นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๐๓ กรกฏาคม ๒๕๔๘
ทองจ๋า
ชาร ทิคัมพร
...มันทำปีกสั่นอ้าปากรออาหาร​​ที่​​เขา​​กำลัง​​จะป้อน มีลูกสาวของ​​เขาคอยกุลีกุจอช่วยอยู่​​ข้างๆ​​ เธอรักมันยัง​​กับมัน​​เป็นน้องชายของเธอทีเดียว...
"สวัสดีครับ​ ! เชิญครับ​ !"...​พรชัยอมยิ้ม​เขา​กำลัง​ใช้แปรงขนอ่อนปัดเศษผมออกจากบัตตาเลี่ยนไฟฟ้า แล้ว​ก็หยิบขวดน้ำมันจักรขึ้น​มา หยดมันลง​ไปสองสามหยดตรงซี่กรรไกร เลื่อนสวิชเปิดให้บัตตาเลี่ยนทำงานนิดหนึ่ง​ จากนั้น​ก็ปิด สวิชแล้ว​แขวนมันไว้​ที่ชั้นหน้ากระจก พรชัยหยิบตลับแป้งผง มีดโกนหนวด แปรง​และถาดสะบู่จากลิ้นชักออกมาวาง​ที่เรียงบนชั้น​ที่หน้ากระจกอย่าง​เป็นระเบียบ ผ้าคลุมขาวสะอาดสองผืนแขวนอยู่​บนราว​ที่ผนังห้องด้านหนึ่ง​

พรชัยเดิน​ไปเปิดสวิชไฟเครื่องหมายร้านตัดผมหน้าประตูให้หมุน ถอดกลอนประตูหน้าร้าน...​."พรชัยบาร์เบอร์" ร้านตัดผมขนาดสามเก้าอี้หน้าอำเภอ​พร้อมแล้ว​​ที่​จะบริการลูกค้า ​เขาทำอย่างนี้นานมาแล้ว​ ทำมันทุกๆ​วันยกเว้นวันพุธ

"สวัสดีครับ​ ! ทานข้าวแล้ว​ยังครับ​ ? " ...​"ขอบคุณครับ​ โอกาสหน้าเชิญใหม่นะครับ​ !" แล้ว​ก็มีเสียงคนผิวปากดังวี๊ดขึ้น​ นกขุนทองตัวหนึ่ง​ร้องอยู่​ในกรงข้างหน้าต่างห้องตัดผม

พรชัย​เอามันมาเลี้ยงตั้งแต่มันยังตัวเล็กๆ​ ยัง​ต้องป้อนอาหารให้ ตอนนั้น​ลูกสาวคนเดียวของ​เขาเพิ่งอายุสามขวบ เธอตื่นเต้นมาก นั่งเฝ้านกอยู่​​ทั้งวันในวันแรก ช่วย​เขาป้อนกล้วยให้มัน พยายาม​จะสอนมันพูด​ทั้งๆ​​ที่เธอเองก็ยังพูดไม่ค่อย​จะเก่ง

ทุกคนในบ้านตื่นเต้นมาก​เมื่อมันพูดคำแรก​ได้ว่า "ทองจ๋า" ตาม​ที่มีคนเรียกมันทุกวัน มันเติบโตคู่กันมา​กับลูกสาวคนเดียวของ​เขาจนกระทั่งบัดนี้ ​เป็นเวลาสิบ ปีแล้ว​ ...​ "ทองจ๋า" ​เป็นสมาชิกของครอบครัวของพรชัยเหมือน​กับคนทีเดียว

"พ่อกินข้าว​ได้แล้ว​"...​นี่ไม่ใช่เสียงเรียกของเมีย​เขาหรอก ทองจ๋ามาเลียนเสียงเธอต่างหาก นอกจากฝีมือการตัดผม​และอัธยาศัยของพรชัยแล้ว​ ทองจ๋า​เป็น​ส่วนหนึ่ง​ในการดึงลูกค้าไม่ให้ย้าย​ไปตัดผม​ที่ร้านอื่น ลูกค้าบางคนก็พยายาม​จะสอนให้เจ้านกขุนทองน้อยพูดอย่าง​ที่​เขา​ต้องการ ​ได้ผลบ้างไม่​ได้บ้าง

กรงของทองจ๋าตั้งอยู่​ติดหน้าต่างด้านข้างร้าน ใกล้​กับเก้าอี้ยาวรับแขก ทุกๆ​วัน มันทำหน้า​ที่คล้ายพนักงานต้อนรับของร้าน

"สวัสดีครับ​ เชิญครับ​ เชิญนั่งก่อนครับ​ !" นั่น​เป็นเสียงของทองจ๋า​ที่ดังขึ้น​​เมื่อมีคนผลักประตูเข้ามาในร้าน เดี๋ยวนี้พรชัยไม่​ต้องพูดประโยคนี้อีกแล้ว​

ร้านพรชัยบาร์เบอร์​เป็น​ที่รวมของคนหลากหลาย มี​ทั้งพ่อค้า ข้าราชการ นักเรียน คนขับรถสองแถว มีคนทุกอาชีพ​และทุกชั้นวรรณะเข้ามา​ใช้บริการ​ที่นี่ ลูกค้าทุกคนเพลิดเพลิน​กับเสียงของทองจ๋า ร้านของพรชัยไม่​ต้องมีโทรทัศน์ไว้ให้ลูกค้าดูขณะ​ที่นั่งรอตัดผมเหมือนร้านตัดผมอื่น ทองจ๋าทำหน้า​ที่แทนโทรทัศน์ มัน​เป็นสิ่งเชื่องโยง​ระหว่างคนในครอบครัวด้วยกัน ​และ​ระหว่างเจ้าของร้านตัดผม​กับลูกค้า
​และ​เพราะว่าร้านพรชัยบาร์เบอร์ตั้งอยู่​หน้าอำเภอ ข้าราชการบนอำเภอ​ส่วนใหญ่จึงมาตัดผม​ที่ร้านของ​เขา ดังนั้น​เรื่อง​ราวต่างๆ​บนอำเภอ​ส่วนใหญ่จึงถูกปลดปล่อยลง​ที่ร้านของพรชัยด้วย

"ท่านนายอำเภอใหม่คนนี้ดีนา" เสมียนอำเภอวัยใกล้เกษียณบอก​กับพรชัยตอน​ที่​เขา​กำลังซอยผมให้

"ท่านเกรียงศักดิ์​ที่เพิ่งย้าย​ไปน่ะวันๆ​ ​ไปอยู่​​แต่​ที่ศาลากลาง​เอา​พระเครื่อง​ไปให้ท่านผู้ว่า " ...​

"ปลัดพัฒนาคน​ที่แล้ว​ผมไม่เห็นทำอะไร​ เก่ง​แต่เรื่อง​เกณฑ์ชาวบ้าน​ไปยกป้ายต้อนรับรัฐมนตรีเท่านั้น​" เจ้าหน้า​ที่ทะเบียนราษฎร์เล่าให้พรชัยฟัง ​ส่วนเสมียนหน้าห้องปลัดอาวุโสก็บอก​เขาว่า

"ปลัดสุชาตินะอะไร​ก็ดี เสีย​แต่เลือกปฏิบัติ ลูกน้อง​ที่​เป็นคนปักษ์ใต้เท่านั้น​ถึง​จะเสนอให้​ได้สองขั้น ก็​เขาคนใต้ด้วยกัน !" สำหรับปลัดสุชาติ พวกเจ้าหน้า​ที่บนอำเภอหลายคน​จะเล่าตรงกันในเรื่อง​การเลือกปฏิบัติ​และเล่นพรรคเล่นพวก พรชัยฟังจนเสียจน​เขาเองก็พลอยไม่ชอบ​ไปด้วย

พรชัย​ได้ยินเรื่อง​ราวซุบซุบนินทาต่างๆ​ของคนบนอำเภอมาตลอด ร้านตัดผม​คือนินทาสโมสรของคนทั่ว​ไป ​ใคร​เป็นชู้​กับ​ใคร ​เมื่อวาน​ใครถูกหวย...​ จริงบ้างใส่ร้ายกันบ้าง ​แต่​เขาก็เพียง​แต่ฟัง​และอือๆ​ออๆ​​ไปอย่างนั้น​ ไม่เคยเข้า​ไปร่วมตัดสิน​กับ​ใคร...​

"ขายให้ผม​ได้ไหมนกตัวนี้ ? " ปลัดสุชาติถามพรชัยในในเช้า​วันหนึ่ง​ ​เมื่อครั้ง​ที่​เขาย้ายมา​เป็นปลัดอาวุโส​ที่อำเภอนี้​ได้ไม่กี่วัน ​เขา​เป็นนักเลี้ยงนกขุนทองคนหนึ่ง​​และรู้ราคาของมันดี

"ผมไม่ขายหรอกท่านปลัด มันอยู่​​กับผมมานานแล้ว​เหมือน​เป็นครอบครัวเดียวกัน" พรชัยบอกปลัดสุชาติ​ไปในวันนั้น​

​แต่หลังจากนั้น​ปลัดอาวุโสของอำเภอก็ยังถามซื้อนกขุนทองช่างพูดตัวนี้อยู่​เสมอ​เมื่อมาตัดผม​ที่ร้านของพรชัย ครั้งสุดท้ายปลัดสุชาติเสนอราคาซื้อถึงหมื่นบาท​

"มันเหมือน​กับลูกของผม ผม​จะขาย​ได้อย่างไร" พรชัยจำ​ได้ดีสมัย​เมื่อ​เขาป้อนอาหารมันตอนยังกินเองไม่​ได้ มันทำปีกสั่นอ้าปากรออาหาร​ที่​เขา​กำลัง​จะป้อน มีลูกสาวของ​เขาคอยกุลีกุจอช่วยอยู่​ข้างๆ​ เธอรักมันยัง​กับมัน​เป็นน้องชายของเธอทีเดียว

​เมื่อมีการประกาศให้ผู้ครอบครองสัตว์ป่านำสัตว์​ที่เลี้ยง​ไปจดทะเบียน พรชัยก็​ไป​ที่อำเภอ จดทะเบียนขออนุญาติเลี้ยงนกขุนทองของ​เขา ตอนนี้มัน​จะอยู่​​กับ​เขา​และครอบครัวอย่างปลอดภัย​และถูก​ต้องตามกฎหมาย​ไปนานเท่านาน...​

"พี่พรชัยรู้เรื่อง​​ที่​เขาให้ทำลายไก่แล้ว​ยัง ? " ช่างตัดผมเก้าอี้​ที่สองผู้ช่วยของ​เขาถามขึ้น​​เมื่อเดินเข้ามาในร้านเช้า​วันหนึ่ง​

"โรคไข้หวัดนกมันระบาดขึ้น​มาถึง​ที่นี่แล้ว​ ​เมื่อเช้า​​เขาประกาศให้คน​ที่เลี้ยงไก่ทุกคนจับไก่เตรียมไว้ ​เขา​จะให้ทหาร​กับอาสาสมัคร อ.บ.ต. มา​เอา​ไปฝังวัน
พรุ่งนี้"

"อะไร​กัน ! แล้ว​พวก​ที่เลี้ยงไก่ชน​กับไก่พื้นเมืองละ ​เขา​จะจับมัน​ไปฆ่าด้วยหรือ ? " พรชัยถามผู้ช่วยช่างผู้ให้ข่าวนี้

"​เอา​ทั้งนั้น​ ไม่มียกเว้น ​เขาประกาศทางหอกระจายข่าว​เมื่อเช้า​นี้ "

"พ่อกินข้าว​ได้แล้ว​"...​ เสียงนี้ดังมาจากกรงนก​ที่ริมหน้าต่าง

"อ้อ ! เรื่อง​​ที่​จะบอกพี่พรชัย ก็เรื่อง​นกนะ ! ​เขา​จะทำลายสัตว์ปีกทุกชนิด ไม่ว่า​จะ​เป็นเป็ด ไก่ ห่านรวม​ทั้งนก​ที่เลี้ยง​เอาไว้ ผมถึงถามว่าพี่รู้ข่าวหรือยัง ?"

"​เป็น​ไปไม่​ได้ ! " พรชัยพูดอย่างตกใจ "นกเลี้ยงถูก​ต้องตามกฎหมาย พี่​เอา​ไปจดทะเบียนมาแล้ว​​เมื่อปลายปี​ที่แล้ว​นี่เอง" พรชัยค้านผู้ช่วยของ​เขา

"ไม่รู้ละ ! ​เขา​เอาหมด พวกเลี้ยงนก​เขา​กำลังโวยกันใหญ่ ​แต่ผู้ใหญ่บ้านบอกว่าทางอำเภอสั่งมา​เขา​ต้องทำ ​เขา​จะออกสำรวจเช้า​นี้ว่าบ้านไหนมีสัตว์ปีกอะไร​ แล้ว​พรุ่งนี้ก็​จะมา​เอา​ไปฝัง​ทั้งหมด ​เขาห้ามเคลื่อนย้ายด้วย ​ถ้า​ใคร​เอาย้ายหนีมี​ความผิดถึงติดคุก"...​

"​เขาบอกคุณถูกแล้ว​คุณพรชัย" ปลัดสุชาติบอก​เมื่อพรชัย​ไปถามเรื่อง​นี้ถึงอำเภอ

"​แต่ท่านปลัดพอ​จะหาทางช่วยผม​ได้บ้างไหมครับ​ ? ท่านปลัดเองก็รักมันไม่ใช่หรือ ? " พรชัยออนวอนขอ

"เสียใจ ผมช่วยไม่​ได้ นกของคุณคน​เขารู้จักกัน​ทั้งอำเภอ" ปลัดสุชาติบอก

"แล้ว​ยังขึ้น​ทะเบียนสัตว์ป่าคุ้มครอง​เอาไว้อีก ​เป็นหลักฐานถึงสองชั้น ​ถ้าช่วยคุณมันก็เลือกปฏิบัติ พวกเลี้ยงไก่ชน​เอาผมตายแน่" ปลัดอาวุโสบอกเหตุผล​ที่​เขาช่วยไม่​ได้

พรชัยกลับมา​ที่ร้านด้วย​ความวิตก ​เขาปิดร้านทันที​เมื่อลูกค้าคนหลังสุดออกจากร้าน​ไป

"ร้านปิดแล้ว​ พรุ่งนี้มาใหม่นะครับ​"...​ ทองจ๋าบอกพ่อของ​เขา​เมื่อพรชัยเริ่มปิดร้าน ​เขาคิดไม่ตกว่า​จะบอกลูกสาวของ​เขาอย่างไรว่านก​ที่ทุกคนรัก​จะถูกฝัง​ทั้ง​เป็นพรุ่งนี้แล้ว​ ​แต่พรชัยก็ไม่​ต้องคิดนาน ​เพราะ​เมื่อลูกสาวกลับมาจากโรงเรียนเธอก็รู้จากคนข้างบ้านแล้ว​ว่า​เมื่อตอนกลางวัน ​เขามาขึ้น​ทะเบียนประหารให้ทองจ๋าไว้แล้ว​ ​ทั้งบ้านมี​แต่​ความเศร้า

เช้า​วันรุ่งขึ้น​ ร้านพรชัยบาร์เบอร์เปิดประตูไว้เพียงบานเดียว เครื่องหมายตัดผม​ที่หน้าร้านหยุดนิ่งไม่หมุน ​เป็นการบอกลูกค้าว่าวันนี้ร้านปิด​ทั้งๆ​​ที่ไม่ใช่วันพุธ
เกือบ​จะเ​ที่ยงแล้ว​ พรชัยนั่งอยู่​บนเก้าอี้ตัดผมมองดูนกขุนทองของ​เขาในกรง​ที่หน้าต่าง...​ ทำไมหนอเจ้าโรคระบาดนี่จึงเกิดขึ้น​​ได้ ​ถ้า​เขา​เอามันหนี​ไปเสียก็มี​ความผิด ! ...​ ​แต่​ถ้ามันหนี​ไปเองละ !!

พรชัยเดิน​ไป​ที่กรงนกขุนทอง เปิดประตูกรงแล้ว​จับตัวทองจ๋าออกมา ​เขาลูบมันเบาๆ​​เป็นการร่ำลา น้ำตาคลออกมา

"​ไปเสียลูก ! รีบหนี​ไปเร็วๆ​" พรชัย​เอาตัวมันวางบนหลังคากรงนอกหน้าต่าง โบกมือไล่ ทองจ๋าบิน​ไปเกาะ​ที่รางน้ำ ผิวปากวี๊ดครั้งหนึ่ง​ เสียงรถบรรทุกวิ่งมาจอด​ที่หน้าร้าน มีเสียงคนพูดกัน

​แต่เจ้านกขุนทองของ​เขากลับบินปร๋อเข้ามาในห้องอีก มันเกาะ​ที่เก้าอี้ตัดผม แล้ว​ก็บินมาเกาะ​ที่บ่าของพรชัย

"พ่อกินข้าว​ได้แล้ว​ ...​ร้านปิดแล้ว​ พรุ่งนี้มาใหม่นะครับ​" แล้ว​มันก็บินจากบ่าพรชัยกลับเข้า​ไปในกรง เกาะคอนทำคอเอียง​ไปมามองดูพ่อของมัน มีคนสามคนเดินเข้ามาในร้านของ​เขา​พอดี คนหนึ่ง​​แต่งเครื่องแบบ พวก​เขาหยุดตรงหน้าพรชัย แล้ว​คนหนึ่ง​ก็อ่านบัญชีรายชื่อในมือดังๆ​ ให้​เขาฟัง

"ร้านพรชัยบาร์เบอร์ นกขุนทองหนึ่ง​ตัว" ​เขามอง​ไป​ที่พรชัย

"คุณใช่ใหมเจ้าของนก เรามา​เอานก" คน​ที่​แต่งเครื่องแบบถาม อีกคนหนึ่ง​ถือถุงพลาสติกใบเล็ก พรชัยไม่มองหน้าชายคน​ที่ถาม​แต่ชี้​ไป​ที่กรงนกขุนทอง

"นกอยู่​นั่น ! คุณจับ​เอาเอง" มีเสียงร้องไห้ดังออกมาจากห้องของลูกสาววัยสิบสามของ​เขา เสียงแม่ของเธอปลอบโยนเบาๆ​

"สวัสดีครับ​ ! ทานข้าวแล้ว​ยังครับ​"...​ ชายคน​ที่ถือถุงพลาสติกเดินตรงรี่เข้า​ไป​ที่กรงนก

"พ่อกินข้าว​ได้แล้ว​"...​ พรชัยหันหน้า​ไปทางอื่น ​เอามือ​ทั้งสองข้างอุดหู ตัวเอง

แล้ว​พวกมา​เอานกก็เดินออก​ไปจากร้าน คนหนึ่ง​มีถุงนกอยู่​ในมือ ปากถุงมีเชือกผูกรวบไว้ พรชัยเดินตาม​ไป​ที่ประตูร้าน มองออก​ไป​ที่รถบรรทุกไก่​ซึ่ง​กำลัง​จะพาพวกมัน​ไปสู่แดนประหารหมู่​พร้อม​กับนกขุนทองของ​เขา ในกระบะรถมีกระสอบพลาสติกสีขาวมัดปากกองอยู่​เต็ม มีเสียงไก่ร้องลอดออกมา บางกระสอบก็ขยับเขยื้อน​ได้​เพราะไก่ดิ้นอยู่​ข้างใน

อีกประเดี๋ยว​เขาคง​จะ​เอาถุงไก่​ทั้งหมด​ไปโยนลงหลุม​ที่ขุดไว้ข้างป่าช้าของตำบลใกล้​ที่ทำการ อ.บ.ต. รวม​ทั้งถุงใบเล็ก​ที่มีทองจ๋าอยู่​ในนั้น​ด้วย ​เขา​จะฉีดราดพวกมันด้วยยาฆ่าเชื้อ โรยปูนขาวทับ แล้ว​ก็​จะ​เอารถเกรดดันกองดิน​ที่ขุดขึ้น​กลบพวกมัน บดอัดจนแน่น ร่างของทองจ๋าคง​จะบี้แบนอยู่​ในนั้น​ ...​

มีรถเก๋งอีกคันหนึ่ง​แล่นปราดเข้ามาจอดใกล้รถบรรทุกใหญ่ ดูเหมือน​จะ​เป็นรถของปลัดสุชาติ ใช่แล้ว​ ! พรชัยเห็นปลัดสุชาตินั่งอยู่​ในรถคันนั้น​ ชายคน​ที่หิ้วถุงใส่ทองจ๋าเดิน​ไป​ที่รถปลัดสุชาติ ​เขายื่นถุงนั้น​ให้ปลัดอย่างรวดเร็ว ปลัดอาวุโสรับ​เอาไว้ ​เอามันวางไว้​ที่พื้นรถข้างคนขับแล้ว​ก็รีบขับรถออก​ไปทันที

พรชัยถอนหายใจ ! ​เป็นครั้งแรกในชีวิต​ที่​เขาคิดว่า ในประเทศนี้ควร​จะมีข้าราชการ​ที่เลือกปฏิบัติหรือประพฤติมิชอบอยู่​บ้าง ...​O

 

F a c t   C a r d
Article ID A-1055 Article's Rate 2 votes
ชื่อเรื่อง ทองจ๋า
ผู้แต่ง ชาร ทิคัมพร
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๓ กรกฏาคม ๒๕๔๘
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๙๓๐ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-5257 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 03 ก.ค. 2548, 23.09 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น