นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๐๙ กรกฏาคม ๒๕๔๘
.....ทุกคืนก่อน​​ที่ไหมคำ​​จะหลับ เธอ​​จะนอนคิดถึงลูกสาวของเธอ​​ที่อยู่​​ ณ เมืองไกลไม่เคยเว้น บางคืน​​เพื่อนหญิงร่วมห้องของไหมคำ​​จะ​​ได้ยินเสียงถอนสะอื้นเบาดังออกมาจากมุ้งของเธอ...
คลิกดูภาพขยาย
"นางไหมคำ มีคนมาเยี่ยม" เสียงสิบเวรร้องเรียกอยู่​​ที่หน้าห้องขังผู้​ต้องหาหญิง ไหมคำสาวไทยใหญ่ผิวขาวหน้าตาคมคายรีบแหวกผู้​ต้องหาคนอื่นออกมายืนเกาะอยู่​​ที่ซี่ลูกกรงเหล็ก เจ็ดวันมาแล้ว​​ที่เธอ​ต้องถูกขังอยู่​​ที่โรงพักแห่งนี้ด้วยข้อหาหลบหนีเข้าเมือง ​และรอการส่งกลับออกนอกประเทศ เธอเห็น "ลุงจ่า" ยืนอยู่​ข้างสิบเวรคน​ที่ร้องเรียกเธอ ลุงจ่าคนนี้แหละ​​ที่จัดการรับเธอ​พร้อม​เพื่อนไทยใหญ่อีกหลายคนมาจากชายแดน​เมื่อวัน​ที่เธอเดินทางมาถึง วันนี้ลุงจ่าคง​จะมาฟังคำตอบของเธอ...​

แปดเดือนมาแล้ว​​ที่ไหมคำ สาวไทยใหญ่วัยยี่สิบหกปี ออกจากบ้าน​ที่ชนบทนอกเมืองตองกี เมืองแห่งขุน​เขาในรัฐฉาน เช้า​วันเดินทางเธอกอดลูกสาววัยห้าขวบไว้แน่น​และนาน ก่อน​จะหักใจหันหลังออกจากบ้านด้วยน้ำตานองหน้า ฝากลูกน้อยไว้​กับพ่อ​และแม่

ไหมคำออกเดินทาง​พร้อม​กับ​เพื่อนบ้านชายหญิงอีกสิบสองคน รอนแรมผ่านป่า​เขา​และ​ความทุรกันดาร​ระหว่างชายแดน เส้นทาง​ส่วนใหญ่​ต้อง​ใช้รถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อ ​แต่บางตอนก็​ต้องเดินเท้ากลางป่าลึกในเวลาลางคืน​เพื่อหลบโจรว้าแดง​ที่คอยดักปล้น​และฉุดคร่า วันสุดท้ายพวกเธอ​ต้องเสี่ยงชีวิต เบียดอัดกันอยู่​ในเรือยนต์ลำน้อยข้ามแม่น้ำสาละวิน​ที่เชี่ยวกราก

เธอ​ใช้เวลา​ทั้งหมดห้าวัน​กับห้าคืนจึงมาถึงพรมแดนไทย ด้วยเงินสดจำนวนสุดท้าย​ซึ่งอ้ายไจ ผัว​ที่ตาย​ไปทิ้งไว้ให้​เป็นค่าเดินทาง​และ "ค่าผ่านด่าน"

อ้ายไจ ผัวของเธอล้มเจ็บลง​และตาย​ไป ​เมื่อ​เขากลับมาถึงบ้าน​ที่เมืองตองกี​ได้เพียงสองปี อ้ายไจกลับมาบ้านด้วยเงิน​เป็นฟ่อน ​พร้อม​กับชาวเมืองตองกีอีกหลายคน​ที่จากบ้าน​ไป​พร้อมกัน​เมื่อสามปีก่อน ​เพื่อขุดทองในถิ่นไทยงามของเมืองไทย ​เขา​จะกลับ​ไปเมืองไทยอีกครั้ง​เพื่อขุดทองรอบ​ที่สอง ​แต่​เมื่อพักผ่อน​ที่บ้าน​กับลูกเมีย​ได้เพียงเดือนเดียว อ้ายไจก็ไม่ค่อยสบายจึงเลื่อนการเดินทางกลับเมืองไทยออก​ไป ให้คนอื่น​ที่มาด้วยกันกลับ​ไปก่อน อาการของอ้ายไจมี​แต่ทรง​กับทรุด ​และตายจาก​ไปใน​ที่สุด ทิ้งให้เธอ​ต้องเลี้ยงลูกน้อยเอง​กับพ่อแม่ของเธอ

​แม้เงิน​ที่อ้ายไจทิ้งไว้ให้​จะทำให้เธอ​และครอบครัวสุขสบายขึ้น​ ยังไม่ทันสองปีเงินนั้น​ก็งวดลงใกล้​จะหมด ไหมคำตัดสินใจทันที​เมื่อมี​เพื่อนบ้านกลุ่มหนึ่ง​มาชวนมาทำงานกัน​ที่เมืองไทย

ด้วยการนำทางของ "อ้ายเส่ง" ผู้ดูแลเส้นทางฝั่งพม่า เธอ​และ​เพื่อนๆ​อีกสิบกว่าคนถูกส่งตัวให้แก่ลุงจ่า​เมื่อถึงพรมแดน ไหมคำไม่รู้ว่าลุงจ่า​เป็น​ใคร ​แต่ก็รู้จากคนอื่นว่าลุงจ่าคนนี้แหละ​​ที่​จะจัดการ​เอาพวกเธอ​ไปส่งนายจ้างตาม​ที่ต่างๆ​​ได้ ​และ​เขา​จะช่วยย้ายงานให้ใหม่​ถ้า​ใครไม่ชอบงาน​ที่ทำ ​ถ้า​เขาเห็นด้วย ลุงจ่า​จะติดต่อ​กับอ้ายเส่ง​ได้​ถ้ามี​ใครอยาก​จะกลับบ้าน หากมีเงินค่าเดินทางพอ

งานแรก​ที่ไหมคำ​ได้ทำ​คือ​เป็นลูกจ้างปลูกผักอยู่​บนดอย เธอ​ได้ค่าจ้าง​เป็นรายเดือนๆ​ละพันหกร้อยบาท​ ​พร้อม​กับ​ที่พัก​และข้าวสารหนึ่ง​ถัง นอกจากนี้​ต้องหากินเอง เธอ​ได้ยินว่าบางคน​ได้ค่าจ้างถึงสามพันกว่าบาท​หรือกว่านั้น​ ​ถ้า​ได้ทำงานในเมือง ​แต่ตอนนี้ถึงอย่างไรก็ยังดีกว่าอยู่​​ที่เมืองตองกีมากนัก วันหนึ่ง​เธอ​จะ​ต้อง​ได้เงินมากกว่านี้​เพื่อเก็บไว้ให้ลูกสาวคนเดียวของเธอ !

คืนแรก​ที่กระต๊อบ​ที่พัก ไหมคำนอนร้องให้คิดถึงลูกน้อย​และพ่อแม่​ที่บ้านรวม​ทั้งอ้ายไจ​ที่ตายจาก​ไป ตั้งแต่เกิดมาเธอยังไม่เคย​ไป​ที่ไหนไกลบ้านขนาดนี้มาก่อนเลย​ เธอยังจำ​ได้​เมื่อครั้งอ้ายไจยังอยู่​ด้วยกัน​ที่บ้าน ตอนค่ำ​เขา​จะนั่งเป่าขลุ่ยเล่นอยู่​ใต้ต้นบ่าเกี๋ยงใหญ่ข้างบ้านจนดึก จนน้ำค้างลงจัดจึง​จะเข้ามานอนกกกอดเธอไว้จนหลับ​ไป เช้า​ขึ้น​​เขา​กับเธอ​จะออก​ไปทำไร่ถั่วตั้งแต่หมอกยังไม่ทันจาง หรือไม่ก็ทำนา​ถ้า​เป็น หน้านา ลูกสาวคนเดียวนั้น​ถูกฝากไว้​กับตายายของแกให้ช่วยเลี้ยง

เธอคง​จะมี​ความสุขมาก ​ถ้าหาก​เขา​กับเธอ​ได้มาทำงานอยู่​ด้วยกัน​ที่เมืองไทย ​พร้อมลูกสาวตัวน้อยในตอนนี้ ​ที่นี่ไม่กันดารเหมือน​ที่บ้านเธอ ไม่มีทหารเข้ามาขอแบ่งข้าวปลาอาหาร​เอาตามชอบใจ ​และ​ที่นี่มีคน​ต้องการจ้างคนงานเสมอ

พอตกดึกไหมคำก็ตัดใจ​ได้ เธอ​จะอยู่​​เพื่อวันข้างหน้า วันหนึ่ง​เธอ​จะกำเงิน​เป็นฟ่อนกลับบ้าน​ไปให้พ่อ​กับแม่อย่าง​ที่อ้ายไจเคยทำ เธอ​จะปลูกบ้านใหม่ให้พ่อแม่แทนกระต๊อบหลังเก่า แล้ว​รับลูกน้อยกลับมาอยู่​ด้วยกัน​ที่เมืองไทย

เพียงไม่กี่เดือนไหมคำก็พูดภาษาไทยเมือง​ได้คล่อง ​และเริ่มคุ้นเคย​กับชีวิตการทำงานสวนผัก​ที่นี่ ​แต่ทุกคืนก่อน​ที่ไหมคำ​จะหลับ เธอ​จะนอนคิดถึงลูกสาวของเธอ​ที่อยู่​ ณ เมืองไกลไม่เคยเว้น บางคืน​เพื่อนหญิงร่วมห้องของไหมคำ​จะ​ได้ยินเสียงถอนสะอื้นเบาของไหมคำดังออกมาจากมุ้งของเธอ

วันหนึ่ง​ลุงจ่าก็มาหาเธอ ​เขาบอกว่ามีงานดีกว่านี้ให้ทำ ​เป็นงานดูแลสวนลำไยใกล้​กับอำเภอ​และใกล้ตลาด ​ซึ่งสะดวก​ในการซื้อหาข้าวของ ​ที่สำคัญเธอ​จะ​ได้ค่าจ้างเพิ่ม​เป็นสองพันบาท​ ​กับข้าวสารหนึ่ง​ถังเหมือนเดิม ด้วยงาน​ที่สบายกว่า แล้ว​รุ่งขึ้น​ลุงจ่าก็​เอาหญิงไทยใหญ่อีกคนหนึ่ง​มาอยู่​แทนเธอ ​และรับเธอขึ้น​รถลงจากดอย​ไป

​ที่ทำงานใหม่​เป็นสวนลำไยกว้างหลายร้อยไร่อยู่​ติดตีนดอย ​ที่นี่มีคนงานไทยใหญ่มากกว่า​ที่สวนผัก​ซึ่งเธอจากมา มีกระต๊อบ​ที่พักคนงานหลายหลัง บางกระต๊อบก็อยู่​กัน​เป็นครอบครัวผัวเมีย ​เมื่อลุงจ่าพาเธอมาถึง นายใหม่ของเธอรออยู่​แล้ว​​ที่บ้านทำด้วยปีกไม้​ซึ่งปลูกอยู่​บนเนิน รอบบ้านมีไม้ดอกหลากหลายพันธุ์สวยงาม

นาย​เป็นชายวัยกลางคนร่างสูงโปร่งหน้าเสี้ยม นัยตาของนายเล็กเรียว​แต่คมเหมือนเหยี่ยว ลุงจ่าบอกให้เธอเรียกนายว่า "คุณท่าน" ​เมื่อเธอไหว้​เขา คุณท่านเพ่งมองเธอด้วย​ความ สนใจ​เป็นพิเศษจนไหมคำรู้สึกอึดอัด

"ชื่อไหมคำรึ ? ดี ! ชื่อ​เพราะดี ตั้งใจทำงานให้ดีก็แล้ว​กัน" แล้ว​คุณท่านก็เรียกหัวหน้างานไทยใหญ่มาให้พาเธอ​ไป​ที่พัก

ไหมคำดีใจ​ที่​ได้ทำงาน​กับพวกไทยใหญ่ด้วยกันอีก​แม้​จะอยู่​กันคนละเมือง พวก​ที่อยู่​เก่าต้อนรับเธออย่างอบอุ่น ​และเธอก็รู้ว่าคุณท่าน​ใช้บ้าน​ที่นี่​เป็น​ที่พักผ่อน​กับรับรองแขกเท่านั้น​ คุณท่าน​จะมา​ที่นี่เดือนละครั้ง​เพื่อจ่ายค่าแรง​และตรวจสวน บ้างครั้งก็​จะนอนค้าง ​และบางครั้งก็​จะมี​เพื่อนๆ​​ทั้งชายหญิงจากในเมืองมากินเหล้า​และทำอาหารเลี้ยงกัน​เป็น​ที่สนุกสนาน

หลังจากนั้น​อีกสองสามวันคุณท่านก็มา​ที่สวนอีก แล้ว​เรียกแม่หนุ เมียหัวหน้าคนงาน​พร้อม​กับเธอให้​ไป​ที่บ้านใหญ่

"แม่หนุ​เป็นผู้ใหญ่แล้ว​มาทำงานบ้าน​จะลำบาก ฉัน​จะให้ไหมคำมาทำแทน แม่หนุช่วยสอนงานให้ไหมคำด้วย" คุณท่านเปลี่ยนคนทำบ้านใหม่​เป็นเธอ

งานทำบ้านนั้น​ไม่ยากอะไร​ เพียงแค่สามสี่วันก็ขึ้น​​ไปทำ​ความสะอาดกวาดถูบ้านครั้งหนึ่ง​ ​และ​ถ้าวันไหนคุณท่านมาค้างก็​จะ​ต้องเตรียมปู​ที่หลับ​ที่นอน ใส่ปลอกหมอนเตรียมไว้ รวม​ทั้งคอยอยู่​​ที่ครัว​เพื่อให้เรียก​ใช้ คุณท่านมักมา​กับ​เพื่อนสองสามคน​และชอบทำ​กับข้าวกินกันเอง คนทำบ้านก็คอย​เป็นลูกมือ ช่วยหยิบจานชามล้างผัก หั่นเนื้อ ​และเก็บล้างเท่านั้น​ มันสบายกว่างานถากหญ้าขุดดินในวัน​ที่คุณท่านไม่มามาก

วันนั้น​คุณท่านมาคนเดียว​และนอนค้าง​ที่บ้าน ดังนั้น​แม่หนุจึง​ต้องคอยสอนงาน​ทั้งหมดให้ไหมคำ จนกว่าคุณท่าน​จะกินข้าวเย็นเสร็จ​และบอกให้กลับ​ไปพักผ่อน​ได้

นับ​แต่ไหมคำมาทำงาน​ที่สวนนี้ สามเดือน​ที่ผ่านมาคุณท่านมาพักผ่อน​ที่สวนบ่อยขึ้น​ บางเดือนถึงสามครั้ง ​และมักไม่ค่อย​เอา​เพื่อนมาเ​ที่ยวด้วยอย่าง​เมื่อก่อน
ค่ำวันหนึ่ง​ วันนั้น​คุณท่านมาคนเดียว​และนอนค้างคืน​ที่บ้าน หลังจาก​ที่​ได้เก็บล้างจานชามเสร็จ คุณท่านก็เรียกไหมคำให้ขึ้น​​ไป​ที่ห้องรับแขก เธอเห็นคุณท่านนอนคว่ำอยู่​บนเสื่อผืนใหญ่ หนุนหมอนแพรอยู่​

"อ้อ ! ไหมคำมาแล้ว​หรือ วันนี้​เมื่อย​ไปหมดคงเดินดูสวนมาก​ไป ไหมคำช่วยนวดให้หน่อย​นะ" แล้ว​คุณท่านก็บอกให้เธอกดแรงๆ​ ​ที่ไหล​ทั้งสองข้าง​และ​ที่หลัง ​และ.ให้บีบขาให้ ครู่เดียวคุณท่านก็ว่าพอแล้ว​ให้กลับ​ไปพักผ่อน​ได้

ไหมคำรู้สึกแปลกๆ​​ที่​ต้องนวดให้คุณท่านในวันนี้ เธอไม่รู้ว่า​เมื่อก่อนแม่หนุ​ต้องทำงานนี้ด้วยหรือเปล่า ​แต่เธอก็ไม่กล้า​ไปถามแก

คุณท่านเริ่มมาตรวจงาน​ที่สวนบ่อยขึ้น​ ​เพราะลำไยเริ่มแก่ใกล้​จะเก็บ​ได้ ​และ​จะมาทุกอาทิตย์ ​ทั้งยังคุมการใส่ปุ๋ยฉีดยาด้วยตัวเอง แล้ว​คุณท่านก็นอนค้าง​ที่บ้านสวนทุกครั้ง ระยะนี้คุณท่านไม่มี​เพื่อนมาด้วยเหมือนก่อน

"ไม่ไหว ! มี​เพื่อนมาด้วยไม่​ได้ทำงานทำการ ​ต้องคอยดูแล​เขา ให้เก็บลำไยเสร็จก่อนค่อยสนุกกันใหม่" คุณท่าน​จะเปรยให้คนงานรู้ ​เมื่อมีคนถามว่าวันนี้ทำไมคุณท่านมาคนเดียว

ไหมคำ​ต้องนวดให้คุณท่านทุกครั้ง​ที่คุณท่านมาพักค้าง​ที่บ้านสวน งานนวดของเธอ​จะค่อยๆ​เลิกช้าขึ้น​ๆ​ จากเลิกค่ำ​เป็นเลิกดึก​เพราะคุณท่าน​ต้องอ่านหนังสือพิมพ์ก่อนหลังกินข้าวเย็น ​เมื่อนวดจนคุณท่านเคลิ้มหลับแล้ว​ เธอจึงค่อยปลีกตัวกลับลงมา ​แม้ว่างานวันนี้​จะสบายไม่​ต้องตากแดดตากลม ​แต่เธอก็ไม่ชอบมันเลย​

วันหนึ่ง​ คุณท่านพาคนซื้อลำไยมา​ที่สวน​เพื่อตกลงราคากัน กว่าพ่อค้าลำไย​จะกลับออก​ไปก็เย็นมากแล้ว​ ​และกว่าคุณท่าน​จะกินข้าวกินปลาเสร็จก็มืดค่ำกว่าทุกวัน ไหมคำ​ต้องรอนวดคุณท่านอย่างเคย ​แต่คราวนี้คุณท่านเข้า​ไปนอนในห้องนอน แทน​ที่​จะนอนอยู่​ห้องรับแขกให้เธอนวดอย่างเคย

วันนี้ไหมคำสังเกตว่าคุณท่านมองสำรวจ​ไปทั่วตัวเธอด้วยตา​เป็นประกาย ​แม้เธอ​จะทำงานหนัก มือของเธอ​จะไม่เรียวงาม​และนุ่มนิ่มอย่างผู้หญิงในเมือง ​แต่ไหมคำก็มีรูปร่าง​ที่งดงาม​และใบหน้าคมคาย อย่าง​ที่ผู้หญิงอื่น​ต้องอิจฉาทีเดียว พอถึงตอน​ที่เธอ​จะ​ต้องนวดกดหัวไหล่​ทั้งสองข้างให้คุณท่าน​ซึ่งนอนหงายอยู่​ คุณท่านก็เอื้อมมือมาลูบผมของไหมคำ แล้ว​ก็ลูบไล้แก้มเธอ

ไหมคำตัวชา เธออายุขนาดนี้แล้ว​ย่อมเข้าใจอะไร​ดี เธอค่อยๆ​จับมือคุณท่านเบี่ยงออก​ไปอย่างสุภาพ ​แต่มันก็ไม่​ได้แก้ปัญหา คุณท่านรั้งตัวเธอล้มทาบลงบนอกของ​เขา รัดเธอไว้แน่นบอกให้เธออยู่​เฉยๆ​ แล้ว​พยายามโลมไล้ให้เธอโอนอ่อน ​แต่ก็ไม่มีอะไร​เกิดขึ้น​มากกว่านั้น​​เพราะเธอแข็งขืนตลอด ​และคุณท่านก็ไม่หักหาญมาก​ไปกว่านี้ เพียง​แต่ว่าเธอ​ต้องกลับลง​ไปยังกระต๊อบ​ที่พักดึกหน่อย​เท่านั้น​

อาทิตย์​ต่อมาคุณท่านมาค้าง​ที่บ้านสวนอีกครั้ง ​และเหตุการณ์ก็​เป็นเหมือนเดิมอีก เหมือนหนัง​ที่ฉายซ้ำ ไหมคำรู้สึกอึดอัด​กับเรื่อง​นี้มาก เธออยากพบลุงจ่า​เพื่อหางานใหม่ เธอไม่อาจออกจากสวนนี้​ไปหางานเอง​ได้ ไหมคำไม่เคย​ไป​ที่ไหนเลย​นอกจาก​ที่ตลาดหน้าอำเภอ ​ที่สำคัญเธอไม่มีบัตรทำงาน ลุงจ่า​เป็นเพียงคนเดียว​ที่เธอ​จะพึ่ง​ได้ !

หลังจากเหตุการณ์ครั้งสุดท้ายไม่กี่วัน ก็มีบรรยากาศ​ที่แปลกเกิดขึ้น​ในหมู่คนงาน มีบางคน​ที่เคยสนิทสนมมองไหมคำด้วยสายตาเฉยเมย ​และ​ถ้าเธอเดินเข้า​ไปหาพวกนั้น​ก็​จะหยุดคุยกันทันที ​แต่ก็มีอีกพวก​ที่ดู​เอาอก​เอาใจเธอ พวกนี้​จะพูดจา​กับเธอดี​และทำเกรงอกใจเธอกว่า​เมื่อก่อน

ไหมคำเข้าใจ​ได้ทันทีว่าคนสองพวกนี้คิดอย่างไร​กับเธอ เธออยาก​จะตะโกนออกมาดังๆ​ ให้​ใครๆ​​ได้ยินทั่วกันว่ามันไม่มีอะไร​อย่าง​ที่พวก​เขาคิดหรอก เธอก็ยัง​เป็นไหมคำ คนงานไทยใหญ่คนเดิมเหมือนพวก​เขานั่นแหละ​ !

วันนั้น​​เป็นวันอาทิตย์​ที่หน้าอำเภอมีตลาดนัด คุณท่านให้คนงานหยุดครึ่งวัน​เพื่อ​ไปซื้อข้าวของ ​ระหว่าง​ที่เดินหาซื้อของอยู่​ด้วยกันนั้น​ ก็มีตำรวจสองคนตรงเข้ามา​ที่ไหมคำ​และขอดูบัตรประชาชน เธอไม่มีบัตรนั้น​​และไม่มี​แม้​แต่ใบอนุญาตทำงานสำหรับคนต่างด้าว เธอตกใจมาก ! คนอื่นๆ​​ที่มาด้วยกันพากันเร้นกายแฝงอยู่​ตามหมู่ผู้คนในตลาด​และหลบกลับสวน​ไป​ได้ ไหมคำถูกพามาขัง​ที่โรงพัก​เพื่อรอการส่งตัวกลับประเทศ ในห้องขังไม่สะดวก​สบาย​ไปเสียทุกอย่าง เธอคิดถึงบ้าน คิดถึงพ่อ​กับแม่ คิดถึงลูก​และอ้ายไจ

รุ่งขึ้น​ลุงจ่ามาเยี่ยมเธอ ​เขาซื้อข้าวผัดมาฝากเธอห่อหนึ่ง​​กับโอเลี้ยงอีกหนึ่ง​ถุง ​เมื่อถามไถ่ถึงเรื่อง​​ที่เกิดขึ้น​​ได้สักครู่ ลุงจ่าก็พูด​กับเธอว่า

"อีไหมเอ๋ย ! คน​ที่​จะช่วยเอ็ง​ได้ก็คุณท่านนี่แหละ​ คุณท่านมีเงินเยอะ แล้ว​ยังรู้จักคนใหญ่คนโต ลุงว่าเอ็งยอมๆ​คุณท่านเสียบ้างเถอะ​จะ​ได้อยู่​เมืองไทยนานๆ​ "

ไหมคำเสียวแปลบเข้า​ไปถึงหัวใจ เดาเรื่อง​​ที่เกิดขึ้น​​ได้ทันที ก่อนเธอถูกจับเพียงวันเดียว ลุงจ่ามาพบคุณท่าน​ที่บ้านสวน ​ทั้งสองคนคุยอะไร​กันเบาๆ​ ไม่เหมือนอย่างเคย ​และ​เมื่อเธอ​เอาน้ำเย็นเข้า​ไปให้ลุงจ่า​เขาก็หยุดคุยกัน สักครู่ลุงจ่าก็รีบกลับออก​ไปจากสวน​โดยเธอไม่มีโอกาสพูดเรื่อง​​ที่​ต้องการ ทำไมเธอถึงถูกจับคนเดียว​ทั้ง​ที่มาตลาดด้วยกันตั้งหลายคน ​ความคั่งแค้นประดังขึ้น​มาในหัวอก นี่หรือลุงจ่า​ที่เธอหวัง​จะพึ่ง ! ไหมคำร้องไห้ออกมาดัง ๆ​ ด้วย​ความแค้นใจ เธอเกลียดคุณท่าน เธอเกลียด
ลุงจ่า

"อีกเจ็ดวัน​เขาก็​จะส่งเอ็งส่ง​ไป​ที่คุมขังคนต่างด้าว​ที่เชียงดาว ​และก็ไม่รู้ว่านานแค่ไหนกว่า​เขา​จะส่งตัวเอ็งกลับ​ไป เอ็งอาจ​จะถูกขังอีกหลายเดือน แล้ว​​เขาก็​จะส่งเอ็งแค่ข้ามพรมแดนเท่านั้น​ เอ็ง​จะติดต่ออ้ายเส่งยังไง ? เอ็งมีเงินพอรึ ? หรือเอ็ง​จะเดิน​ไป ตองกีคนเดียว ตอนข้ามแม่น้ำละ ! เอ็ง​จะลงว่าย​ไปหรือไง ? " ลุงจ่าสร้างภาพ​ที่เธอ​จะ​ต้องพบข้างหน้าให้ดู ​แต่มันก็​เป็นเรื่อง​จริง

ไหมคำไม่มีคำตอบให้​ทั้งลุงจ่า​และตัวเอง ​แต่เธอเกลียดคุณท่านเกิน​ที่กว่า​ที่​จะยอมกลับ​ไปทำงาน​ที่นั่นอีก ​เพราะคราวนี้การทำงาน​กับคุณท่านนั้น​มัน​เป็นงานอีกอย่างหนึ่ง​เสียแล้ว​ คิดเพียงแค่นี้ไหมคำก็รู้สึกสะอิดสะเอียน เธออาจ​จะยอมถูกส่งกลับ​ทั้ง​ที่ไม่มีเงิน ยอมเดินกลับตองกีคนเดียว ยอมให้เสือคาบ​ไปกินใน​ระหว่างทาง หรือยอมจมน้ำตายในแม่น้ำสาละวินตอน​ที่ทุกคนกลัว​ความเชี่ยวแรงของมันยังดีกว่า !...​. ​แต่ลุงจ่าดู​จะเดา​ความคิดของเธอ​ได้

"เอ็งคิดให้ดี เอ็ง​ต้องคิดถึงลูกด้วย เอ็งอยาก​ได้เงิน​ไปให้ลูกไม่ใช่หรือ ! อีกหกวันลุง​จะมาฟังอีกที เกินจากนี้​ไป​เขา​จะย้ายเอ็ง​ไปขัง​ที่อื่น ตอนนั้น​ลุงช่วยไม่​ได้แล้ว​นะ" ลุงจ่าบอกสำทับ​กับเธอก่อน​ที่​เขา​จะกลับ​ไป

เย็นวัน​ที่หกนับ​แต่เธอถูกจับขัง ก็มีหญิงสาวไทยใหญ่อีกคนหนึ่ง​ถูกส่งตัวเข้ามาอยู่​ในห้องขังเดียว​กับเธอด้วยข้อหาคล้ายๆ​กัน เธอแก่กว่าไหมคำสี่ห้าปี ร่างกายเธอผ่ายผอมเหมือนไม่สบาย ต่างคนต่างดีใจ​ที่พบคนเชื้อชาติเดียวกัน ไหมคำปรับทุกข์ให้หญิงคนนั้น​ฟังเรื่อง​ของเธอ ​และเล่าถึงเรื่อง​ครอบครัวของเธอ​ที่เมืองตองกี หญิงคนนั้น​สนใจเรื่อง​อ้ายไจมาก ​และถามถึงอาการโรค​ที่​เขา​เป็น​โดยละเอียด แล้ว​เธอก็บอกว่าอ้ายไจ​เป็นโรคร้ายแบบเดียว​กับ​ที่ผัวเธอ​เป็น​และตาย​ไป​เมื่อสี่ปี​ที่แล้ว​ ตัวเธอเองก็​ได้ติดโรคนั้น​จาก​เขา !

ไหมคำรู้สึกเย็นวูบเข้า​ไปถึงไขสันหลังทันที​ที่​ได้รู้ว่าอ้ายไจ​เป็นอะไร​ตาย ​ที่เมืองตองกีไม่ค่อยมีคนรู้จักโรคนี้ ​และไม่มีคนสนใจ​ที่​จะพูดถึง เธอเองเคย​ได้ยินเรื่อง​นี้เพียงผิวเผิน​และก็ไม่ค่อยเข้าใจ ​แต่ตอนนี้เธอเข้าใจ​เป็นอย่างดีในสิ่ง​ที่​เป็น​ไปแล้ว​ ​และ​ที่​จะ​ต้องเกิดขึ้น​ข้างหน้า

คืนนั้น​เธอร้องให้อีก เธอคิดถึงลูกสาวตัวน้อยคนเดียวเท่านั้น​ ต่อ​ไปแก​จะอยู่​อย่างไร​ถ้าไม่มีเธอ ! พ่อแม่ก็แก่แล้ว​หวังพึ่งฝากฝังอะไร​คงไม่​ได้ในชนบทนอกเมือง​ที่แร้นแค้นอย่างนั้น​ ไหมคำนอนคิดเรื่อง​นี้อยู่​จนใกล้รุ่ง...​

"ว่าไงอีไหมเอ๋ย ! วันนี้วันสุดท้ายแล้ว​นะ ลุงมาฟังคำตอบ" ลุงจ่าเอ่ยปากถามทันที​ที่พบหน้าเธอ ​เขาไม่แน่ใจในคำตอบของสาวไทยใหญ่หน้าตาดีคนนี้ ว่า​จะออกมาแบบไหน ผู้หญิงไทยใหญ่บางคนใจเด็ดนัก ​เขารู้ !

"ลุงเจ้า ฝากบอกคุณท่านด้วยว่า ​ถ้าให้เงินเดือนข้าเจ้าสามพันห้า ข้าเจ้า​จะทำงานรับ​ใช้คุณท่านทุกอย่างจนวันตาย ​จะไม่​ไปไหนอีกแล้ว​" นี่​คือคำตอบของ ไหมคำ ตากลมงาม​ทั้งคู่ของเธอมีน้ำตาคลออยู่​ มันมีแวววิงวอน​ที่ลุงจ่ามองเห็น​ได้ชัด ​แต่ลึกลง​ไป ยังมีแววของ​ความชิงชัง เคียดแค้น​และสมหวังปนอยู่​ด้วยกัน ​ซึ่งคนอย่างลุงจ่าไม่มีวัน​จะเข้าใจ​ได้เลย​ ไหมคำ​ได้ทิ้งไพ่ใบเดียว​ที่เธอมีอยู่​แล้ว​ !

ลุงจ่ายิ้มอยู่​ในหน้า สาวไทยใหญ่คนงามเดินตามทาง​ที่​เขา​กับคุณท่านปูไว้ให้ทุกก้าว เงินเดือน​ที่เธอขอมาเท่า​กับ​ที่คุณท่านให้​เขามาต่อรอง​พอดี...​..O

 

F a c t   C a r d
Article ID A-1064 Article's Rate 10 votes
ชื่อเรื่อง ไหมคำ
ผู้แต่ง ชาร ทิคัมพร
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๙ กรกฏาคม ๒๕๔๘
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๑๐๑๙ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๔ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๔๕
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-5281 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 09 ก.ค. 2548, 08.30 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : Poceille [C-5327 ], [161.200.255.162]
เมื่อวันที่ : 15 ก.ค. 2548, 16.25 น.

​เป็นการ "หักหลังผู้ชาย" ​ได้อย่างนิ่มนวล หากเจ็บปวดมากจริง ๆ​ ค่ะ​


​เอาดอกไม้มาฝากคร้าบบบบบบ

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : add [C-5341 ], [203.188.29.251]
เมื่อวันที่ : 18 ก.ค. 2548, 14.33 น.

นั่นเองว่าผู้ชายหาย​ไปไหนกันหมด ฮี่ๆ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : จายหน่อแสง ดอยสูง [C-14294 ], [125.24.120.214]
เมื่อวันที่ : 05 ก.ค. 2551, 08.37 น.

ฟังดูแล้ว​ดีมากเรื่อง​มันกระชับดี​แต่อยากให้เพิ่มเติม​ที่ว่าตอนไหมคำ​ไปอยู่​​กับคุณท่านซักตอนหนึ่ง​ก็ยังดี ไหมคำตัดสินใจถูกแล้ว​ในระยะสั้น ก็​เพราะว่าไหนๆ​ๆ​ไหมคำเองก็​ต้องตาย​เป็นแน่ ​เนื่องจากผัว​เขาตาย​เพราะโรคนี้ไหมคำก็คงมีเชื้อแล้ว​แหล่ะ​แต่มันยังไม่แสดงอาการเท่านั้น​เองไหนๆ​ๆ​ก็​ต้องตายในระยะอันนี้อยู่​แล้ว​​จะ​ได้​เอาคืน​ความแค้นมั้ง"​แต่ในระยะยาวล่ะกลัวไอ้คุณท่านนั้น​​จะไม่เล่นไหมคำคนเดี่ยวนะสิ ​ถ้ามันรู้ตัวว่ามันมีโรคร้ายแล้ว​เห็นสาวไทยใหญ่คนไหนสวยๆ​ๆ​กลัวมัน​ไปเรียกมานอนด้วยนะสิมัน​จะส่งผลในวงกว้างออก​ไปอีกไม่รู้เท่าไหร่ สาวไทยใหญ่เหล่านั้น​ก็​จะขยาย​ไปเรื่อยๆ​ๆ​อย่างนี้นะนะกลัวมากเลย​ฯผมขอแสดง​ความดิดเห็นเท่านี้ละครับ​(ใหม่สูง)ขอให้คนไตเราจงขึ้น​ใหญ่.

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น