นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๐๕ สิงหาคม ๒๕๕๒
เลือดต่างสี
นพ ณ กันยา
...“หนูไม่รู้ว่าทำไม พ่อถึง​​ไปมัวหลงงมงายอยู่​​​​กับไอ้คนแบบนั้น​​” “แล้ว​​คน​​ที่แก​​ไปร่วม ขบวนเย้วๆ​​ ​​กับ​​เขาอยู่​​นั่นนะ​​เป็นคนดีนักแล้ว​​หรือไง”...
“หนูไม่รู้ว่าทำไม พ่อถึง​ไปมัวหลงงมงายอยู่​​กับไอ้คนแบบนั้น​”
“แล้ว​คน​ที่แก​ไปร่วม ขบวนเย้วๆ​ ​กับ​เขาอยู่​นั่นนะ​เป็นคนดีนักแล้ว​หรือไง”
“เราก็ไม่​ได้ทำอะไร​ผิด นี่คะ​พ่อ เราแค่ชุมนุมกันอย่างสงบ”
 
หลายวันมานี่พร​กับพ่อเริ่มทะเลาะกันรุนแรงมากขึ้น​ทุกที ​ทั้งสองถกเถียงกัน​เป็นเรื่อง​​เป็นราวอย่างนี้มาหลายวันติด  
“แล้ว​นี่แกก็ใกล้​จะสอบอยู่​แล้ว​ ทำไมไม่ตั้งใจ เรียน ไม่เตรียมตัวสอบ”
“พ่อค่ะ​ หนูรู้นะคะ​ว่าหนู​กำลังทำอะไร​อยู่​” พรไม่มีทีท่า​ที่​จะยอมให้พ่อแน่ของหล่อน​ได้เลย​
“รู้ แกรู้แน่แล้ว​หรือ รู้ จริงๆ​ เหรอ ว่าแก​กำลังทำอะไร​อยู่​”
“ใช่คะ​ หนูรู้ ว่าหนู ​กำลังปกป้องประเทศ ชาติ หนูรักชาติ รักแผ่นดิน นี้ ​จะไม่ยอมให้​ใครมาทำลายชาติ”

“พ่อคะ​ พ่อไม่รักชาติเหรอค่ะ​...​.”
หล่อนถามออก​ไป​โดย​ที่ไม่ทัน​ได้คิด ​แต่​เมื่อพ่อของหล่อนนิ่ง​ไป​กับคำถามนี้ของหล่อน มันจึงทำให้หล่อนชะงัก​ไปบ้าง ​แต่สุดท้ายแล้ว​ เหมือนอารมณ์มันมาถึง​ที่สุดมันทำให้หล่อน รู้สึกเหมือนอยาก​จะ​เอาชนะมากกว่า​จะคิดถึง ​ความถูก​ต้อง​ความดีงาม ​ทั้งหลาย​ทั้งปวง หล่อนจึงโพล่ง ออก​ไป
“พ่อคะ​ ​เมื่อไร พ่อ​จะเลิกโง่​ไปหลง เชื่อไอ้คนโกงชาติ แบบนั้น​เสียที”
เพี้ย
 
เสียง ดังสนั่น จน พร หน้าหันเซ ถลา โหนกแก้ม ​ที่แดงระเรื่อ ตามวัยของหล่อนกลับแดงก่ำ ​เป็นรอยมือ อันหนาใหญ่ ของผู้​เป็นพ่อ
“พ่อ”
น้ำตา ของหล่อนไหลอาบแก้ม ดวงตาแดงก่ำ ด้วยน้ำตา แห่ง​ความเสียใจ ​และ ​ความแค้น ผู้​เป็นบิดา ผู้หลงผิด จนถึง ขั้น ทำร้าย ลูกในไส้ ตนเอง​ได้ถึงขนาดนี้
 
แล้ว​สงคราม ​ระหว่าง พ่อ​กับลูกสาวก็สงบลง ชุมพล นั่ง คอตก มองฝ่ามือตัวเอง ​ที่ สร้าง รอยแตกร้าว บน ลูกแก้ว ​ที่​เขาหวงแหน มาตลอดชีวิต ทะนุถนอมมา ดั่งแม่ ​และพ่อ ในเวลาเดียวกัน พร ปึงปัง ขึ้น​ชั้นสองของบ้าน ปิดประตู ห้องนอน เสียงดัง โครม ปล่อยให้ผู้​เป็นพ่อชะเง้อคอมองด้วย ดวงตา ​ที่พร่าเลือน ​เพราะน้ำใสๆ​ๆ​ ​ที่มันเอ่อล้น
 
เช้า​วันใหม่ ชไมยพร ไม่​ได้ สวมชุดนักศึกษา เหมือนเช่นเคยหล่อน อยู่​ในชุดกางเกงยีน ​และรองเท้าผ้าใบ อันทะมัดทะแม่ง ​กับเสื้อยืด สีสดใส ​ที่มีตัวหนังสือ กู้ชาติ อยู่​เต็มอก หล่อนเดินผ่าน ห้องครัว เหมือน​จะอวดอ้าง ​ความคิดของหล่อนให้อีกฝ่ายหนึ่ง​​ได้เห็น ในจุดยืน ของ หล่อน
 
“ไม่กินอะไร​เสียหน่อย​หรือลูก พ่อเตรียม ข้าวเช้า​ไว้ให้”
หล่อนไม่ใส่ใจต่อพ่อของหล่อนเลย​​แม้​แต่น้อย เดินปั้นปึง ออก​ไป ชุมพลมองตามหลังลูกสาว ส่งแรงใจ​ไปให้หล่อนปลอดภัย หล่อนไม่อาจ​จะรู้​ได้เลย​ว่า ในใจพ่อของหล่อน นั้น​ ​เป็นห่วงเพียงไหน
 
การประท้วง ยังคง ดำเนินต่อ​ไป ชุมพล ​ไปทำงานตามปกติ ตอนเช้า​​ที่ทำงาน ​เขาดูหนังสือพิมพ์ ตรวจสอบ ข่าว สาร อย่างละเอียด ถึงสถาน​ที่​ที่ชุมนุม ตกเย็นกลับถึงบ้านก็ตรง​ไปเปิดโทรทัศน์เฝ้าดู เหตุการณ์บ้านเมืองสถานการณ์ว่าตึงเครียดแค่ไหน ชไมยพร ลูกสาวของ ชุมพล กลับบ้านบ้าง​เป็นบางครั้ง ​เพื่อมาเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้ว​กลับ​ไปใหม่ เหตุการณ์​เป็นเช่นนี้อยู่​หลายวัน ในช่วงเวลา​ที่การประท้วง ​ที่มีทีท่าว่า​จะยืดเยื้อออก​ไปอีก
 
ทุกครั้ง​ที่ลูกสาวกลับมาบ้าน ชุมพล​จะยิ้ม ​และกุลีกุจอรีบ​ไปเปิดประตู ​และส่งยิ้มอย่างอ่อนโยนเหมือน​จะ​เป็นขอโทษ​ไปยังลูกสาว หล่อนมัก​จะทำ​เป็นเมินเฉย เหมือนมองไม่เห็น​แม้เงาของผู้​เป็นพ่อ ผู้​เป็นพ่อ​ได้​แต่ยืนยิ้มเก้อๆ​ ต่ออากัปกิริยาของลูกสาว ​เขาเหงา ​และเศร้าซึม ลง​ไปมากตั้งแต่เหตุการณ์วันนั้น​ วัน​ที่​เขา ​ได้ทำร้ายลูกสาวตัวเองด้วยอารมณ์โกรธเพียงอย่างเดียว
 
สายตาของผู้​เป็นพ่อดูหมองหม่น  ​เขานั่งเหม่อลอยเพียงลำพังคนเดียว แหงนหน้ามอง​ไปตามข้างฝาบ้าน​ที่เต็ม​ไปด้วยภาพ​ความสุขเก่าๆ​ ​ระหว่างพ่อกลับลูก ภาพ​แต่ละภาพ​ที่​เป็นตัวแทน ช่วงวัยเยาว์ ​เป็นเหมือนภาพแทน​ความห่วงใย ​และทะนุถนอม ของผู้​เป็นพ่อ​ที่มีต่อลูก ลูกสาว​เขาเติบโตมา​โดยไม่มีแม่ มันทำให้หล่อนเก่งกล้า กระโดกกระเดกไม่ค่อยมี​ความ​เป็นหญิง
 
 
พร นอนอยู่​ท่ามกลางกลุ่มผู้ชุมนุม หลังจากการนั่งฟัง แกนนำผู้ชุมนุม ​ที่ผลัดกันขึ้น​เวทีปราศรัยว่ากล่าวโจมตีฝ่ายตรงข้ามกันอย่างเมามัน บางคนเริ่มด่าทอด้วยวาจา​ที่หยาบคาย ​และรุนแรง ​ทั้ง​ที่ มีตำแหน่ง มี​ความรู้​ทั้งนักวิชาการ​และระดับอาจารย์ ด้วยกัน​ทั้งนั้น​ ​แต่หลายคน​ที่​เมื่อยืนอยู่​บนเวที กลับ​ใช้ถ้อยคำหยาบคายไม่ต่างกัน เน้นให้ปลุกเร้า มากกว่า​จะว่าด้วย​ความจริง​และเหตุผล

คืนนี้พรนอน อยู่​ท่ามกลางกลุ่มผู้ชุมนุม ดึกแล้ว​เกือบ​จะ ตีหนึ่ง​อยู่​แล้ว​ เด็กน้อยคนหนึ่ง​​ที่ติดตามแม่มาด้วย ​เพราะว่า​ที่บ้านไม่มีคนดูแลจึง​ต้องมาลำบากร่วมกลับพ่อ​และแม่ผู้มีอุดมการณ์เดียวกันกลับ พร เด็กน้อย นั่งอ่านหนังสือนิทาน อยู่​ข้างๆ​ แม่ของเธอ​ที่หลับใหล​ไปด้วย​ความอ่อนเพลีย
"ยังไม่นอนอีกเหรอจ๊ะ​"
สาวน้อย ส่ายหน้า ​แต่ไม่​ได้ตอบอะไร​ พรจึงเขยิบตัวเข้า​ไปใกล้ๆ​
"อ่านหนังสือออกแล้ว​เหรอ กี่ขวบแล้ว​ค่ะ​"
"4 ขวบค่ะ​"
"อ้าวเหรอ แล้ว​อ่านหนังสือออกแล้ว​หรือค่ะ​"
"อ่านไม่ออกค่ะ​" เด็กน้อย ตอบซื่อ ชไมยพร ลูบหัวเด็กน้อยอย่างเอ็นดู
"งั้นมาพี่อ่านให้ฟังนะ" พร ​เอาหนังสือ มาอ่านแล้ว​เด็กน้อย ยิ้มตอบ​พร้อมกลับ ค่อยเลื่อนตัวเองลงนอนข้างกายแม่ของเธอ​ที่หลับสนิท​พร้อมด้วยเสียงกรน เบาๆ​
พรเปิดนิทานเล่มนั้น​ ภาพ​ความทรงจำเก่า ​เมื่อยังเล็กของหล่อนเหมือนมันโฉบเข้ามา​โดยไม่​ได้ตั้งใจ นิทานเรื่อง​นี้ พ่อของหล่อนก็เคยอ่านให้หล่อนฟังอยู่​บ่อยๆ​
หล่อนยังจำนิทานก่อนนอน ​ที่พ่อชอบอ่านให้ฉันฟัง​ได้ดี มัน​เป็นเรื่อง​ราวของกบน้อยๆ​ในบึง จำนวนหนึ่ง​ เฝ้าวิงวอนขอ​กับเทวดาให้คัดสรรหาผู้​เป็นนายมาให้พวก​เขา ​แต่แล้ว​เทวดา เจ้า กรรมดันส่ง ลงมาเพียง ขอนไม้ ​ที่นิ่งเฉย ไม่มีอันใดปฏิบัติ ต่อผู้อยู่​ใต้การปกครอง เหล่า กบ​ทั้งหลายรู้สึกเหมือนว่า ท่านขอนไม้ผู้ปกครอง ของ​เขา นั้น​ไม่มี​ความเหมาะสมอีกต่อ​ไป พวกกบ​ทั้งหลายจึงรวมตัวกันแล้ว​ ช่วยกันผลักขอนไม้นั้น​ขึ้น​​ไปอยู่​บนตลิ่ง แล้ว​ก็ยกโขยงกันออก​ไป ข้อร้องอีกครั้ง ให้เทวดาผู้ใจดี ​ได้คัดสรร ผู้ปกครองอันเหมาะสม มาให้พวก​เขาด้วยเถิด ​แต่เหมือนฟ้ามิเห็นใจ พวก​เขา
เหมือนเทวดายังเล่นตลก ​กับพวก​เขาอยู่​ ในขณะ​ที่ผอง​เพื่อนชาวกบในบึง​ทั้งหลาย​กำลังอ้อนวอนต่อ
บนท้องฟ้า ​ที่​เป็นสีฟ้าสวยงาม สดใสกลับมีนกกระสาตัวหนึ่ง​โฉบลงมาแล้ว​ ร่อนลงอย่างสง่างาม กลาง บึงน้ำเล็กๆ​ อัน​เป็นอาณาจักร ของเหล่ากบในบึง พวกมันทุกตัวต่างเห็น ​แต่กบเหล่านี้อยู่​​แต่ในบึงน้ำแห่งนี้มาหลายชั่วอายุไม่เคย​ได้ออก​ไปนอกบึงนี้เลย​ จึงไม่เคยเห็นนกแบบนี้มาก่อน พวกมันต่างโห่ร้องดีใจ
"นี่แหละ​ ใช่แล้ว​ ผู้ปกครอง​ที่ดี ​ต้องสง่างาม ​และองอาจ ยามเคลื่อนไหว เช่นนี้" กบตัวหนึ่ง​พูดขึ้น​ แล้ว​ ทุกคนต่างเห็นงาม ตามนั้น​
ฉันยังจำ​ได้นะว่า หลังจากนั้น​ บึงแห่งนั้น​ แทบ​จะไม่มีกบเหลืออีกเลย​ ​และเหมือนกบ​แต่ละตัวยังไม่รู้
ด้วยซ้ำว่า ผู้ปกครองใหม่ ของพวกตนนั้น​ ​ได้จับกินพวกกบ ​ที่เข้ามาหา​ไปทีละตัวๆ​ จนอิ่มหนำ ​และ กลาย​เป็นนกกระสา​ที่อ้วนพลีจนบินไม่​ได้​ไปเลย​ทีเดียว
พ่อเล่าเรื่อง​นี้ให้ฉันฟังอยู่​หลายรอบ ตอนยังเล็ก หล่อนไม่เข้าใจว่าทำไม พ่อ​ต้องเล่าเรื่อง​นี้ให้หล่อนฟังอยู่​บ่อยๆ​ หล่อนว่า
มันโหดร้าย นะ เทวดาองค์นี้ใจร้าย​ที่สุดเลย​ ​แต่​เมื่อโตขึ้น​ มาวันนี้ หล่อน​กำลังรู้สึก เหมือนอะไร​มันจุกอยู่​​ที่ อกพูดไม่ออก
"เรา​กำลังไล่ทรราช คนหนึ่ง​ออก​ไป ​เพื่อเปิดทางให้ทรราชคนใหม่เข้ามาใช่ไหม"
สาวน้อย ตัวเล็กหลับ​ไปแล้ว​ ข้างกายแม่ของหล่อน

เช้า​วันใหม่

ข่าวแพร่สะพัด ​ไปทั่ว ว่าคนไทย เลือดสองสี ​กำลัง เผชิญหน้ากัน วันนี้คนไทยเลือดไทยไม่ข้นอีกแล้ว​ ​ทั้งสองฝ่ายต่าง จัดเตรียมการเหมือน​จะมีทีท่าว่า​จะปะทะกัน ​ทั้งทหาร​และตำรวจ ​กำลังระดมพลกันอย่างหนัก




เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋า หล่อนดังขึ้น​

"พร ตอนนี้ลูกอยู่​ไหน"
"หนู​กำลัง เดิน​ไปหน้ารัฐสภาค่ะ​พ่อ"
"งั้นลูกเดินช้าลงนิดนะ พ่อ​กำลัง​ไป"

ท่ามกลางผู้คน​ที่เต็มถนน ชุมพลไม่รู้แลยว่าตอนนี้​เขาอยู่​ฝากของสีไหน ​เขาเลือก​ที่​จะใส่เสื้อผ้าสีขาว แหวกวงล้อมกลุ่มคนเสื้อสีหนึ่ง​​ซึ่งอยู่​ฝ่ายตรงข้าม ​กับ สีเสื้อของลูกสาว​เขา ตลอดทาง​เขาโทรหาลูกสาวตลอดเวลา​เพื่อตรวจสอบ จุด​ที่อยู่​ของลูกสาว ตลอดเวลา กลุ่มคนฝาก​ที่​เขาอยู่​ต่างโห่ร้อง ​และ ชูมือ ข่มขวัญฝ่ายตรงข้าม ทำท่าเหมือนกลับ​กำลังดูคอนเสิร์ตเพลงร็อก ​ที่นักร้องบนเวที มัก​จะบอกว่า
"เอ้า ขอมือหน่อย​" แล้ว​ มือ ของพวก​เขาก็ชูขึ้น​ลงอย่าง​เป็นจังหวะ ​พร้อมด้วย ฝ่ายทัพหน้า ​ที่เดินดาหน้าเข้าหา คนไทย​ที่มีเลือดสีต่างกัน ชุมพลเดินปะปนพวก​เขาแหวก กลุ่มฝูงชนจนมายืนอยู่​เบื้องหน้า​โดยไม่รู้ตัว ​กับภาพเหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวาย
"พ่ออยู่​ตรงไหนค่ะ​"
"ตอนนี้พ่ออยู่​ตรง หน้าสะพานมัฆวาน" สองพ่อลูกต่างตะโกนแข่ง​กับเสียงผู้คน​ที่​กำลังอื้ออึงฟังไม่​ได้ศัพท์ไม่รู้ว่า​ใคร​เป็น​ใคร

​ทั้งสองฝ่ายมาประจันหน้ากัน ​แต่ยังทิ้งระยะ ห่างกัน ​เอาไว้มากพอสมควร ผู้นำของ​ทั้งสองฝ่าย ต่างพยายามกันคนของตัวไม่ให้เข้าปะทะกัน ​แต่ด้วยอากาศ​ที่​กำลังร้อนระอุ บวก ​กับจำนวนคน​ที่มากมาย​มาแออัดกันอยู่​นี้ มันจึง​เป็นสถานการณ์​ที่ตึงเครียดอย่างยิ่ง นี่​เป็นครั้งแรกของชุมพลด้วยซ้ำ​กับเหตุการณ์แบบนี้ ​เขาคิดว่าวันนี้​เขาใส่เสื้อขาว แล้ว​ผู้คน​ทั้งสองฝ่าย​ต้องเข้าใจว่า​เขาไม่เกี่ยว​กับเรื่อง​นี้

"พ่อหนูอยู่​ตรงนี้" พรตะโกนโหวกเหวก ใส่โทรศัพท์ ​และพยายามโบกมือให้​เป็นสัญญาณ
"เดี๋ยวพ่อ​ไปหา" ชุมพล ก็โบกมือตอบ​เป็นจังหวะเดียว​กับ ​ที่ผู้นำกลุ่ม ​กำลัง ชูมือขึ้น​ ​และลง​พร้อม​กับโห่ไล่ ฝ่ายตรงข้าม ​ทั้งสองฝ่าย​ใช้โทรโข่ง ตะโกนด่ากัน ด้วยถ้อยคำหยาบคาย
ชุมพล ในชุดเสื้อยืดสีขาว ก้าวเดินผ่านกลุ่ม แกนนำของเหล่าคนชุดเสื้อสีเข้ม ก้าวเดินออก​ไป​จะ​ไปหาลูกสาวของตนเอง​ที่​กำลัง
อยู่​ในท่ามกลาง ประชานชนอีกฝ่าย ​ซึ่ง​กำลังอารมณ์คุกรุ่นเหมือนกัน
"ขอโทษครับ​ ผมไม่เกี่ยวนะครับ​ผม​จะเข้า​ไปหาลูกสาวผมครับ​"
การก้าวเดิน ออก​ไปตรงกลางของชุมพล ท่ามกลางสายตา ​ระหว่าง​ที่ก้าวออกปุพวก​ที่อยู่​ด้านหลัง เหมือนชุมพล ​เป็นแกนนำ​ที่กล้าหาญ ทำให้พวก​ที่อยู่​ด้านหลัง ต่างพากันฝ่าแนวต้าน ของ​ทั้งเจ้าหน้า​ที่ ตำรวจ ​และแกนนำของตัว ก้าวตาม ชุมพลออก​ไป
ฝ่ายประชานชน​ที่ฝากตรงข้ามกลับ​ที่ชุมพลอยู่​ก็​กำลัง โกรธเกรี้ยว ​ใช้คำด่าทอออกมาอย่างไม่ยอมกัน ​แต่​ทั้งสองฝ่ายยังเหมือน
​กำลังจดๆ​ จ้อง ​ได้​แต่โห่ห่าป่า อีกฝากหนึ่ง​รวม​ทั้งชไมยพรเองก็อยู่​ในนั้น​
ในขณะ​ที่ชุมพลก้าวย่างออก​ไป​โดยไม่เหลียวหลัง ​ไปมองบุคคลข้างหลังว่า ไม่​ได้สนใจต่อสายตาของผู้คนมากมาย​ สายตาของ​เขามองหา​แต่ลูกสาว เหมือนกลัวว่าหล่อน​จะคลาดสายตา​เขา​ไป ​แต่สายตาของผู้คน​ที่รายล้อม ชไมยพรอยู่​ ก็จับจ้องมายังชุมพลเช่นกัน

ถนนสายหลัก ของ​พระนคร กลาย​เป็นถนนเส้นเล็กๆ​ ​ไป ด้วยผู้คนมากมาย​แออัดกัน ท่ามกลางอากาศ​ที่ร้อนระอุ

เสียงหวีดร้อง ของ ชไมยพร ท่ามกลางภาพ​ความอลหม่านวุ่นวาย หล่อนพยายามแหวกฝูงคนตรง​ไปยังของหล่อน นานหลายทีเดียว กว่า​ที่ ภาพ​ความอลหม่านวุ่นวายนั้น​ ​จะคลี่คลายลง หลังจากตำรวจ ​ได้นำ​กำลังเข้ามาสลายการปะทะครั้งนี้ ผู้คนแตกตื่นกระจัดกระจายพื้นคอนกรีต ร้อนระอุ กลับมาว่าเปล่าอีกครั้ง สิ่ง​ที่เหลืออยู่​​คือภาพของชายสูงอายุคนหนึ่ง​​ที่นอนเหยียดยาวอยู่​บนพื้น​กับหญิงสาว​ที่ซบอยู่​บนอก ของ​เขา คราบน้ำตา​และเสียงร้องของหล่อนยังคงดังแข่ง​กับเสียงของ​ความโกลาหลวุ่นวาย

เลือดแดงข้น ของพ่อหล่อน​ที่ติดตัวหล่อน​เป็นเลือดข้นๆ​ ของคนไทยแท้ๆ​

 
9/8/52 แก้ไข คำผิดครับ​ ตาม​ที่ มี คอมเม็นมา

 

F a c t   C a r d
Article ID A-3250 Article's Rate 5 votes
ชื่อเรื่อง เลือดต่างสี
ผู้แต่ง นพ ณ กันยา
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๕ สิงหาคม ๒๕๕๒
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๓๙๘ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๔ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๒๓
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : add [C-16029 ], [117.47.199.155]
เมื่อวันที่ : 05 ส.ค. 2552, 21.07 น.

​เป็นเรื่อง​ทันสมัยเข้า​กับสถานการณ์จังนะคะ​ ​และก็​เป็นมุมมอง​ที่ดี

มีคำ​ที่เขียนผิดอยู่​หลายคำ ขอให้ช่วยแก้ไข​เพื่อ​ความสมบูรณ์ของเรื่อง​ด้วยนะคะ​ อย่างเช่น

เพลี้ย หมายถึง แมลง ​ถ้า​เป็นเสียงตบ น่า​จะ​เป็น เพี้ยะ

โหนกแก้ม ​ที่แดงระเรื่อ ตามวัยของหล่อน ​กับ แดงก่ำ ​ต้อง​เป็น กลับแดงกล่ำ

ล่อนลงอย่างสง่างาม ​ต้อง​เป็น ร่อน

อัน​เป็นอณาจักร ​เป็น อาณาจักร

คอนเสริตเพลงร็อก ​เป็น คอนเสิร์ต

สถานการณื คง​จะพิมพ์เร็ว​ไปหน่อย​ เลย​ยกshift ไม่ทัน

อารมณ์คลุกกรุ่น ​เป็น คุกรุ่น

​ระหว่าง​ที่ก้าวออกปุพวก​ที่อยู่​ด้านหลัง เหมือนชุมพล ​เป็นแกนนำ​ที่กล้าหาญ ประโยคนี้ช่วยแก้ไขด้วยค่ะ​

​ได้​แต่โห่ห่าป่า อีกฝากหนึ่ง​ ​คือ โห่ฮาป่า อีกฟากหนึ่ง​

หล่อนพยายามแหวกฝูงคนตรง​ไปยังของหล่อน นานหลายทีเดียว ช่วยแก้ไขประโยคนี้ด้วยค่ะ​ น่า​จะตกคำว่า พ่อ ​และนานหลาย...​...​


ช่วยกรุณาตรวจวรรคตอน ​และย่อหน้าอีกครั้งนะคะ​ ก็​จะกลาย​เป็นเรื่อง​สั้น​ที่ดีมากเรื่อง​หนึ่ง​ทีเดียวค่ะ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : กัณฑ์เก้า [C-16035 ], [210.246.145.135]
เมื่อวันที่ : 06 ส.ค. 2552, 08.51 น.

โอย...​ มัน...​ บีบอารมณ์

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : Thongmarine [C-16037 ], [115.67.189.7]
เมื่อวันที่ : 06 ส.ค. 2552, 22.03 น.

ขอบคุณทุก​ความเห็นครับ​ เยี่ยมจริง ลงมาหลายบล็อกไม่เคยมี​ใครเหลียวแล เพิ่ง​จะเห็น​ที่นี่นี่แหละ​ ขอบคุณจริงๆ​ๆ​ ครับ​

อ้อ อีกอย่างจริงๆ​ เลย​ว่าคำบางคำ ผมเขียนผิด ​โดยไม่รู้ตัวมาก่อน​เพราะคิดว่า มันถูกมา​โดยตลอด มีคนช่วยดูให้แบบนี้ รู้สึกดีมากๆ​ๆ​เลย​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : chichi [C-16130 ], [124.121.227.199]
เมื่อวันที่ : 26 ส.ค. 2552, 21.37 น.

เลือดสูบฉีดเลย​ค่ะ​ พยายามต่อ​ไปค่ะ​ สู้ๆ​ๆ​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น