีขึ้น​ ​และทำท่า​จะเข้ามา ​เป็นฝ่ายปลอบใจฉันเสียเอง

"ยังไงหนูก็ยัง​เป็นผู้หญิงกว่าพี่...​" เอ๊ะอีนังนี่!! ฉันเดือดปุดปุด ขึ้น​มาอีก

"หนูหมาย​ความว่า หนูไม่น่าคิดสั้นๆ​ ขนาดพี่ ยังทำให้สวย​ได้ขนาดนี้ ของหนูแค่ยกเครื่องหน้าอย่างเดียว คงไม่ลำบากอย่างพี่ ขอบคุณพี่มากค่ะ​ ​ที่เตือนสติหนูตรงๆ​ ขนาดนั้น​" คุณน้องยกมือ ขึ้น​​ไปคลำแก้มของตน บางสิ่งกระจ่างขึ้น​ ​ทั้งในใจหล่อน​และใจฉัน

"คุณน้องลองเงยหน้า มองขึ้น​​ไปบนโน้นสิคะ​ น้องคิดว่า ​ถ้ามันไม่มีปล่องภูเขาไฟ หรือร่องรอยอุกาบาตแล้ว​ ยัง​จะมีผู้คนมากมาย​ ยืนจ้องมองหากระต่ายบนดวงจันทร์ไหมคะ​ ​ถ้า​พระจันทร์มันนวลเนียนจนจืดชืด น้องว่า​จะมีสักกี่คน ​ที่แหงนหน้าขึ้น​มองมันอย่างสนอกสนใจ" ​ทั้งฉัน​และคุณน้อง ต่างเพ่งสายตา​ไปยังรอยกะดำกะด่าง ของจันทร์เพ็ญ

"น้องเหมือน​กับพี่ ตรงมีอะไร​บางอย่าง ดึงดูดให้คนเหลียวมอง" ฉันรู้สึกโก้ขึ้น​มานิดหน่อย​

"ก็แค่แวบเดียวแล้ว​​เขาก็เบือนหน้าหนี" คุณน้องยังแย้ง

"ก็ยังดีกว่าผู้่คนนับร้อยนับพัน ​ที่ไม่มีจุดเด่นอะไร​ ให้​ใครสนใจไม่ใช่หรือ" ฉันยั้งประโยคไว้เพียงแค่นั้น​ ​แต่ในใจยังรำพึงรำพันต่อ​ไป "จริงหรือ มีคนมองดีกว่าจริงหรือ มองอย่างประณามหยามเหยียด ดีกว่าไม่มองจริงหรือ ทน​ได้หรือ​กับการไม่มี​ใครเหลียว​และ ​จะทน​ไปตลอดชีวิตหรือ ​ที่​จะมี​แต่คนมองด้วยสายตา เยาะเย้ยถากถาง"

"พี่คะ​...​หนูกลับก่อนนะคะ​...​ ราตรีสวัสดิ์ค่ะ" คุณน้องกล่าวลาฉัน ด้วยประกายตา ​ที่เหมือนเพชรน้ำงาม ​ที่ส่่องแสงสุกใสอยู่​ในกองมูล

ใช่สิหาก​ใครสักคนตาถึง เธอก็​จะงาม​พร้อม ​ทั้งรูปร่างหน้าตา ​แต่ฉัน แล้ว​ฉันเล่า นายสมควร หนองฮี ราษฎรชายเต็มขั้น ตามบัตรประจำตัวประชาชน

ฉัน​จะภูมิใจดีไหมหนอ ​ที่​ได้​เป็น​ส่วนก้นของกระต่ายบนดวงจันทร์ ​ที่​ใครๆ​ ก็พยายามเพ่งมอง

 

F a c t   C a r d
Article ID A-109 Article's Rate 26 votes
ชื่อเรื่อง โ ส ม ต ร า ก ร ะ ต่ า ย
ผู้แต่ง SONG-982
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๐ เมษายน ๒๕๔๖
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๑๒๑๙ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๒๖
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : นกกระจาบ [C-276 ], [203.151.8.41]
เมื่อวันที่ : 21 เม.ย. 2546, 00.15 น.

​เป็นเรื่อง​สั้น​ที่ดีมากเรื่อง​หนึ่ง​​ที่เคยอ่าน สำนวนฉวัดเฉวียน ฉูดฉาด เห็นสีสันของชีวิตชนิดพิเศษ ของมนุษย์ผู้พยายามเอื้อมมือ​ไปคว้าดาว อ่านแล้ว​ขำ ​แต่เจือ​ความเศร้าแทงลึก

ไม่มีข้อให้ติ ​เพราะ​ทั้งหมด​ที่​ได้อ่าน ​คือ​พอดีแล้ว​สำหรับเรื่อง​สั้นหนึ่ง​เรื่อง​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น