นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๐๙ กรกฏาคม ๒๕๔๘
หนูสิงห์ ภาค2/5
รันนรา
...ย้อนหลังกลับ​​ไป​​เมื่อชาติ​​ที่แล้ว​​ ผมยังจำ​​ได้ดีถึงเสียงรถไฟ​​ทั้งขบวน วิ่งฉึกฉักผ่านตัวผม​​ไปแค่คืบ เราสองคน..ยืนกุมมือกัน..หันหน้ารับสายลม​​ที่หอบพัดมา...​​....
ย้อนหลังกลับ​ไป​เมื่อชาติ​ที่แล้ว​
ผมยังจำ​ได้ดีถึงเสียงรถไฟ​ทั้งขบวน วิ่งฉึกฉักผ่านตัวผม​ไปแค่คืบ
เราสองคน..ยืนกุมมือกัน..หันหน้ารับสายลม​ที่หอบพัดมา​พร้อม​กับขบวนรถไฟนั้น​
​และพากันมองตามตัวหนอนเหล็กตัวนั้น​วิ่งเข้าโค้งอ้อมภูเขา​ไปจนลับสายตา
เผยให้เห็นรางรถไฟสายมรณะเหนือลำน้ำแควตระหง่านขวางสายน้ำ​และสายลม
แล้ว​เราก็หันมามองตากัน ยิ้มให้กันอย่างชื่นสุข
"ตื่นเต้นดีจังเลย​.." เธอในชุดนักเรียน..กระโปรงสีน้ำเงินเสื้อคอปก..ลำคอขาวผ่อง รับใบหน้าสวยซึ้ง ส่งเสียงออกมา
"นั่นสิ.." ผมพูด​ได้แค่นั้น​..ตะลึงจ้อง​ความงามนั้น​อย่างไม่รู้เบื่อ
"มองไร?" เสียงเธอเง้างอด
"มองไม่​ได้หรือ?"
"ก็มีอะไร​ตั้งหลายอย่างให้มองทำไมไม่มอง มองหน้าเค้าอยู่​​ได้.."
ปากเล็ก ๆ​ ​ที่เชิดขึ้น​นั้น​น่ารัก​เป็น​ที่สุด
"ให้พี่มองเถิด..อีกไม่นานก็​จะไม่​ได้มองนาน ๆ​ อย่างงี้อีกแล้ว​.."
เสียงออดอ้อนนี้..ดังขึ้น​มาจากเด็กหนุ่มรูปหล่อ ในชุดนักเรียนมัธยมปลาย​ที่ใกล้​จะจบการศึกษาอยู่​รอมร่อ
"พี่ติ๊กก็อย่า​ไปเรียนต่อ​ที่อื่นสิ..มหาฯลัย​ที่บ้านเราก็มี.."
"งั้นพี่ไม่​ไป.."
เธอหัวเราะ..
"ฝ้ายพูดเล่นหรอก..พี่ติ๊ก​ไปเรียนในสิ่ง​ที่พี่อยากเรียนเถอะ..ฝ้ายกว่า​จะจบก็อีกตั้งสามปี..ดีไม่ดีฝ้ายอาจ​จะ​ไปเอ็นท์​ที่มหาฯลัยเดียว​กับพี่ติ๊กก็​ได้นะ.."
"พี่ไม่​ไปแล้ว​..พี่ไม่อยากจากฝ้าย​ไป.."
"แน้..ทำ​เป็นเด็ก​ไป​ได้..อุตส่าห์ตั้งใจอ่านหนังสือมาตั้งนาน อยู่​ ๆ​ ​จะมาล้ม​ความตั้งใจง่าย ๆ​ ​ได้อย่างไง"
"ก็พี่รักฝ้าย.."
"ฝ้ายรู้..ฝ้ายก็รักพี่..​แต่พี่อย่า​เอา​ความรักของเรามา​เป็นอุปสรรคต่อ​ความก้าวหน้าในอนาคตของเราสิคะ​.."
เราเดินกุมมือคุยกัน​ไปเรื่อย ๆ​ ใน​ที่สุดก็มาหยุดอยู่​ริมแม่น้ำ..​พระอาทิตย์ยามเย็นลับเหลี่ยม​เขา​ไปแล้ว​..สายลมกรูเกรียว​ต้องใบไม้ริมฝั่งสั่นไหว​ไปมา..
"พี่อยาก​จะขอสัญญาจากฝ้าย..ฝ้าย​จะให้พี่​ได้ไหม?"
"สัญญาว่าไงคะ​?"
"ฝ้าย​จะรอจนกว่าพี่​จะเรียนจบ"
เธอนิ่งคิด..ใบหน้าด้านข้างของเธอนั้น​หวานปานรูปปั้น ลมโชยพัดผมยาวของเธอปลิวไสว..กลิ่นหอมอ่อน ๆ​ ของยาสระผม​ที่เธอ​ใช้โชยเข้าจมูกผม..หอมชื่นใจดีเหลือเกิน หอมชนิด​ที่ผม​จะจำ​ได้ข้ามชาติเลย​ทีเดียว
"ฝ้ายอยาก​จะสัญญา...​​แต่​ใคร​จะรู้ว่าในอนาคต​จะเกิดอะไร​ขึ้น​"
"ไม่ว่า​จะเกิดอะไร​ขึ้น​..พี่ก็​จะรักฝ้าย..พี่แน่ใจ"
"ฝ้ายก็แน่ใจ..ว่าฝ้ายก็​จะรักพี่..​แต่ว่า..พี่ติ๊ก​ต้องคิดให้ดีนะคะ​..การ​ที่พี่​จะให้ฝ้ายรอพี่..แล้ว​​ถ้าพี่กลับ​ไปมีผู้หญิงคนอื่น..ฝ้ายก็​จะเสียใจ​และเสียเวลา​ไปเปล่า ๆ​"
"พี่​จะไม่ทำอย่างนั้น​..พี่สาบานต่อแม่น้ำแควสายนี้ก็​ได้..ว่าพี่​จะรัก​และ​จะกลับมา​แต่งงาน​กับฝ้ายให้​ได้.."
เธอมองหน้าผม..ดวงตาของเธอสวยซึ้งจนผมไม่รู้​จะบรรยายอย่างไรถูก
"​ถ้าพี่ทำไม่​ได้..ขอให้พี่ตาย.."
เธอยกมือขึ้น​ปิดปากผมเสียก่อน​ที่ผม​จะสาบานจบ
"อย่าค่ะ​..ฝ้ายเชื่อแล้ว​ค่ะ​.."
"งั้นฝ้ายก็สัญญา​กับพี่​ได้แล้ว​สิ.."
เธอหลบสายตาของผม..เฉ​ไปมองสายน้ำ แก้มใสขาวนั้น​ปรากฏริ้วแดงของ​ความเขินอายให้ผมเห็น​ได้อย่างชัดเจน
"ค่ะ​..ฝ้ายสัญญา"
​ความสุขของเด็กวัยรุ่นหนุ่มสาว..​จะมีอะไร​เล่า​ถ้าไม่ใช่เรื่อง​​ความรัก
เธออิงศีรษะบนไหล่ของผม..มือนุ่มนิ่มนั้น​ถูกผมจับไว้อย่างไม่ยอมปล่อย..​แม้กระทั่งตอนนี้ผมก็ยังจำรสสัมผัสนั้น​​ได้​เป็นอย่างดี

...​..

ให้ตายสิ..หญิงสาวคนนี้​เป็นฝ้ายจริง ๆ​ !!
ไม่น่าเชื่อว่า..ผม​จะ​ได้มีโอกาสกลับมาเจอเธออีกครั้ง หลังจากหมดสิ้น​ความหวัง​ไปแล้ว​​ทั้งชีวิต
"แอ๊ะ.."
เธอยิ้ม..คงสัยสัยว่าผม​เป็นอะไร​​ไปหรือเปล่า..เห็นผมจ้อง​เอา ๆ​ อยู่​อย่างนั้น​
"เก่งจังหนู..ไม่ร้องเลย​สักแอะ..ทนอีกหน่อย​นะ เดี๋ยวน้า​จะพาหนูออก​ไปเอง.."
"แอ๊ะ.."
ผม​จะทำอะไร​​ได้นอก​ไปจากส่งเสียงออกมาแค่นั้น​..​ความรู้สึกเต็มตื้นทำให้ผมอยาก​จะร้องไห้ออกมาเดี๋ยวนั้น​
กี่ปีกันนะ..​ที่ผมไม่​ได้พบเธอ..?
เธอยังสวย..กลิ่นผมของเธอยังหอม..เสียงของเธอยังหวาน ​ที่สำคัญ..มือของเธอยังนุ่มนิ่ม
ผู้หญิงคน​ที่ผมรัก..​ที่ผมโหยหามานาน..บัดนี้..เธอมาอยู่​ตรงนี้แล้ว​
ผมเริ่มเบ้ปาก..
​และเธอก็​กำลังกอดผมอยู่​แล้ว​..
"แง๊...​"
ผมร้องไห้ออกมาอยากสุดฝืน..
++++


เหตุการณ์ต่อจากนั้น​จึงค่อนข้าง​จะเลอะเลือนอยู่​สักหน่อย​
ขณะ​ที่ผมแหกปากร้องอยู่​นั้น​เธอก็กระโจนวูบหลบรถมอเตอร์ไซค์ของ​ใครคนหนึ่ง​​ที่ขับเข้ามาอย่างเจตนา​จะพุ่งชน
เธอไม่​ได้กระโดดหลบเพียงอย่างเดียว อีกมือหนึ่ง​ของเธอก็คว้าคอของเจ้าคน​ที่ขับนั้น​กระชากมันลงมาด้วย
มอเตอร์ไซค์ล้มโครม เธอกระทืบทีเดียวเจ้าหมอนั่นก็แน่นิ่ง
แล้ว​เธอก็ยกมอเตอร์ไซค์ขึ้น​ตั้ง ก้าวขาขึ้น​คร่อม..วางผมไว้​กับถังน้ำมัน สตาร์ตรถดังบรื่น
เหมือนพยัคฆ์ติดปีก..เธอพาผมควบมอเตอร์ไซค์คันนั้น​พุ่งตรง​ไปยังประตูทางออกอย่างรวดเร็ว
​แม้ผม​จะไม่เห็น..​แต่ก็คงพอ​จะเดา​ได้ว่าเธอ​ต้องหาทางออก​ไปแน่ ๆ​
ผมนั้น​เงียบเสียงลงแล้ว​..​จะให้ร้องอยู่​​ได้อย่างไง..ก็ใน​เมื่อเธอวางผมให้หันหน้าเข้าหาเธอ
สองมือ​ที่โน้มลงจับแฮนด์..จึงกลาย​เป็นโอบอุ้มผมอย่างอบอุ่น
​ทั้งอบอุ่น​ทั้งนุ่มนิ่ม
อิ๊..
++++

รถมอเตอร์ไซค์คันนั้น​พาผมวิ่งมาถึงรั้วหน้าโกดัง
ผมหันหลังกลับ​ไปมองแวบหนึ่ง​แล้ว​ก็ใจหาย
มัน​เป็นประตูเหล็กสูงท่วมหัว..ปิดสนิท​โดยมีแม่กุญแจอันใหญ่คล้องอยู่​อย่างชัดเจน
เธอ​จะพาผมออก​ไป​ได้อย่างไร??

หญิงสาวมิ​ได้ลด​ความเร็วลง
ราว​กับ​จะพุ่งชนประตูให้พัง​ไป​โดยลืม​ไปว่าตัวเองขี่มอเตอร์ไซค์ไม่ใช่รถสิบล้อ
ผมหันหน้ากลับด้วย​ความหวาดเสียว ซุกหน้าลง​ไป​ที่อ้อมอกของเธอแล้ว​กลั้นหายใจ
รู้สึกเธอขยับกายนิดหน่อย​​เพื่อ​จะหยิบอะไร​อย่างหนึ่ง​ออกมาจากเอว
แล้ว​ก็มีเสียง เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง ฯลฯ
มอเตอร์ไซค์กระแทกเข้า​กับประตูบานนั้น​ เสียงตึงสั่นสะเทือน​ไป​ทั้งคัน
แล้ว​เรา​ทั้งสองก็หลุดออกมาจากโรงงานนั้น​จน​ได้
ผมมองแม่กุญแจลูกนั้น​​ที่พังยับเยินจากลูกกระสุนแล้ว​กลืนน้ำลาย
ไม่น่าเชื่อว่า..เด็กสาว​ที่น่ารักของผมในชาติ​ที่แล้ว​..โตขึ้น​เธอ​จะ​เป็นซุปเปอร์เกิลล์​ได้ขนาดนี้
​ทั้งสวย​ทั้งเก่ง..​และ
​ทั้งหอม...​​ได้ถึงขนาดนี้
^_^

เธอพาผมกระโจน​ไปบนถนนหลวงอย่างรวดเร็ว..
ลมปะทะเข้า​ที่ด้านหลังของผมอย่างแรงแทบหายใจไม่ออก
อาจ​จะ​เป็นเจตนาของเธอก็​ได้​ที่ให้ผมนั่งหันหลังให้​กับด้านหน้าของรถ..​เพราะเด็กขนาดผมคง​จะทนหายใจสวนทาง​กับสายลม​ที่แรงเยี่ยงนั้น​ไม่​ได้แน่..
ผมชะโงกศีรษะ​ไปดู..ลุ้นว่า​จะมี​ใครตามมาหรือไม่
มีไอ้พวกโจรตามมาจริง ๆ​!!
มอเตอร์สามสี่คันวิ่งจี๋..ใกล้เข้ามาตลอดเวลา..​และเลี้ยวตามเราทุกครั้ง​ที่เราเลี้ยว
ผมสังเกต​ได้ว่าเธอ​กำลังพาผมเข้าสู่​ความจอแจของการจราจร
มัน​เป็นถนน​ที่ผมไม่คุ้น..
​และคง​เป็น​เพราะดึกเกิน​ไป รถรายามนี้มีวิ่งน้อยนัก
ตรอกซอกซอยก็ไม่มี..นี่​ถ้าเราหนีไม่พ้นมัน​จะเกิดอะไร​ขึ้น​บ้าง?
พวกมันใกล้เข้ามา..​แม้เธอ​จะบิดหนีอย่างไรก็ไม่พ้น​ไป​ได้
ปืนในมือของเธอ​ที่คง​จะคว้ามา​ได้จากวายร้ายคนใดคนหนึ่ง​ บัดนี้ก็คงไม่เหลือกระสนเสียแล้ว​​เพราะเล่นยิงกุญแจล๊อคประตู​ไปจนหมดแม๊ก
แล้ว​เรา​จะ​เอาตัวรอดกันอย่างไร??

ปัญหาเหล่านั้น​ยังไม่คลี่คลาย อีกปัญหาหนึ่ง​ก็เกิดขึ้น​
อ้อมอกของเธอ​ที่ผมหมกตัวอยู่​..บัดนี้มันชื้นแฉะด้วยของเหลวเหนียวหนืด
มันซึมจากเสื้อของเธอมาสู่เสื้อของผม..แดงฉาน
ผมใจหายวาบ..เธอถูกยิงด้วยหรือนี่!!
หรือ​เพราะเธอตกใจ..ทำให้เธอยังไม่รู้ตัวว่าถูกยิง
หรือไม่เธอก็ทนทายาด กัดฟันหนีมาถึงนี่จน​ได้..
เธอ​จะทน​ไป​ได้อีกสักกี่น้ำ?

เสียงอื้ออึงของมอเตอร์ไซค์​ที่ใส่กันเต็ม​ที่ดังก้องถนน
รถโยน​ไปมาตามจังหวะการเลี้ยว​และแซงรถ​ที่วิ่งขวางทาง
แล้ว​คำตอบของปัญหาทุกอย่างก็กระจ่าง
​เมื่อเธอแซงรถแท็กซี่คันหนึ่ง​ขึ้น​​ไป​ได้ เธอก็เร่งเครื่องขนาบข้างรถเก๋งคันข้างหน้า
เธอหันมองคนขับ แล้ว​ตบโครมเข้า​ที่กระจกหน้าต่าง
คนขับ​ซึ่งผมมองไม่ทันว่า​เป็นหญิง​เป็นชาย กดเบรคทันทีด้วย​ความตกใจ
มอเตอร์ไซค์ของเจ้าพวกวายร้ายคันหนึ่ง​ เบรคไม่ทันเลย​เสยโครมเข้า​กับท้ายรถเก๋งนั้น​เต็มแรง
ผมเห็นร่างของมันลอยโค้งตีลังกาอย่างสวยงาม ก่อน​จะตกปุ๊ลงบนฝากระโปรงหน้ารถ
ท่าสวยชนิด​ที่น่า​จะ​ไปสมัคร​เป็นนักกระโดดน้ำทีมชาติไทย​ได้เลย​
อีกสามคัน​ที่เหลือหลบกันวูบวาบ..อย่างน้อยก็ทำให้ทิ้งช่วงระยะห่างของเรา​กับพวกมัน​ไป​ได้
แล้ว​เธอก็ทำในสิ่ง​ที่ผมคิดไม่ถึง
รถเก๋งคันหน้าถูกเทียบอีกครั้ง คราวนี้เธอไม่ตบกระจกเหมือนคราวแรก..ทำท่าทางบางอย่างให้คนขับเห็น
กระจกถูกเปิด..คนขับ​เป็นผู้ชาย..พูดอะไร​บางอย่างออกมา​แต่ผมจับใจ​ความไม่​ได้..ก็เสียงมอเตอร์ไซค์มันดังเหลือเกิน
แล้ว​ตัวผมก็ถูกอุ้มลอยข้ามอากาศ​ไปหา​เขา
อ้อมอกอันอบอุ่นจึงถูกพราก​ไปต่อหน้าต่อตา..
"แอ๊ะ.."
ผมพยายามส่งเสียงไม่ยอม..​แต่ไร้ผล..เธอผู้ขับมอเตอร์ไซค์อยู่​..บัดนี้ปล่อยให้รถคล้อย​ไป​ที่ประตูหลังของรถเก๋ง
แล้ว​เธอก็เปิดประตู..ก้าวขา..เอื้อมมือ..กระโดดหวือเข้ามาในรถ
มอเตอร์ไซค์​ที่เธอขี่ล้มโครม เสียดสีสร้างประกายไฟ​ไป​เป็นทาง
เธอปิดประตูรถ..แล้ว​พูดออกมา..
"ช่วยดูแลเด็กด้วย...​"
แล้ว​เธอก็ฟุบลง​ไป​กับเบาะ
"แอ๊ะ.."

+++++

รถมอเตอร์ไซค์ของพวกเจ้าวายร้ายยังตามมาติด ๆ​ มันยังไม่ปล่อยพวกเรา​ไปง่าย ๆ​
ชายหนุ่มคนนั้น​..มองกระจกหลัง แล้ว​เร่ง​ความเร็วของรถอย่างกระทันหัน..มันทำให้ผมพลิกคว่ำขมำหงายอยู่​​ที่เบาะข้างคนขับ..
"จับไว้ให้ดีนะครับ​.."
"แง่ง.." ผมขู่​เขาในใจ คงลืม​ไปแล้ว​ล่ะมังว่าผม​เป็นเด็กตัวกะเปี๊ยกหนึ่ง​..
"คุณ..คุณ.." ​เขาพยายามเรียกหญิงสาว หรือฝ้าย..แฟนของผม​เมื่อชาติก่อน
"อือ.." ผมบอก​เขาว่าเธอสลบ​ไปแล้ว​..
"อ้าว..สลบ​ไปซะแล้ว​..แล้ว​​จะให้ผมทำยังไงต่อ​ไปล่ะนี่..แล้ว​นี่มันเกิดอะไร​ขึ้น​?"
"อือ" ผมบอกให้​เขาหนี
"ไอ้พวกนั้น​มัน​เป็น​ใคร..ทำไมมัน​ต้องไล่ตามคุณ?..​จะให้ผมแจ้งตำรวจไหม?"
"แอ๊ะ.." ผมบอก​เขาว่ารีบ ๆ​ หนีเข้าเหอะ อย่าถามให้มากนัก
​เขาหันมาทางผม..ขณะปาดซ้ายแซงขวา​เพื่อแซงรถคันหน้า
"ว่าไงไอ้หนู..ไม่ร้องเลย​นะเรา..​แต่เอ๊ะ.." ​เขาเอื้อมมือมาจับเสื้อของผม..มันปักด้วยรูปหัวเป็ดสีเหลือง
"เด็กคนนี้​ที่ตำรวจ​กำลังตามหาอยู่​นี่!!"
ผมพยักหน้าหงึก..
​เขามองกลับ​ไปด้านหลัง เอื้อมมือเขย่าหญิงสาว แล้ว​ก็ร้องเสียงหลง
"เลือด..เธอถูกยิง!?"
ผมพยักหน้าอีกหงึก..​แต่​เขาไม่สนใจ หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้น​กด
"อาโหล.." วินาทีเดียวกันนั้น​เอง..เสียงเปรี้ยงก็ดังขึ้น​ โทรศัพท์ในมือของ​เขากระเด็ดหวือ​ไปทันที ​พร้อม​กับเกิดรูขึ้น​​ที่กระจกหน้ารถ
"เฮ่ย..ถึง​กับยิงกันเลย​รึนี่.."
"แม่นแร้ว" ผมบอก..
"ตายละวา..​จะทำยังไงกันดีล่ะทีนี้.."
"หนีไงล่ะ.." ผมส่งเสียงอื้อบอก​เขา
หมอนี่ฉลาด​และเก่งพอ​ใช้..​เขาพยายามแซงรถข้างหน้าแล้ว​ปาดให้รถคันนั้น​มาบังอยู่​ข้างหลัง
"เหยียบเข้าสิ.." ผมเร่ง​เขา
รถเก๋งคันนั้น​ทะยาน​ไปอย่างรวดเร็ว..มอเตอร์ไซค์​ที่ตามหลังมาเริ่มทิ้งระยะห่าง
ผมเห็น​ได้​เพราะผมปีนเบาะดู
​แต่ให้ตาย..มือไม้ของผมทำไมถึงไร้เรี่ยวแรงนักก็ไม่รู้
​เมื่อรถโยกผม​ต้องเกร็ง​กำลังแขนเต็ม​ที่​เพื่อยึดเกาะ​เอาไว้ไม่ให้ตัวถูกโยน​ไปทางขวา..
พอรถโยกขวาก็​ต้องขืน​เอาไว้ไม่ให้โยน​ไปทางซ้าย
​แต่กล้ามเนื้อของเด็กวัยยังไม่ถึงขวบอย่างผม..มีหรือ​จะมีพละ​กำลังมากมาย​ขนาดนั้น​..
ขณะรถกระโจนขึ้น​สะพานผมก็ลอย​ทั้งตัวแล้ว​ตกมุบลงบนเบาะดังอั้ก..จุกจนแทบหายใจไม่ออก
​เขาคงลืมผม​ไปแล้ว​..ก้มหน้าก้มตาขับด้วยสีหน้า​ที่แตกตื่นเหงื่อแตกพลั่ก
ผมเองดิ้นขลุกขลักอยู่​ครู่หนึ่ง​..ก็พยายามลุกขึ้น​ใหม่​เพราะ​เป็นห่วงฝ้ายเหลือเกิน
เธอถูกยิงจนเสียเลือด​ไปมาก..เธอแข็งแรงกว่า​ที่ผมเข้าใจซะอีก
ไม่น่าเชื่อ..สาวน้อยหน้าหวานคนนี้..เวลาผ่าน​ไปไม่นาน เธอ​จะเปลี่ยน​ไป​ได้ถึงขนาดนี้
รอยยิ้ม​ที่สดใส..​แม้​จะมีอยู่​เหมือนดังเก่า หากแฝง​ความเด็ดเดี่ยว​และเชื่อมั่น..​ซึ่งมัก​จะเห็น​ได้จากหน้านางเอกในหนังบู๊ทุกเรื่อง​อย่างไงอย่างงั้น
​คือสวยแบบเก๊ก ๆ​ ห้าว ๆ​ ไม่นุ่มนิ่มอ่อนหวานเหมือนเดิม
ช่วง​ที่เราไม่​ได้เจอกัน ผมก็สุดรู้ว่าในช่วงนั้น​เกิดอะไร​ขึ้น​​กับเธอ เธอถึง​ได้เปลี่ยน​ไป​ได้ขนาดนี้
รู้​แต่เพียงว่าเธอเขียนจดหมายมาบอก..ว่าเธอ​ได้รับทุนจากประเทศญี่ปุ่น ให้​ไปศึกษาต่อ​ที่นั่นในระดับมหาฯลัย
​เป็นทุน​ที่ฟังดูแปลก ๆ​ เธอบอกว่า​เพราะเธอ​เป็นทายาทคนหนึ่ง​​ที่ญาติผู้ใหญ่ของเธอ​ต้องรับเคราะห์ตอนสงครามโลกครั้ง​ที่สอง
รัฐบาลญี่ปุ่นเกิดสำนึกผิดอะไร​ขึ้น​มาไม่รู้..ให้ทุนการศึกษาแก่ลูกหลานของพวก​เขา​โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน
เธอส่งจดหมายฉบับ​นั้น​มา..​เพื่อ​จะบอกผมให้รับรู้..​และ​ไปส่งเธอ​ที่สนามบิน
​แต่ผม​ได้รับจดหมายของเธอหลังจาก​ที่เธอเดินทาง​ไปแล้ว​ถึงสามเดือน
ผม​ไปทำอะไร​อยู่​​ที่ไหน?..แหะ..ตอนนี้ยังนึกไม่ออก
​เพราะตอนนี้..รถคัน​ที่ผม​กับเธออาศัยมาด้วยนั้น​ เลี้ยวขวับแทบหมุนติ้วเข้า​ไปในถนนเส้นหนึ่ง​..​ที่มืดมิด​และเปลี่ยวร้าง
แรงเหวี่ยงทำให้ผมกลิ้งขลุก ๆ​ ​ไปติดอยู่​​ที่ประตู..ร่างกายครึ่งหนึ่ง​หล่นลง​ไปในร่องช่องว่าง​ระหว่างประตู​กับเบาะ
มี​แต่ขา​และแขนกระแด่ว ๆ​ ​เพื่อช่วยเหลือตัวเองเท่า​ที่​จะทำ​ได้

แล้ว​รถก็จอดสนิท..ผมเห็นชายหนุ่มคนนั้น​รีบอุ้มฝ้ายออกจากรถ..
อีกสักพัก​เขาก็คง​จะมาอุ้มผม​ไปด้วย
​แต่รอแล้ว​รอเล่า..​เขาก็ไม่มาอุ้มเสียที
คงลืมผม​ไปแล้ว​??
"แง๊...​."

...​...​

บ้านหรือสิ่ง​ที่ผม(ไม่อยาก​จะ)เรียกว่าบ้านหลังนั้น​..บอก​ได้คำเดียวว่าตระกูลรก
นอกจากกลิ่นอับจากการขาดอาการถ่ายเทมา​เป็นเวลานานแล้ว​ หลังเปิดไฟยังเห็นสิ่งของวางระเกะระกะมากมาย​
มี​ทั้งตู้เสื้อผ้า​ที่วางขวางทางเดิน..​ที่นอนก็ตั้งไว้​กับกำแพง เตียงก็ยังไม่​ได้ประกอบ กล่องสิ่งของวางสุมกันอยู่​แทบมองไม่เห็นพื้น
ไม่นับฝุ่น​ที่เกาะหนา​เป็นนิ้ว..ผมเองตั้งแต่แรกเห็นยัง​ต้องร้องยี้ในใจ
​แต่ให้ตาย..ผมกลับถูก​เขาวางแหมะให้นั่งอยู่​ท่ามกลางสิ่งของเหล่านั้น​
ใจหนึ่ง​ก็อยาก​จะอาละวาด อีกใจหนึ่ง​ก็​เป็นห่วงหญิงสาว​ที่นอนอยู่​บนโซฟาใกล้ ๆ​ ทางเข้านั้น​
​ต้องนี้จึงทำ​ได้แค่อย่างเดียว​คือ
"แง่ง.."

เสื้อผ้าชุดดำ​ที่ฝ้ายสวมใส่..บัดนี้ชุ่ม​ไปด้วยเลือด​ที่ไหลออกมามากมาย​จนล้นมาถึงโซฟาหยาดหยดลงมา​ที่พื้น
เจ้าหมอนั่น​ซึ่งบัดนี้ผมเพิ่งสังเกตว่า​เขา​เป็น "ไอ้แว่น" อีกคนหนึ่ง​ของโลกก็หันรีหันขวางทำอะไร​ไม่ถูกอยู่​นั่นแล้ว​..
ผมคลานเตาะแตะ​ไปหาเธอ..ตะเกียกตะกายเกาะโซฟานั้น​ไว้..​ใช้มือแตะ ๆ​ ​ที่แขนของเธอ
"ฝ้าย..​เป็นอย่างไรบ้าง​?" หากผมพูด​ได้คง​จะพูดอย่างนี้..
"อ้าว..ซนซะแล้ว​สิไอ้หนู..อย่าเพิ่งมายุ่ง​ได้ไหม..ข้ายิ่งทำอะไร​ไม่ถูกอยู่​.."
ผมหัน​ไปหาเจ้าของเสียง..ทำน้ำลายยืดใส่​เขา..
"​จะทำอะไร​ก็รีบทำเข้า..ตอนนี้​ต้องห้ามเลือดให้​ได้ก่อนไง..เจ้าโง่.."
​เขาทำเลิกตา..
"แน๊..ว่าแล้ว​ยังมาทำส่งเสียงแอ๊ะเอ๊าะอีก..ฉัน​จะทำยังไงดีล่ะวะ..โอย​จะบ้าตาย โทรศัพท์เรียกตำรวจก็ไม่มี..บ้านนี้​เป็นบ้านใหม่โว้ย..ฉันเพิ่งซื้อ​ได้ไม่กี่วัน..เพิ่ง​จะย้ายของมาแท้ ๆ​ ก็เกิดเรื่อง​ขึ้น​เลย​.."

ผมไม่สนใจเสียงบ่นนั้น​อีกแล้ว​..พยายามเปิดเสื้อของเธอขึ้น​ดูบาดแผล..อย่างน้อยหาอะไร​อุด​เอาไว้ก็ยังดี..
โหย..รอยกระสุนปืนจริง ๆ​ ด้วย..​เป็นรูดำอยู่​​ที่หัวไหล่ของเธอ
เลือดทะลักออกมา​เป็นลิ่ม ๆ​
ไม่รอดแน่..หากเธอไม่ถึงหมอในสิบนาทีนี้
​แต่แล้ว​..เจ้าแว่นก็โดดหวือเข้ามา..อุ้มผมให้​ไปนั่งแปะอยู่​อีกทางหนึ่ง​ ตัวเองยกกระเป๋าสีเงินขึ้น​ แล้ว​เปิดออก
"​เอาล่ะวะ..​ถ้าทิ้งไว้หล่อนแย่แน่ ๆ​ ​ต้องทำ​ไปตามมีตามเกิด..น้ำร้งน้ำร้อนก็ไม่มี..แอลกอฮอล์ก็​ใช้เหล้านี่แหละ​.."

ผมมองอย่างไม่เชื่อสายตา..ภายในกระเป๋าใบนั้น​ปรากฏว่า​เป็นเครื่องมือทางการแพทย์สีวาวแวว มันถูกวางไว้​เป็นหมวดหมู่อยู่​ในหลุม​ที่ถูกเจาะ​เอาไว้หลายชั้นในนั้น​ บางอย่างมีการห่อผ้าดิบ​เพื่อป้องกันเชื้อโรค ​เขาคว้าเข็มฉีดยาขึ้น​มาก่อน

"ขั้นตอน​ที่หนึ่ง​ ​ต้องวางยาสลบ"
ผมยกมือแปะหน้าผากทำตากลับ
"อ้อ..ไม่​ต้องสินะ..ก็หล่อนสลบ​ไปแล้ว​นี่นา..งั้นฉีดยาชา?..อ้อ..ก็ไม่​ต้องอีก..หล่อนคงไม่เจ็บหรอก คง​จะไม่รู้สึกตัว​ไปอีกนาน..งั้นลงมือผ่าเลย​ก็แล้ว​กัน.."
"โอเค.." ผมตะโกนในใจ
​เขาคว้ามีดด้ามเล็กคมกริบขึ้น​มา บรรจงเปิดบาดแผลนั้น​..เลือดทะลักออกมามากยิ่งขึ้น​..ผมเองในชาติ​ที่แล้ว​​ที่เห็นเลือดไม่​ได้..มาบัดนี้กลับเปลี่ยน​ไป..นั่งมองดูอยู่​​โดยไม่รู้สึกอะไร​เลย​ นอกเสียจาก​ความ​เป็นห่วงฝ้าย..คนรักของผม(​เมื่อชาติ​ที่แล้ว​)

หมอนี่​ต้อง​เป็นแพทย์แน่ ๆ​ ไม่งั้นคงไม่มีเครื่องมือแพทย์อยู่​​กับตัว
"ดีนะนี่​ที่กล้องนี้มีติดอยู่​​ที่รถของผม..ไม่งั้นคุณเสร็จแน่ ๆ​ คุณคนสวยเอ๋ย.."
​เขาพูด​ไปด้วยขณะทำงาน ท่าทาง​เขาคล่องแคล่วไม่เบา อายุอานามคะ​เนแล้ว​คงประมาณเดียว​กับฝ้าย..ไว้ผมยาวปรกต้นคอ..ผิวขาวเหมือนคนเชื้อสายจีนทั่ว​ไป
"​ต้อง​ใช้คีมจับห้ามเลือดเสียก่อน.."
ผมคว้าคีมส่งให้​เขา..
"​เอามีดอีกเล่ม.."
ผมคว้ามีดให้​เขา

หากคุณ ๆ​ นึกภาพตรงนี้ไม่ออกก็ลองหลับตา แล้ว​จินตนาการให้เห็นว่ามีหญิงสาวร่างสวยคนหนึ่ง​นอนหายใจรวยรินอยู่​บนโซฟา มีชายหน้าตี่คนหนึ่ง​นั่งคุกเข่า​กำลังผ่าแผล​เพื่อ​เอากระสุนปืนออก​และห้ามเลือด ​และมีเด็กทารกหน้าตาน่ารักคนหนึ่ง​คอยส่งเครื่องมือผ่าตัดให้
รับรอง​ได้ว่า​เป็นภาพ​ที่คุณไม่เคยเห็นมาก่อน ​และ​จะไม่เคย​ได้เห็นอีกเลย​!!

​เมื่อ​เขาเย็บแผลเสร็จ..​เขาจึงเพิ่งนึกออกว่าผู้ช่วยของ​เขา​เป็น​ใคร
"เฮ่ย.." ​เขาอุทานเสียงหลง อ้าปากค้าง
ผมยิ้มเหงือกแดง น้ำลายไหลย้อยลงบนพุง
"แอ๊ะ.."

...​.


จากการ​ที่เธอเสียเลือดมาก..ต่อให้ร่างกายแข็งแรงอย่างไงก็ไม่มีวัน​จะทน​ได้..
เจ้าแว่นนั่นยิ่งรู้กว่า​ที่ผมรู้..​เขาเดินจงกรมทั่วบ้าน ​เพื่อ​จะคิดให้ออกว่า​จะ​เอาน้ำเกลือหรือเลือดจากไหน..
"​จะออก​ไปตอนนี้หากเจ้าพวกนั้น​มันเห็นเข้าก็คง​เป็นเรื่อง​ขึ้น​มาอีก..โทรศัพท์มือถือก็ถูกยิงเสียพัง ​จะทำยังไงดีวะ.."
แล้ว​​เขาก็ตัดสินใจ..
"​เอางี้..ไอ้หนู..เอ็งนี่ฉลาดเกินเด็ก สิ่ง​ที่ข้า​จะพูดต่อ​ไปนี้เอ็งก็คง​จะเข้าใจ..เอ็งจงนั่งเฝ้าหล่อนไว้..สังเกตดูอาการให้ดี..​และนี่.." ​เขายกปรอทวัดไข้ให้ผมดู.. "ข้า​จะเสียบ​เอาไว้​ที่ปากของหล่อน..นี่..เห็นไหม..เอ็งจงดูให้ดีว่าหากไอ้สีเงิน ๆ​ นี่ลดระดับลงมาเรื่อย ๆ​ ล่ะก้อ..เอ็ง​ต้องปลุกให้หล่อนรู้สึกตัว..มิฉะนั้น​หล่อน​จะหลับลึกจนตาย​ไปเลย​..เข้าใจไหม?"
ผมพยักหน้า
"ดีมาก..กรู​จะบ้าตาย..เด็กตัวเท่านี้ฟังภาษาผู้ใหญ่รู้เรื่อง​​ได้ยังไงวะ.." บ่นเสร็จ​เขาก็มองผมอีกครั้ง "ข้า​จะออก​ไปโทรศัพท์แจ้งตำรวจ..เข้าใจ๋..หากทิ้งไว้อย่างงี้รับรองหล่อนเด๊ดสะมอนเร่ เด๋สะม่อนเร็ดแน่ ๆ​ .."
"แอ๊ะ.."
​เขาหยุดกึก..กลืนน้ำลาย..มองผมด้วยสายตาพิกล
"เด็กผีสิง?"
"อือ.."
​เขาผลุนผลันออก​ไปทันที!!
++++

 

F a c t   C a r d
Article ID A-1065 Article's Rate 10 votes
ชื่อเรื่อง หนูสิงห์ ภาค2/5
ผู้แต่ง รันนรา
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๙ กรกฏาคม ๒๕๔๘
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๙๒๘ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๖ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๕๐
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-5283 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 09 ก.ค. 2548, 15.31 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : คนไกลบ้าน [C-5308 ], [211.76.97.247]
เมื่อวันที่ : 12 ก.ค. 2548, 18.26 น.

มาเร่งอีกแล้ว​(เจ้าเก่า)ว่าง​เมื่อไรแล้ว​ค่อยเขียนก้อ​ได้ค่ะ​ ยินดีด้วยนะคะ​เรื่อง​​เมื่อไรหนู​จะโต​ได้ลงพิมพ์ในนิตยาสาร

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : หมีน้อยจ้า [C-5325 ], [202.183.158.91]
เมื่อวันที่ : 15 ก.ค. 2548, 14.12 น.

หนุกมากเลย​ค่ะ​ ​เมื่อไหร่จามาอัพอ่ะ รีบๆ​อัพเข้านา เดี๋ยวเค้าลงเเดง

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : Poceille [C-5329 ], [161.200.255.162]
เมื่อวันที่ : 15 ก.ค. 2548, 16.37 น.

นึกภาพตามแล้ว​...​ ก๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก


แหม...​ ​ที่แท้เจ้าสิงห์มาเจอแฟนเก่านี่เอง สวยเหมือนเดิม แถมเพิ่มเลเวล​เป็นสวยประหาร แบบนี้​จะกล้าจีบอีกไหมล่ะเนี่ยหนูเอ๋ย มัว​แต่ แอ๊ แอ๊ แม่​จะเหยียบเข้าให้อ่ะสิคะ​ ฮิฮิฮิ


​เอาดอกไม้มาฝาก​ทั้งคนเขียน​และหนูน้อยเหงือกแดงค่ะ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๕ : teddy [C-6479 ], [60.240.79.197]
เมื่อวันที่ : 03 ธ.ค. 2548, 17.03 น.

​กำลังสนุกเลย​ค่ะ​
ติดแล้ว​ด้วยยย

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๖ : อั้ม สุดสวย 5555อิอิ [C-17813 ], [223.206.210.108]
เมื่อวันที่ : 28 ต.ค. 2553, 16.44 น.

สุดยอดค่ะ​ คิด​ได้ไง เก่งมากค่ะ​ ขอบคุน​ที่คิด​ได้ขอ​เอา​ไปด่า My boy frind ทีนะคะ​ ><"

null สะใจมากค่ะ​5555+

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น